ไม่กี่ปีมานี้ เราได้เห็นวิธีคิดและการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งที่เปลี่ยนแปลงไปมาก เช่น หลายพื้นที่ทั่วโลกห้ามใช้ถุงหูหิ้วพลาสติก หรือกระบวนการขยะเป็นศูนย์ (Zero waste) ก็กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนทั่วโลกตระหนักถึงผลกระทบของพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งที่มีต่อสภาพแวดล้อมทางทะเลและชุมชนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะเดียวกันภาคธุรกิจก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วย บริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลายบริษัทตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ของตนเอง

ในไทย เราเริ่มเห็นความพยายามลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมุ่งเน้นไปที่การงดแจกถุงพลาสติก แต่การใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกยังคงพบเห็นได้ทั่วไปโดยเฉพาะในชั้นวางสินค้าต่าง ๆ 

ในบทความนี้ เรารวบรวมไอเดียการใช้สิ่งอื่นแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทั่วโลกได้นำมาใช้ ไปดูกันเลยว่ามีไอเดียอะไรน่าสนใจบ้าง

โซนอาหารสด

● การใช้ฉลากอาหารแบบเลเซอร์ ในประเทศสเปน 

A sweet potato
© ICA/Nature & More

Laser Food เป็นผู้บุกเบิกระบบติดฉลากเลเซอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Natural Branding ซึ่งเป็นการใช้แสงเลเซอร์ส่องไปที่ผิวของผักและผลไม้เพื่อทำเป็นฉลากข้อมูลผลิตภัณฑ์แทนการติดสติกเกอร์ ในปี 2557 เทคโนโลยีนี้มีผู้ค้าปลีกอื่น ๆ นำไปใช้ด้วย เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตในสวีเดนชื่อ ICA ซึ่งปีเตอร์ เฮกก์ ผู้จัดการหน่วยธุรกิจของ ICA ให้ข้อมูลว่า “การใช้ระบบติดฉลากด้วยเลเซอร์กับอะโวคาโดอินทรีย์ ช่วยให้เราประหยัดพลาสติกความกว้างขนาด 30 เซนติเมตรได้ 200 กิโลเมตรภายใน 1 ปี มันอาจดูเล็กน้อย แต่ผมคิดว่ามันก็ดูดีเลยทีเดียว”

● ใช้วัสดุท้องถิ่นที่ได้จากธรรมชาติเพื่อห่อหุ้มผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด     

แบรนด์ Veggie 1st – ผักสดคุณพิม วางจำหน่ายสินค้าในริมปิงซูเปอร์มาร์เก็ต เชียงใหม่ ใช้ใบตองห่อพริกขี้หนู หัวหอม และพริกไทย แล้วมัดด้วยตอกไม้ไผ่ วัสดุเหล่านี้จะย่อยสลายตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจทำได้เฉพาะในประเทศที่มีพืชพื้นเมืองเป็นของเหลือใช้ สำหรับประเทศที่ไม่ได้มีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น บริษัทควรทำการวิจัยการใช้ประโยชน์จากเศษเหลือใช้ของพืชท้องถิ่นให้ได้มากที่สุดแทนการนำเข้าใบตองมาจากต่างประเทศ

● ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อกำจัด ‘บรรจุภัณฑ์’ ออกไปจากห่วงโซ่อุปทานและลงทุนในอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่จะช่วยเก็บรักษาผลิตผลให้สดใหม่ และใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุด

Since wholesalers do not provide any information about their plastic and packaging footprints, Greenpeace Switzerland has created transparency with the tomato packaging index. The analysis of the assortments of 24 randomly selected stores shows that Migros packs its tomatoes in significantly more plastic than its competitor Coop. The Swiss retail trade could save 1,000 tonnes of plastic a year on a single variety of vegetable.

