ในขณะที่ยุโรปเจอกับคลื่นความร้อนท่ามกลางฤดูหนาวในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ตอนนี้ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน กำลังเผชิญสภาพอากาศหนาวสุดขั้วด้วยอุณหภูมิติดลบ และหิมะที่ตกหนักจนส่งผลกระทบต่อการขนส่งในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่งการสูญเสียชีวิต โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (24 ม.ค. 2566) เขตชายแดนเกาหลีใต้วัดอุณหภูมิได้ถึง -33 องศาเซลเซียส ในขณะที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนวัดอุณหภูมิได้ถึง -53 องศาเซลเซียส

ภาพเครื่องบินสายการบินไทยท่ามกลางพายุหิมะ เมืองชิโตเสะ เมื่อกุมภาพันธ์ ปี 2014
ภาพเครื่องบินสายการบินไทยท่ามกลางพายุหิมะ เมืองชิโตเสะ เมื่อกุมภาพันธ์ ปี 2014

ล่าสุด พื้นที่ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นอยู่ในสภาวะเลวร้าย เพราะถูกปกคลุมด้วยหิมะสูงและอากาศหนาวเย็นรุนแรงและบางพื้นที่อาจมีอุณหภูมิต่ำสุดในรอบ 10 ปี จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย ส่วนทางตะวันตกของประเทศก็ประสบปัญหาการคมนาคมกลายเป็นอัมพาต โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมามีผู้โดยสารตกค้างในสถานีรถไฟหลายชั่วโมง และในวันต่อมา ยังต้องยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 200 เที่ยวอีกด้วย 

ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เหตุการณ์สภาพอากาศหนาวสุดขั้วแบบนี้เป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่าโลกของเรากำลังอยู่ในวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงถึงตายได้

เยซังอุค ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้าสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยฮันยางในกรุงโซล ผู้ติดตามสถานการณ์คลื่นความหนาวเย็นในคาบสมุทรเกาหลีซึ่งมีสาเหตุจากลมอาร์กติกในไซบีเรีย กล่าวว่า 

“คลื่นความหนาวที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้ในปีนี้ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากธารน้ำแข็งในอาร์กติกละลายเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเมื่อธารน้ำแข็งละลาย ทะเลจะมีพื้นที่กว้างขึ้นและส่งผลให้เกิดไอระเหยเพิ่มขึ้น ผลคือทางตอนเหนือเกิดหิมะมากขึ้น ด้วยสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายขึ้นกว่าเดิม ภูมิภาคนี้ก็จะยิ่งต้องเจอกับสภาพอากาศหนาวเย็นที่รุนแรงขึ้นอีกในอนาคต”

เควิน เทนเบิร์ท จากสถาบันวิจัย US National Center (NCAR) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ว่า “เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว (extreme weather events) จะกลายเป็นวิถีใหม่ที่เราต้องเผชิญ และคาดการณ์ว่าความแปรปรวนอย่างรุนแรงของสภาพอากาศเนื่องจากผลกระทบของวิกฤตสภาพภูมิอากาศจะทวีความเลวร้ายมากกว่าที่เคยเป็นมา”

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศนอกจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ต้องเผชิญกับคลื่นความร้อน (Heat wave) โดยจะเห็นได้จากคลื่นความร้อนที่กระทบกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่จัดขึ้นที่โตเกียวเมื่อปี 2021 ที่คณะผู้จัดรายการออกมายอมรับว่าในสัปดาห์แรกของโอลิมปิกเกมส์ มีพนักงาน และอาสาสมัครร่วม 30 ชีวิตล้มป่วยจากความร้อนที่เกิดขึ้น แม้ว่าปกติแล้วกรุงโตเกียวจะมีอากาศร้อนเป็นพิเศษในฤดูร้อน แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเตือนเช่นกันว่าสภาพอากาศร้อนที่เกิดขึ้นยังเกี่ยวโยงกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งยังต้องเจอพายุไต้ฝุ่นรุนแรง เช่น ไต้ฝุ่นมาเอมี ไต้ฝุ่นมังคุด หรือไต้ฝุ่นมรกต เป็นต้น

Super typhoon Mangkhut hit Hong Kong on 16 September, with the typhoon signal No 10 being in force for 10 hours. Lots of area in Hong Kong experienced heavy raining and flooding. Plastic, rubbish, bricks were scattered around the seaside area. Climate change brings us more intense storms. Greenpeace urged the government to move to renewable energy and stay away from fossil fuels.

อุตสาหกรรมและรัฐบาลทั่วโลก ต้องหยุด ‘การฟอกเขียว’ และแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม

ผลกระทบที่พวกเราได้รับจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดนั้น เป็นเพราะการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ก่อมลพิษหลัก ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล อุตสาหกรรมปศุสัตว์ ที่พยายาม ‘ชะลอและบิดเบือน’ วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นโดยการผลักให้เป็นปัญหาปัจเจกบุคคล โดยใช้เม็ดเงินมหาศาลประชาสัมพันธ์อย่างหนักให้คนตื่นตัวและเริ่มลดผลกระทบจาก ‘ตัวเอง’ ในขณะเดียวกันก็ออกแคมเปญที่พยายามทำให้ตัวเอง ‘เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม’ ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เราเรียกว่า ‘การฟอกเขียว’ (Greenwash)

Climate champions show solidarity with communities who are experiencing climate impacts in the global south. Campaigners demand that polluting companies and countries pay their fair share to repair climate damage.
กลุ่มเยาวชนผู้ขับเคลื่อนประเด็นสภาพภูมิอากาศ ร่วมกันเรียกร้องกับชุมชนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ด้วยการชูป้ายข้อความเพื่อให้กลุ่มประเทศผู้ก่อมลพิษหลักชดเชยค่าเสียหายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศในการประชุม COP27

สิ่งที่เราทำได้คือการรวมพลังกันเพื่อบอกให้นักการเมืองและผู้กำหนดนโยบายของประเทศเห็นความสำคัญของวิกฤตสภาพภูมิอากาศต่ออนาคตของเรา สนับสนุนการเคลื่อนไหวของเยาวชน เข้าร่วมกับการเคลื่อนไหวในชุมชนท้องถิ่นเพื่อเรียกร้องถึงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง รัฐบาลทั่วโลกต้องเดินหน้าตามเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งวางแผนรับมือกับภัยพิบัติในขณะที่ดำเนินแผนการไปด้วย

Global Climate Strike in Bangkok. © Chanklang  Kanthong / Greenpeace
รัฐบาลไทยต้องหยุดฟอกเขียว! เพื่อความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ

ไทยเป็นประเทศอันดับต้นๆของโลกที่มีความเสี่ยงสูงต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ รัฐสภาซึ่งเป็นที่ประชุมระดับชาติของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ต้องเป็นผู้นำประกาศ “ภาวะฉุกเฉินสภาพภูมิอากาศ (climate emergency declaration)”

มีส่วนร่วม