หลังจากเรือรณรงค์ของกรีนพีซใช้เวลา 1 ปี สำรวจภัยคุกคามมหาสมุทรจากขั้วโลกเหนือสู่ขั้วโลกใต้ ในภารกิจ ‘Pole to Pole Expedition’ ช่างภาพระดับโลกได้หยิบภาพถ่ายในดวงใจของพวกเขา มาเล่าประสบการณ์กลางมหาสมุทรเร้นลับ ที่น้อยคนบนโลกจะเข้าถึง

ตอนสุดท้ายนี้ เราจะร่วมเดินทางในครึ่งหลังของภารกิจ ที่มหาสมุทรในซีกโลกใต้ เจอทั้งวินาทีฆ่าฉลามเพื่ออาหารจานหรู การเดินทางสุดทุลักทุเลไปภูเขาใต้ทะเล การอยู่ใกล้วาฬ นาทีระทึกขณะปีนเรือขนสัตว์น้ำ และความคิดถึงครอบครัวจนน้ำตาไหล  (อ่านตอนที่ 1 ที่นี่)

A shark is hauled into the hold of the Pedra da Grelo, a Spanish longliner targeting swordfish in the south Atlantic ocean.
`
The Greenpeace ship Arctic Sunrise and crew are investigating distant water fishing fleet practices in the Mid-Atlantic during September and October 2019.

นี่คือวินาทีที่ฉลามถูกดึงขึ้นมาบนเรือประมงเบ็ดราว นอกชายฝั่งแอฟริกาใต้ บริเวณนี้ไม่มีการคุ้มครองสายพันธุ์ฉลามและไม่ควบคุมโควตาการล่า เรือประมงจึงฆ่าฉลามมากแค่ไหนก็ได้ ครีบคืออวัยวะที่ราคาสูงที่สุดเพราะเป็นอาหารจานหรูในบางประเทศ อวัยวะอื่น ๆ ของฉลามก็ถูกใช้ผลิตทุกอย่างตั้งแต่ปุ๋ยยันเครื่องสำอาง ประเมินกันว่าฉลามราว 100  ล้านตัวถูกจับมาฆ่าทุกปี

ผมได้ภาพนี้หลังใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่บนเรือเล็ก คอยเฝ้าประกบเรือประมงลำนี้ ผมเห็นลูกเรือดึงเบ็ดเปล่ากลับขึ้นเรือโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่นานพอสมควร ทันใดนั้น ฉลามก็ถูกลากขึ้นมาอยู่บนเรือภายในไม่กี่วินาที ความท้าทายคือ ต้องคอยเก็บกล้องไม่ให้เปียกน้ำทะเลที่กระเซ็นตลอดเวลา แต่ก็ต้องชักกล้องออกมาทันทีที่ฉลามขึ้นมาจากน้ำ เรือบางลำที่เราถ่ายภาพ ลากฉลามขึ้นมาได้ 4-5 ตัว เพราะเป็นเป้าหมายการล่า ผมทำใจยากทีเดียวที่ต้องเห็นฉลามดิ้นบนเรือแบบทำอะไรไม่ได้ ก่อนถูกคมมีดของลูกเรือกรีดไปตามสันหลัง

Wave surge constantly sweeping through beds of seaweed where a Tristan Rock Lobster (Jasus tristani) clings to an underwater peak of Vema, circled by shoals of Yellowtail Amberjacks.

ผมมีประสบการณ์อยู่กลางมหาสมุทรและดำน้ำทั่วโลกมาเกือบ 20 ปี แต่ไม่เคยรับมือกับกระแสลมแรงแบบ Roaring Forties (กระแสลมที่ละติจูด 40-50 องศาใต้ เคลื่อนวนรอบซีกโลกใต้) เราใช้เวลาถึง 5 วันในการเดินทางไปจุดหมาย ผมได้รู้จักทีมงานบนเรือช่วงนั้นแหละครับ