“ผลิตภัณฑ์ไร้บรรจุภัณฑ์” หรือ “Nude food” จากนิวซีแลนด์ ผู้ค้าปลีกเริ่มโครงการ “ผลิตภัณฑ์ไร้บรรจุภัณฑ์” (Food in the nude) โดยทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อยุติการห่อพลาสติกในผักและผลไม้ส่วนใหญ่ที่วางขายในร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตจะติดตั้งเครื่องทำความเย็นระบบ “ละอองน้ำ” เพื่อให้สินค้าสดใหม่และเก็บรักษาผลิตผลโดยไม่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง

โซนอาหารแห้ง

อาหารแห้ง คือ อาหารที่เรากินเป็นประจำ และเป็นส่วนประกอบที่มีปริมาณมากที่สุดในมื้ออาหารและเป็นสิ่งที่เราสามารถซื้อเก็บไว้ในปริมาณมากได้ เช่น ข้าวเป็นอาหารหลักที่บริโภคกันอย่างแพร่หลายในเอเชีย และมักถูกบรรจุในพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ข้าวในถุงบรรจุพลาสติกใช้แล้วทิ้งจึงทั้งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นการจำกัดปริมาณการซื้อของลูกค้าด้วย

● ทำงานกับซัพพลายเออร์เพื่อลดบรรจุภัณฑ์ในขั้นตอนการผลิตและพัฒนาระบบการจ่ายสินค้าที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมปริมาณการซื้อได้

Algramo ประเทศชิลี ร้านค้าที่ให้บริการรีฟิลสินค้าประเภทข้าว ถั่วชนิดต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในเมืองซานติอาโก ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าในปริมาณที่ต้องการและนำภาชนะที่ลูกค้ามีมาใส่ได้ แทนการซื้อสินค้าในซองเล็ก ๆ ซึ่งจะกลายเป็นขยะในภายหลัง นอกจากนี้ ร้านค้ายังมีรถสามล้อไฟฟ้าซึ่งติดตั้งเครื่องจ่ายสินค้าและขับไปให้บริการในพื้นที่อื่น ๆ ด้วย

● พัฒนาเครื่องชั่งน้ำหนักที่ให้ลูกค้าบริการตนเองได้ และสนับสนุนให้ลูกค้านำภาชนะมาเอง

Unpackaged สหราชอาณาจักร เป็นร้านค้าที่ขายสินค้าแบบไร้บรรจุภัณฑ์ บริษัทพัฒนาเครื่องชั่งน้ำหนักแบบที่ให้ลูกค้าบริการตนเองได้ ทำให้ลูกค้าสามารถคำนวณน้ำหนักภาชนะของตนเองได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งมีคำอธิบายการใช้เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจขั้นตอนการใช้และประโยชน์ของการเลือกซื้ออาหารแบบไร้ขยะด้วย นอกจากนี้ Unpackaged ได้ร่วมมือกับ Waitrose ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในสหราชอาณาจักรเพื่อทดลองทำร้านค้าไร้ขยะในซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าจำนวนมาก ลูกค้ารายหนึ่งบอกบีบีซีว่า “การลงมือทำเรื่องนี้เป็นเรื่องดีกับสิ่งแวดล้อม ร้านค้าและผู้ผลิตต้องลงมือทำ แม้ว่าร้านค้าอาจจะลำบากขึ้นบ้างในช่วงแรก พวกเราไม่ได้ต้องการใช้บรรจุภัณฑ์เหล่านี้เลย มันจึงเป็นงานใหญ่สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ต้องคิดหาทางจัดการ”

● พัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ลูกค้าสั่งซื้ออาหารล่วงหน้าได้

Miwa สาธารณรัฐเช็ก Miwa ย่อมาจาก minimum waste แปลว่า “ของเสียน้อยที่สุด” เป็นระบบที่มุ่งเน้นไปที่ “precycling” คือ วิธีปฏิบัติเพื่อลดขยะของผู้บริโภคตั้งแต่ต้นทาง วิธีการดำเนินงานของบริษัท คือ บริษัทจะจัดส่งสินค้า เช่น พาสต้า เมล็ดธัญพืชจำนวนมากไปยังร้านค้ากลางของบริษัท แล้วร้านค้ากลางนำไปบรรจุในภาชนะใช้ซ้ำ หลังจากนั้นจึงส่งไปยังร้านค้าขนาดเล็กชื่อ Miwa เมื่อลูกค้าใช้แอปพลิเคชันสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินแล้ว ลูกค้าก็ไปรับสินค้าที่ร้านค้า Miwa ได้เลย หลังจากนั้นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ทั้งหมดจะต้องถูกส่งกลับเพื่อนำมาทำความสะอาด และใช้ซ้ำไปเรื่อย ๆ

โซนผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว และของใช้ภายในบ้าน

ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและของใช้ภายในบ้าน มักมาพร้อมกับไมโครบีดส์ซึ่งเป็นพลาสติกขนาดเล็กที่อยู่ในสครับขัดผิว ยาสีฟัน และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งที่เป็นบรรจุภัณฑ์ของสินค้าประเภทนี้ด้วย

● ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่ใช้ขวดพลาสติกในการขนส่งหรือขายสินค้า

https://youtu.be/lI8ao4jlzXc

Lush บริษัทที่ขายสบู่ แชมพู และเครื่องสำอางที่ไร้บรรจุภัณฑ์ใน 44 ประเทศมามากกว่า 20 ปี ผลิตภัณฑ์ของ Lush ประมาณร้อยละ 60 นั้น “ไร้บรรจุภัณฑ์” บริษัทให้ข้อมูลว่า แชมพูแบบก้อนที่วางขายทั่วโลกช่วยประหยัดขวดพลาสติกได้เกือบ 6 ล้านขวดต่อปี และแชมพู 1 ก้อนใช้งานได้ถึง 80 ครั้ง หรือเท่ากับแชมพูบรรจุขวดขนาด 250 กรัม จำนวน 3 ขวด

● ลงทุนในการพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับวัสดุ

©Jenny McGrath/Digital Trends

Procter & Gamble DS3 swatches Clean ประเทศสหรัฐอเมริกา คิดค้น “DS3 Clean” แผ่นสี่เหลี่ยมขนาดเท่าถุงชา เมื่อโดนน้ำจะเกิดฟองและใช้ทำความสะอาดสิ่งต่าง ๆ ได้ แถมยังมีน้ำหนักเบา ทำให้ขนส่งได้ง่ายขึ้น

● พัฒนาระบบเติม และกระตุ้นให้ลูกค้านำภาชนะกลับมาใช้ซ้ำ

5 things you need to know about Unilever Philippines' All Things Hair Refillery
©Unilever Philippines

Unilever All Things Hair Refillery เป็นโปรเจคทดลองในห้างสรรพสินค้าเพียง 1 เดือนเท่านั้น แต่ได้แสดงให้เห็นถึงวิธีแก้ปัญหาบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งแบบง่ายๆของแบรนด์ระดับโลก โดยโปรเจคนี้เกิดขึ้นในฟิลิปปินส์ เชิญชวนให้ลูกค้านำขวคแชมพูและครีมนวดผมเก่าของยูนิลีเวอร์มาเติมสินค้าชนิดนั้นๆ โดยมีหลายยี่ห้อ อาทิ Dove Sunsilk และ TRESemmé ลูกค้าจึงจ่ายเฉพาะค่าสินค้าตามปริมาณที่ลูกค้าเติม ไม่ต้องจ่ายค่าบรรจุภัณฑ์ ทำให้สินค้าราคาถูกกว่าการซื้อในบรรจุภัณฑ์พลาสติก

โซนซื้อกลับบ้าน

● ออกแบบวิธีการคืนภาชนะใช้ซ้ำ

reCIRCLE ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นระบบการส่งคืนภาชนะที่นำนวัตกรรมเข้ามาใช้ และร่วมกับร้านค้าปลีก ร้านอาหาร และร้านกาแฟทั่วสวิตเซอร์แลนด์ ลูกค้าจะต้องจ่ายเงินประมาณ 30 บาท เพื่อมัดจำกล่องใช้ซ้ำที่ชื่อว่า reBOX และส่งคืนกล่องที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการและลูกค้าจะได้รับเงินมัดจำคืน โดยลูกค้าสามารถนำกล่องนั้นกลับมาใช้ซ้ำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ บริษัทกล่าวว่า หากคน 1 คนใช้กล่อง reBOX แทนภาชนะใช้แล้วทิ้งเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยลดขยะพลาสติกซึ่งมักมีจุดจบที่เตาเผาขยะได้ 1.5 กิโลกรัมต่อปี

● นำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการ เพื่อเพิ่มอัตราการคืนภาชนะใช้ซ้ำ

Muuse ให้บริการยืมแก้วกาแฟใช้ซ้ำในสิงคโปร์ ฮ่องกง และซานดิเอโก ภายใต้หลักการ “Borrow – Use –  Return” โดยลูกค้าจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Muuse แล้วมองหาร้านกาแฟที่ร่วมรายการที่พร้อมให้ยืมแก้วใช้ซ้ำ หลังจากนั้นเมื่อใช้บริการเรียบร้อยแล้ว ก็เพียงนำไปคืนยังร้านกาแฟที่ร่วมรายการ 

