Manage your cookies preferences

Please select which cookies you are willing to store.

คุกกี้การแสดงผล Always enabled

คุกกี้เหล่านี้จะช่วยให้เราเก็บข้อมูลเชิงสถิติและข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน เช่น ผู้ใช้เว็บไซต์ใช้เวลานานเท่าไรในหน้าเว็บไซต์แต่ละหน้า หรือผู้ใช้คลิกลิงก์อะไรบ้าง ข้อมูลจะถูกเก็บไปเพื่อพัฒนาเว็บไซต์ greenpeace.org ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นเพื่อการใช้เว็บไซต์ของคุณ การกดยอมรับคุกกี้เหล่านี้ยังจะช่วยให้คุณไม่ถูกตรวจจับด้วยระบบแบนคุกกี้

จากที่มีการกล่าวถึงในย่อหน้า คุกกี้การแสดงผล ด้านบน เราอาจจะติดตั้งคุกกี้ในบราวเซอร์ของคุณซึ่งเป็นคุกกี้บุคคลที่สาม (เช่น คุกกี้จาก Facbook หรือ Google) สำหรับติดตามข้อมูลเพื่อการวางแผนการตลาดที่ดีขึ้นและปล่อยโฆษณาออนไลน์ที่คาดว่าคุณจะสนใจหลังจากที่คุณออกจากเว็บไซต์ไปแล้ว (คุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่)

รายชื่อเต็มของคุกกี้ที่อาจถูกติดตั้งบนบราวเซอร์ของคุณสามารถดูได้จากด้านบน (ดู ประเภทของคุกกี้ ) และรายละเอียดบางส่วนถึงการที่เราจัดการกับข้อมูลอย่างไรผ่านระบบบุคคลที่สามด้านล่าง

หากมีการยกเลิกการใช้งาน (un-checking) คุกกี้ทั้ง 2 ประเภทด้านบน เราจะเซ็ตคุกกี้เฉพาะในบราวเซอร์ของคุณเพื่อเก็บข้อมูลการใช้งาน ซึ่งจะทำให้คุณไม่ได้รับการติดตามบนเว็บไซต์จนกว่าคุณจะเปลี่ยนใจหรือเคลียร์คุกกี้ในบราวเซอร์

เว็บบราวเซอร์เกือบทั้งหมดอนุญาตให้ควบคุมคุกกี้บางตัวผ่านการตั้งค่าบราวเซอร์ (เช่น การแจ้งเตือนการติดตั้งคุกกี้ใหม่, การยกเลิกการใช้คุกกี้และการตรวจจับคุกกี้) คลิกที่ประเภทบราวเซอร์ของคุณด้านล่าง เพื่อเรียนรู้ข้อมูลผู้ใช้บราวเซอร์ และเรียนรู้การยกเลิกการติดตั้งคุกกี้
Chrome
Firefox
Internet Explorer
Microsoft Edge
Opera
Safari

แม้ว่าสามารถบล็อกคุกกี้ทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตามจะมีผลกระทบทางในด้านการใช้งานเว็บไซต์หลายเว็บไซต์

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ อ่านเพิ่มเติมใน นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

เป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้วที่รัฐบาลจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมประชุมที่จัดขึ้นที่ปารีสเพื่อลงความเห็นว่าไม่เพียงแค่วางแผนจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแต่ยังจะต้องพยายามรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เพิ่มมากไปกว่า 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม จากเป้าหมาย 2 องศาเซลเซียสที่เคยวางไว้และเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2561 คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ได้จัดทำรายงานพิเศษเกี่ยวกับเป้าหมายการคงอุณภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส โดยมีรายละเอียดชี้แจงว่า ทำไม 1.5 องศาเซลเซียส จึงดีกว่า 2 องศาเซลเซียส

1. พื้นที่เขตร้อนของโลกกำลังร้อนขึ้น

หากโลกร้อนขึ้น 2 องศาเซลเซียส เราจะประสบกับคลื่นความร้อน (ที่ร้อนจนฆ่าพวกเราได้) ยกตัวอย่างเช่นในช่วงฤดูร้อนของหลายๆประเทศที่อยู่ในเขตร้อน ประเทศเหล่านี้เดิมเป็นประเทศที่ร้อนอยู่แล้ว แต่ถ้าอุณภูมิเพิ่มขึ้นอีก 2 องศาเซลเซียส เราจะอาศัยอยู่ในประเทศเขตร้อนไม่ได้เลย และเมื่อถึงเวลานั้นประชากรกว่า 420 ล้านคนจะเผชิญกับคลื่นความร้อน
หลากหลายทวีปทั่วโลกเช่น แอฟฟริกา ตะวันออกกลาง มีอุณภูมิสูงอยู่แล้ว ดังนั้น การลดอุณหภูมิจากที่ตั้งไว้ลงอีก 0.5 องศาเซลเซียสคือเรื่องใหญ่ ที่ 1.5 องศาเซลเซียส คืออุณหภูมิปัจจุบันที่โลกร้อนขึ้นจากอดีต และจะทำให้แอฟฟริกามีคลื่นความร้อนเกิดขึ้นเป็นสองเท่าภายในศตวรรษนี้ ซึ่งมีโอกาสจะเกิดคลื่นความร้อนมากกว่า 2 เท่า ถ้าอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกร้อนขึ้น 2 องศาเซลเซียส

2. ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

ภูเขาน้ำแข็งของสฟาล์บาร์ในอาร์กติกแยกตัวออกมาจากเกาะ Nordaustlandet ภูเขามีรอยเว้าแหว่งจากการกัดเซาะของน้ำทะเล ภูเขาน้ำแข็งเหล่านี้กำลังละลายกลายเป็นน้ำทะเล 

ทวีปอาร์กติกกำลังร้อนขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับส่วนที่เหลือของโลก พร้อมกับการบันทึกระดับน้ำทะเลจากน้ำแข็งเป็นประจำในหลายๆปีที่ผ่านมา ถ้าโลกร้อนขึ้นอีก 2 องศาเซลเซียส ก็มีโอกาสที่น้ำแข็งในอาร์กติกจะละลายลงภายใน 10 ปี แต่ถ้าโลกร้อนขึ้นในระดับ 1.5 องศาเซลเซียส เราจะยืดระยะเวลาที่น้ำแข็งในอาร์กติกจะละลายหายไปทั้งหมดจาก 10 ปี เป็น 1 ศตวรรษ

แม้ว่าการคงอุณหภูมิไม่ให้เกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส แต่ประชากรกว่า46ล้านคนมีความเสี่ยงที่จะประสบกับอุทกภัย

3. เชื้อโรคร้ายที่ถูกฝังอยู่ในน้ำแข็งจะกลับมา

ในชั้นดินเยือกแข็งขั้วโลกมีเชื้อโรคหลายชนิดที่ถูกแช่แข็งอยู่ และเชื้อโรคใหม่ๆจะระบาดหากดินเยือกแข็งนี้ละลาย ในงานวิจัยล่าสุดแนะนำว่า อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียสสามารถทำให้เกิดโรคระบาดกว่าครึ่งโลก

ดินเยือกแข็งในเขตทุนดรากำลังละลายเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากผลกระทบของภาวะโลกร้อน ในขณะที่ดินเยือกแข็งในเขตประเทศรัสเซียก็กำลังละลายเช่นกัน

แต่เราชะลอภัยพิบัติจากโรคระบาดที่เกิดจากภาวะโลกร้อนนี้ได้เพราะตัวเลข 1.5 จะช่วยรักษาดินเยือกแข็งขั้วโลก (permafrost) ไม่ให้ละลายเร็วไปกว่านี้

4. ปะการังจะถูกทำลายหากอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส

เมื่อโลกของเราอุ่นขึ้น ความร้อนจะทำอันตรายต่อปะการังที่เป็นระบบนิเวศของสัตว์ทะเลในโลก แม้ว่า การคงอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส คาดว่าจะทำลายปะการังไปถึง 9ใน10 ของทั้งหมด แต่หากไม่คงไว้ที่อุณหภูมินี้ ปะการังส่วนที่เหลืออยู่จะถูกทำลายไปด้วย

5. สัตว์นานาชนิดและพืชพันธุ์เริ่มสูญพันธุ์

อะเมซอนมีความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น ฝูงโลมานี้ถูกถ่ายได้ในแนวปะการังของอะเมซอน

ถ้าอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นอีก 2 องศาเซลเซียส ก็จะทำให้พืชร้อยละ 25 ใน 80,000 ชนิดและสัตว์อีกหลากหลายสายพันธุ์ในพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ของโลก ยกตัวอย่างเช่น อะเมซอน หรือ เกาะกาลาปากอส เริ่มสูญพันธุ์

เราต้องหยุดการใช้ ถ่านหิน น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เพื่อรักษาสมดุลของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไว้

โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 3,000 เมกะวัตต์ในอินเดีย

รายงานพิเศษของ IPCC แนะนำว่า เพื่อการชะลอผลกระทบที่น่ากลัวจากภาวะโลกร้อนเราจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยในอีก 10 ปีข้างหน้า ทั่วโลกต้องลดการใช้ถ่านหินอย่างน้อย 2 ใน 3 ของการใช้ทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2573 และยุติการใช้ถ่านหินภายในปี พ.ศ.2593 นอกจากนี้เราจะต้องลดละเลิกการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งกรีนพีซได้ศึกษาวิจัยร่วมกับสถาบัน CoalSwarm สำหรับวิธีการในการลดการใช้พลังงานจากถ่านหินและพบว่าอัตราดังกล่าวมีความเป็นไปได้ที่เราจะรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไว้ได้

แน่นอนว่าIPCC ยังแนะนำเกี่ยวกับทางออกว่าถ้าเราลดใช้ถ่านหิน น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เราจะใช้อะไร?

ฟาร์มพลังงานลม ในจังหวัดกีมารัส ฟิลิปปินส์

แม้ว่าเรายังมีอัตราการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนอยู่ไม่มากนัก แต่รายงานดังกล่าวได้แนะนำเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนว่าแม้ปัจจุบันเรายังใช้ศักยภาพของพลังงานหมุนเวียนไม่เต็มที่ แต่เมื่อคาดการณ์จากช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พลังงานหมุนเวียนมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งในอนาคตจะมีแนวโน้มการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน

และการนำพลังงานหมุนเวียนไปใช้ในสัดส่วนที่สูงจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงจากเดิมถึง 1 ใน 3 และเป็นคำตอบสำคัญที่จะชะลอวิกฤตจากภาวะโลกร้อนนี้บทความนี้แปลและเรียบเรียงจาก unearthed.greenpeace.org สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่

Want to see more from Greenpeace?

Google preferred source Add as a preferred source on Google

Related Posts