เยเรวาน, อาร์เมเนีย – กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลแต่ละประเทศก้าวข้ามเพียงการตระหนักรู้ถึงช่องว่างในการดำเนินงาน แต่ต้องตัดสินใจที่เป็นรูปธรรม มุ่งเน้นการปฏิบัติที่ัชัดเจน เพื่อป้องกันการล่มสลายของระบบนิเวศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพถาวร หลังจากการรับรองกรอบความหลากหลายทางชีวภาพโลกคุนหมิง-มอนทรีออล (KM-GBF) ผ่านมาแล้ว 4 ปี ในการประชุมว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพแห่งสหประชาชาติ (CBD COP17)

การประชุม CBD COP17 นี้จะเป็นครั้งแรกที่มีการทบทวนเกี่ยวกับความคืบหน้าของแผนปฏิบัติการณ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพในระดับโลก เพื่อบรรลุเป้าหมายและตัวชี้วัดตามกรอบอนุสัญญาดังกล่าว

แอน แลมเบรชส์ (An Lambrechts) หัวหน้าหน้าคณะผู้แทนกรีนพีซในการประชุม CBD COP 17  กล่าวว่า

“เรามาถึงครึ่งทางสู่ปี 2573 แล้ว และหลักฐานก็ปรากฏชัดเจนว่า เรายังห่างไกลจากเป้าหมาย 30×30 มาก ระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตบนโลกกำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยง ดังนั้น การตัดสินใจในประชุม COP17 ครั้งนี้จึงต้องนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจนเพื่อปกป้องระบบนิเวศของโลกเรา การประชุม COP ครั้งนี้จะต้องไม่กลายเป็นแค่อีกหนึ่งบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์แห่งการทำลายล้าง 

รัฐบาลต่าง ๆ ต้องร่วมมือกันกำหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อจัดการกับต้นเหตุของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมทั้งเพิ่มแหล่งเงินทุน และปรับทิศทางการไหลเวียนของเงินทุนไปยังพื้นที่และภาคส่วนที่จำเป็นอย่างแท้จริง  

“ทว่าการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในเยเรวานจะมีความหมายก็ต่อเมื่อรัฐบาลแต่ละประเทศนำไปปฏิบัติจริงในระดับนโยบายภายในประเทศของตน รัฐบาลไม่สามารถให้คำมั่นว่าจะปกป้องธรรมชาติ ขณะที่ยังคงสนับสนุนการทำลายธรรมชาติผ่านนเงินอุดหนุนที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและนโยบายที่ขัดแย้งกันเองได้อีกต่อไป การประวิงเวลาออกไปอีกถือเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของเราบนโลกใบนี้”

การปกป้องและอนุรักษ์พื้นที่บกและน้ำอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี 2573 เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกรอบการทำงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของโลกคุนหมิง-มอนทรีออล (KM-GBF) อย่างไรก็ตาม แนวทางการปกป้องอย่างมีคุณภาพย่อมมีความสำคัญไม่แพ้ขนาดของพื้นที่ที่ได้รับการอนุรักษ์ การอนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพต้องรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ป้องกันการสูญเสียและความเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ ตลอดจนเคารพสิทธิและยอมรับบทบาทความเป็นผู้นำของชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น ซึ่งพวกเขามีบทบาทสคัญต่อการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่แนวทางการดูแลรักษาของตัวเอง

ณิชนันท์ ตัญธนาวิทย์ หัวหน้าโครงการรณรงค์ด้านความเป็นธรรมทางมหาสมุทรระหว่างประเทศของกรีนพีซ กล่าวว่า

“การปกป้องพื้นที่ร้อยละ 30 ของโลกภายในปี 2573 ไม่ใช่เพียงการบรรลุเป้าหมายเชิงตัวเลข แต่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับความยุติธรรม ความเสมอภาค และผู้ที่ปกป้องธรรมชาติ ชนเผ่าพื้นเมืองชาติพันธุ์และชุมชนท้องถิ่นได้ดูแลรักษาผืนดินและผืนน้ำเหล่านี้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว แต่องค์ความรู้ สิทธิ และความเป็นผู้นำของพวกเขายังคงถูกมองข้ามอยู่บ่อยครั้ง รัฐบาลต้องยอมรับดินแดนของชนพื้นเมืองและดินแดนดั้งเดิมว่าเป็นระบบการอนุรักษ์ที่แตกต่างกัน ต้องรับรองสิทธิการถือครองตามประเพณี และจัดหาเงินทุนโดยตรงสำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาที่นำโดยชุมชน เราไม่สามารถเรียกการอนุรักษ์ว่าประสบความสำเร็จได้ หากไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิทธิ ความเป็นจริง และความเป็นผู้นำของผู้คนที่อยู่แนวหน้าของการปกป้องธรรมชาติ”