Vessel สหรัฐอเมริกา เป็นบริษัทที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Cup-sharing company เมื่อลูกค้าสั่งเครื่องดื่มร้อนด้วยแอปพลิเคชัน Vessel พนักงานจะสแกนคิวอาร์โค้ดที่ก้นแก้วแล้วส่งเครื่องดื่มให้ลูกค้า ลูกค้ามีเวลา 5 วันในการส่งคืนแก้วที่ตู้หรือร้านกาแฟที่กำหนด บริษัทจะจัดการเก็บแก้วกาแฟที่ใช้แล้วไปล้าง และนำกลับไปใช้ใหม่ หากลูกค้าไม่ส่งคืนแก้ว หลังจากมีระบบแจ้งเตือนหลายครั้ง ลูกค้าจะถูกเรียกเก็บเงินจำนวน 450 บาทผ่านแอปพลิเคชัน

● ส่งเสริมให้ลูกค้าใช้ภาชนะของตนเอง

©Lottie Gross

Dabbawalas อ่านว่า ดับบาวาลาเป็นระบบจัดส่งอาหารกลางวันในประเทศอินเดีย  เริ่มมีขึ้นในช่วงทศวรรษปี 1890 และยังคงเปิดให้บริการถึงทุกวันนี้ พนักงานของ dabbawala จะปั่นจักรยานเก็บรวบรวมกล่องอาหารกลางวันตามบ้านต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นบ้านของลูกค้า แม่ครัวคนส่งปิ่นโต หรือร้านอาหารที่ทาง Dabbawalas ดีลไว้ แล้วนำไปส่งยังสถานที่ปลายทางโดยใช้รหัสสีกำหนดปลายทางของกล่องอาหารนั้น ๆ กล่องอาหารกลางวันจะถูกแยกเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อนำขึ้นรถไฟ แล้วพนักงานท้องถิ่นของ dabbawalas ที่ประจำในแต่ละสถานีจะขนกล่องลงจากรถไฟและส่งต่อไปยังสำนักงานเพื่อนำไปแจกจ่ายต่อไป หลังจากนั้น กล่องอาหารกลางวันจะถูกส่งกลับเพื่อล้างและนำกลับมาใช้ใหม่ 

ค่าบริการอยู่ที่ 630 บาทต่อเดือน และจะมีการส่งกล่องอาหารกลางวันจำนวน 175,000 –  200,000 กล่องต่อวัน Dabbawalas มีมานานนับศตวรรษโดยไม่มีเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์จีพีเอสใดๆ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้ DabbaDrop โครงการสตาร์ทอัพในกรุงลอนดอนด้วย ซึ่งใช้วิธีส่งกล่องอาหารถึงหน้าประตูบ้านและเก็บรวบรวมกล่องกลับมาเพื่อนำกลับมาใช้อีกครั้ง

จุดชำระเงิน

● ลูกค้าซื้อถุงผ้าที่ทนทานและใช้ซ้ำได้

IKEA ถือเป็นห้างแรก ๆ ที่ตอบรับนโยบายปลอดพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ย้อนกลับไปในปี 2549 อิเกียริเริ่มโครงการ “งดใช้ถุงพลาสติก” (Bag the Plastic Bag) ในสหราชอาณาจักรเพื่อเรียกเก็บเงินค่าถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งจำนวน 5 เพนนีต่อใบ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าใช้ถุงใช้ซ้ำ หลังจากนั้น ได้ขยายโครงการนี้ไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 2550 ปรากฎว่าลูกค้าในสหรัฐอเมริกาจำนวนร้อยละ 92 เลือกใช้ถุงใช้ซ้ำแทนถุงใช้ครั้งเดียวทิ้ง ตั้งแต่นั้นมาอิเกียก็นำนโยบายนี้ไปใช้ในหลายประเทศเพื่อกำจัดถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและถุงกระดาษด้วย โดยมีทางเลือกให้ลูกค้าคือ ซื้อถุงใช้ซ้ำในราคา 59 เซนต์หรือนำถุงมาเอง

