บางปีโลกขอให้เราอดทน บางปีโลกขอให้เรากล้าหาญ แต่ปี 2568 โลกขอทั้งสองอย่าง

ตลอดปีที่ผ่านมาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น้ำท่วมสูงขึ้น ป่าไม้ถูกทำลาย พายุรุนแรงกว่าเดิม แต่ผู้คนก็ยังไม่ถอย พวกเขาออกมาพร้อมเรือ พร้อมป้ายผ้า พร้อมข้อมูล พร้อมเสียงของตัวเอง และพร้อมทั้งชีวิต เพื่อยืนหยัดปกป้องผืนดินและผืนน้ำที่พวกเขารัก

เพิกถอนสัมปทานเหมือง 4 แห่ง ที่ราชาอัมพัต อินโดนีเซีย หลังการประท้วงกลางทะเลและการเดินเรือสำรวจกว่า 3,000 ไมล์ทะเล จนเสียงของผู้คนดังไปถึงทำเนียบประธานาธิบดี วันนี้ ผืนทะเลที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งสุดท้ายของโลกยังคงอยู่

ยุติเหมืองถ่านหิน 2 แห่ง ในภาคเหนือของไทย หลังชุมชนยืนหยัดต่อสู้มา 5 ปี เพื่อไม่ให้ป่าต้นน้ำของพวกเขาต้องกลายเป็นเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้าของใครก็ไม่รู้

ผู้รอดชีวิต 103 ชีวิต ที่ลุกขึ้นมาเป็นผู้ฟ้องร้อง และสร้างประวัติศาสตร์ ครอบครัวชาวฟิลิปปินส์ที่ผ่านซูเปอร์ไต้ฝุ่นโอเดตต์มาได้ เดินเข้าสู่ศาลในสหราชอาณาจักร เพื่อบอกกับบริษัทเชลล์ว่า “เราจะไม่แบกรับผลจากการปล่อยมลพิษของคุณอีกต่อไป”

ผู้นำเยาวชน 89 คน จากปาปัว แอมะซอน ลุ่มน้ำคองโก และบอร์เนียว มารวมตัวกันใต้ร่มไม้ที่พวกเขากำลังต่อสู้เพื่อรักษาไว้ และเขียนอนาคตด้วยประโยคเดียวว่า “คำตอบอยู่ตรงนี้มาตลอด และคำตอบนั้นคือพวกเราเอง”

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่เกิดขึ้นเพราะชาวประมง นักกิจกรรม ชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ และคนรุ่นใหม่ เลือกที่จะไม่เงียบ และเพราะข้อเท็จจริง การรวมพลัง และความไม่ยอมแพ้ ยังคงเปลี่ยนใจรัฐบาลและบริษัทที่ดูเหมือนจะไม่มีวันเปลี่ยนได้จริง

รายงานประจำปี 2568 “Holding the Line for People and Planet” รวบรวมเรื่องราวเหล่านี้ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งตัวเลข บทเรียนจากความพ่ายแพ้ และภารกิจที่ยังรอเราอยู่ข้างหน้า