การประชุม CBD COP เกิดขึ้นจากอนุสัญญาริโอ (กลุ่มข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ : Rio Conventions) ทั้งสามฉบับ การประชุมในปีนี้จึงถือเป็นช่วงเวลาสำคัญยิ่งในการเสริมสร้างความร่วมมือและประสานการดำเนินงานในประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ สภาพภูมิอากาศ และการใช้ประโยชน์ที่ดินเข้าด้วยกัน การประชุม COP17 จะต้องมีบทบาทในการเปลี่ยนแรงขับเคลื่อนนี้ให้กลายเป็นปฏิบัติการที่ประสานสอดคล้องกัน โดยมีประเด็นความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและสิทธิมนุษยชนเป็นหัวใจสำคัญของการตัดสินใจและการนำไปปฏิบัติจริง

คามิลา จาดิม (Camila Jardim) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศ  กรีนพีซ บราซิล กล่าวว่า

“โลกกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะอุณหภูมิเฉลี่ยโลกจะเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าระดับ 1.5 องศาเซลเซียสแล้ว และเผชิญกับความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งที่หก วิกฤตสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์กำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้คนทั่วโลก ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่แยกขาดจากกัน แต่เป็นจิ๊กซอว์ที่ต่อเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งการลงมือแก้ไขในขณะนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนยิ่งกว่าครั้งใด ๆ”

รัฐบาลสามารถทำให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ดีขึ้นได้ด้วยนโยบายที่สอดคล้องกันเพื่อแก้ไขวิกฤตทั้งสองไปพร้อมกัน โดยมีมาตรการที่ชัดเจนทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพราะสิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการปกป้องป่าดั้งเดิม (ป่าที่ไม่เคยถูกรบกวนด้วยมนุษย์) ซึ่งจำเป็นต่อการรักษาสเถียรภาพของรสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ 

แผนงานที่นำโดยบราซิลเพื่อยุติและฟื้นฟูความสียหายจากการตัดไม้ทำลายป่า ภายในปี 2573 ถือเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอนุสัญญาต่าง ๆ การปกป้องป่าไม่ได้หมายถึงเพียงการหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่าเท่านั้น แต่ยังต้องจัดการกับความเสื่อมโทรมของป่า และทำให้พันธกรณีด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพส่งเสริมซึ่งกันและกัน แทนที่จะดำเนินไปในทิศทางที่ขัดแย้งกัน”

Conference of the Parties (COP17) to the UN Convention on Biological Diversity (CBD).
The 17th UN Biodiversity Conference, CBD COP17, takes place in Yerevan, Armenia, from 19-30 October, 2026. Greenpeace is at the CBD to demand governments address gaps in the implementation of the Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework (KM-GBF) with concrete action, close the biodiversity finance gap, ensure quality of 30x30, from forests to the high seas, by safeguarding ecosystem integrity and respecting rights, and maximise synergies between climate and biodiversity action.

ก่อนที่รัฐบาลจะเริ่มการหารือในการประชุมดังกล่าว นักกิจกรรมของกรีนพีซได้ปล่อยบอลลูนลมร้อนในหมู่บ้านประวัติศาสตร์การ์นี ประเทศอาร์เมเนีย พร้อมข้อความว่า Delay is Destruction หรือ “ยิ่งล่าช้ายิ่งทำลายล้างธรรมชาติ”

กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ในการประชุม CBD COP17 ดำเนินการ ดังต่อไปนี้:

  • แก้ไขช่องว่างในการดำเนินการตามกรอบความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกและระดับประเทศ (KM-GBF) ด้วยการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมและมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายในอนาค
  • เพิ่มเงินทุนจากแหล่งสาธารณะ โดยการปรับนโยบายเศรษฐกิจและการคลังทั้งในระดับโลกและระดับชาติให้สอดคล้องกับเป้าหมายและจุดมุ่งหมายของ KM-GBF รวมถึงการยกเลิกเงินอุดหนุนที่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศ จัดการกับการไหลเวียนทางการเงินที่ผิดกฎหมาย และใช้มาตรการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมแบบก้าวหน้าเพื่อให้ผู้ทำลายระบบนิเวศต้องจ่ายเป็นความรับผิดชอบ
  • รับประกันคุณภาพของการอนุรักษ์และฟื้นฟู 30×30 ตั้งแต่ผืนป่าทั่วโลกไปจนถึงทะเลหลวง โดยรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ จัดการกับตัวการที่ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และการเคารพสิทธิของผู้คนแลชุมชน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างนโยบายและการดำเนินการด้านความหลากหลายทางชีวภาพและสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับโลกและระดับชาติให้มากที่สุด

ดาวน์โหลดภาพและวิดีโอ ที่นี่


หมายเหตุ

  1. State of Biodiversity Action: The Global Report on collective progress | Convention on Biological Diversity 

สำหรับสื่อมวลชน ติดต่อ

Diego Gonzaga, Communications Lead at CBD COP17, Greenpeace International, +1 415 527 9440, [email protected]

Jaqueline Sordi, Media Lead at COP17, Greenpeace International, +55 51 99678 9048, [email protected]

Greenpeace International Press Desk, +31 (0)20 718 2470 (available 24 hours), [email protected].