คลื่นสูง 4 เมตรซัดเข้ามาตลอดเวลา เรือโคลงเคลงมาก บางครั้งเอียงตั้ง 40 องศา เอาแค่จะชงกาแฟตอนเช้า หรือเดินทรงตัวไปเคบินตัวเองก็ท้าทายแล้วครับ บางคนแทบกินไม่ได้ นอนไม่หลับ หรือคุยกันยังลำบาก เป็นแบบนี้อยู่ 3 วัน หลังผ่านช่วงเวลานี่ผ่านไป เรือก็มาถึงภูเขาใต้ทะเลวีมา (Mount Vema) ราว ๆ 800 กิโลเมตรจากชายฝั่งตะวันตกของแอฟริกา เราจะทำวิจัยกันที่นี่ครับ

ช่วงนั้นใจผมเต้นรัว ๆ มันกดดันครับ นึกภาพไม่ออกเลยว่าข้างหน้าจะมีอะไรต่อ มโนไปเรื่อยว่าจะเจอฉลามไหม หรืออาจเจอเศษแหพันยอดเขาใต้ทะเล คลื่นจะแรงขนาดไหน

พอเราเริ่มดำน้ำลงไป ก็เจอฝูงปลาหางเหลืองมาว่ายมาต้อนรับรอบ ๆ เมื่อดำลงไปถึงยอดภูเขาใต้ทะเล เราก็เจอกุ้งล็อบสเตอร์ Tristan ตัวยักษ์ กำลังคอยเราอยู่ที่ยอดเขาใต้ทะเล อย่างกับภาพในฝันเลยครับ

A Humpback whale breaches while feeding off the Palmer Archipelago, between Anvers Island and the Antarctic Peninsula.
*This picture was taken in 2020 during the Antarctic leg of the Pole to Pole expedition under the Dutch permit number RWS-2019/40813

คุณกำลังเห็นวาฬหลังค่อม หนัก 30 ตัน ตีหางบนน้ำ ระหว่างที่มันหาอาหารบริเวณคาบสมุทรแอนตาร์กติก ตอนนั้นเราล่องเรือเอสเพอรันซาอยู่ใกล้หมู่เกาะ Palmer แล้วเจอฝูงวาฬหลังค่อมมาว่ายวนรอบ ๆ น่าจะนานอยู่เหมือนกัน วาฬกระโดดขึ้นมาหลายครั้ง เห็นเกือบหมดเลยครับ ตัวมันโผล่ขึ้นมาสักเกือบ ๆ 90% จนผมอึ้งกับความมหึมา ผมถ่ายภาพสัตว์ป่าและธรรมชาติมา 22 ปี แต่ยังไม่เคยเห็นวาฬกระโดดต่อหน้าชัด ๆ แบบนี้ ซาบซึ้งเลยว่าธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่และงดงามจริง ๆ

Greenpeace activists board the reefer Taganrogskiy Zaliv (linked to Laskaridis Shipping Ltd.),  in order to carry out an inspection. The refrigerated cargo vessel was on its way to carry out a transhipment.

The Greenpeace ship Esperanza is on the final leg of the 'Protect The Oceans' voyage from the Arctic to the Antarctic. The almost year-long voyage is one of Greenpeace’s biggest ever expeditions and highlights the many threats facing the oceans while campaigning for a Global Ocean Treaty covering all seas outside of national waters.

เราติดตามเรือห้องเย็นลำนี้อยู่ใกล้หมู่เกาะเซาท์ออร์กนีย์ (South Orkney) ตั้งแต่วันที่เรือเข้ามาบริเวณทวีปแอนตาร์กติกา เรือห้องเย็นพวกนี้จะขนถ่ายสัตว์น้ำกลางทะเลจากเรือประมง มันเป็นขั้นตอนที่ไร้การควบคุม และเปิดโอกาสให้เรือประมงอยู่ในทะเลได้ตลอดโดยไม่กลับเข้าฝั่ง เพื่อเลี่ยงการถูกตรวจสอบ เรือที่นี่จะกวาดตัวเคย สัตว์คล้ายกุ้งตัวเล็ก ๆ แหล่งอาหารสำคัญในระบบนิเวศของแอนตาร์กติกา

กรีนพีซตัดสินใจส่งทีมงานขึ้นไปดูเรือลำนั้น เพื่อสำรวจมาตรฐานสุขภาพและความปลอดภัยของลูกเรือ รวมถึงสัตว์น้ำที่เก็บไว้ ทีมงานถูกบรีฟให้เข้าใจความเสี่ยงในปฏิบัติการนี้ แต่ก็ไม่มีใครถอยครับ ปฏิบัติการแบบซึ่งหน้าของกรีนพีซครั้งนี้ถือเป็นตำนาน ผมตื่นเต้นที่ได้เห็นกับตาตัวเอง

ก่อนเรือห้องเย็นลำนั้นจะรู้ตัวว่าถูกติดตาม เรือเล็กของเราก็เร่งความเร็วเข้าประชิดแล้วส่งทีมงาน 3 คนปีนบันไดเชือกขึ้นไปบนท้ายเรือลำนั้น ช่วงนั้นทั้งระทึกและตึงเครียด เพราะเริ่มมีลูกเรือเดินออกมาแล้ว แต่ก็โล่งใจที่พวกเขาท่าทางเป็นมิตร ถึงจะปฏิเสธไม่ให้เราเข้าไปตรวจดูสิ่งต่าง ๆ แต่ก็ยอมให้ข้อมูลเกี่ยวกับปลาหมึกที่เรือเก็บไว้ เราเห็นชัดว่าเรือนี้ไม่มีการบันทึกและรายงานข้อมูลสตอกอย่างเป็นระบบ นี่เป็นเรื่องท้าทายที่อุตสาหกรรมประมงต้องแก้ไขครับ

Chinstrap and Gentoo penguins fish on an iceberg off Half Moon Island.

Greenpeace is back in the Antarctic on the last stage of the Pole to Pole Expedition. We have teamed up with a group of scientists to investigate and document the impacts the climate crisis is already having in this area.

*This picture was taken in 2020 during the Antarctic leg of the Pole to Pole expedition under the Dutch permit number RWS-2019/40813.

ทำใจยากเหมือนกันที่ต้องอยู่กลางทะเลนาน 6 สัปดาห์ และไม่ได้เจอครอบครัว ตั้งแต่วันแรกที่ขึ้นเรือ เราเริ่มงานกันตอน 7 โมงเช้า เริ่มจากทำความสะอาดเรือ แล้วนั่งเรือเล็ก 2-3 รอบ ออกไปเก็บตัวอย่างทางวิทยาศาสตร์ หลายครั้งก็นั่งแต่งรูปถ่ายยันมืด งานทั้งหมดกินเวลา 43 วันบนเรือ ก็สนุกดี แต่พอถึงสัปดาห์ที่ 3 ฉันก็ร้องไห้ออกมาเพราะคิดถึงลูกชายวัย 9 ขวบมาก

ฉันเคยคิดอยู่นานว่าจะเข้าร่วมการเดินทางไหม นี่เป็นภารกิจในฝัน แต่ครั้งนี้ฉันจะไม่ได้เจอลูกนานที่สุดในชีวิต สุดท้ายแล้ว ลูกกลับเป็นคนที่บอกว่าแม่ต้องไป “แม่จะได้ถ่ายรูปเพนกวิน ได้ช่วยโลกใบนี้ แม่จะจำประสบการณ์ครั้งนี้ไปตลอดชีวิต แม่ต้องไปให้ได้นะ” ในคืนนั้น ฉันนั่งแต่งรูปที่ถ่ายมา พลางนึกถึงลูกไปพร้อม ๆ กับภาพเพนกวินที่แหวกว่ายอยู่ในใจ

นักวิทยาศาสตร์บนเรือได้ศึกษาเพนกวิน ในฐานะที่เป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทวีปแอนตาร์กติกา สิ่งที่ฉันค้นพบที่แอนตาร์กติกา คือช่วงเวลาน่าทึ่งที่ได้เฝ้าดูเพนกวินแบบไม่รู้เบื่อ ในภาพมันดูมีความสุขจังเลย และนี่คือสิ่งที่พวกเราต้องปกป้องค่ะ

Humpback Whale in the Indian Ocean. © Paul Hilton / Greenpeace
ผลักดันเขตคุ้มครองทางทะเล

ด้วยวิกฤตหลายๆด้านที่กำลังคุกคามมหาสมุทร เราจึงจำเป็นต้องปกป้องมหาสมุทรโลกอย่างน้อย 1 ใน 3 ส่วนภายในปี พ.ศ.2573 

มีส่วนร่วม