● จัดหาถุงให้ลูกค้ายืมหรือเช่า สำหรับลูกค้าที่ลืมนำถุงใช้ซ้ำมา Shopping

ถุงบูมเมอแรง เป็นโครงการที่เริ่มต้นในออสเตรเลีย โดยโครงการจะรับบริจาคผ้ามาตัดเป็นถุงใช้ซ้ำ แล้วแจกจ่ายให้แก่ผู้ค้าปลีกที่เข้าร่วมโครงการ ลูกค้าที่ลืมนำถุงผ้าส่วนตัวมาสามารถยืมถุงใช้ซ้ำได้ เมื่อใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าก็จะนำถุงผ้ากลับไปคืนร้านค้า ซึ่งก็เหมือนกับการ “บูมเมอแรง” ถุงผ้ากลับไปที่เดิม เพื่อให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ยืมไปใช้ใส่สินค้าต่อไป โครงการนี้ดำเนินการบนความเชื่อใจลูกค้าว่า ลูกค้าจะนำถุงผ้ากลับมาคืนร้านค้า แต่ในบางพื้นที่ บริษัทอาจใช้วิธีวางเงินมัดจำเพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้ใช้จะส่งคืนถุงผ้า

● นำเทคโนโลยีแบบดิจิทัลและการจ่ายเงินออนไลน์เข้ามาใช้เพื่อกระตุ้นให้คนอยากเข้าร่วมโครงการ

Woolworths ออสเตรเลีย ห้างสรรพสินค้าวูลเวิร์ธ (Woolworths) ริเริ่มโครงการถุงใช้ซ้ำกับลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าทางออนไลน์ หลักการคือ เมื่อลูกค้าสั่งสินค้าและเลือกบริการ “จากตะกร้าถึงม้านั่ง” ผู้ส่งจะนำสินค้าบรรจุในถุงใช้ซ้ำหรือตะกร้า แล้วจัดส่งสินค้าไปให้ลูกค้าถึงหน้าบ้าน กับอีกวิธีคือ ลูกค้าเลือกใช้บริการ “รับสินค้า” ลูกค้าก็จะนำถุงผ้ามาใส่สินค้าที่สั่งไว้ด้วยตัวเองที่ร้านค้า นอกจากนี้ แอปพลิเคชัน Woolworths จะเตือนลูกค้าให้นำถุงใช้ซ้ำของตนเองไปที่ร้านค้าด้วย

Shop ผ่านทางออนไลน์

● ทำงานกับบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์ใช้ซ้ำสำหรับการจัดส่งสินค้าและพัฒนาระบบที่สามารถนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ซ้ำได้

โครงการ Loop เป็นการจัดส่งสินค้าโดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทนทานและนำกลับมาใช้ซ้ำ Loop ทำงานร่วมกับแบรนด์คู่ค้าให้มีบรรจุภัณฑ์ใช้ซ้ำและบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำไปเติมได้ อาทิ Häagen-Dazs Gillette และ Pantene ลูกค้าต้องจ่ายเงินมัดจำเพื่อยืมบรรจุภัณฑ์และรับสินค้าในภาชนะใช้ซ้ำ โดยการจัดส่งจะส่งสินค้าในกล่องใช้ซ้ำด้วย เมื่อลูกค้าใช้สินค้าหมดแล้ว ก็เพียงนำบรรจุภัณฑ์เปล่าใส่กลับไปในกล่องใช้ซ้ำ แล้วบริษัทจะมาเก็บกลับไปเพื่อทำความสะอาด ระบบนี้จึงช่วยลดวัสดุใช้ครั้งเดียวทิ้งในขั้นตอนขนส่งทิ้งไปด้วย Loop มีบริการในบางรัฐในสหรัฐอเมริกาและปารีสเท่านั้น

● ทำงานร่วมกับบริษัทอื่น ๆ เพื่อจัดหาบรรจุภัณฑ์ใช้ซ้ำและส่งคืนบรรจุภัณฑ์แก่ร้านค้า (Reverse Logistics)

RePack จากฟินแลนด์ บริษัทสตาร์ทอัพก่อตั้งขึ้นในปี 2554 โดยผลิตบรรจุภัณฑ์ใช้ซ้ำจากวัสดุรีไซเคิล และมีเป้าหมายเพื่อกำจัดของเสียบางส่วนที่เกิดจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซด้วย แนวคิดนี้คล้ายกับระบบการส่งคืนขวด ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์จะจ่ายเงินมัดจำเพื่อใช้บริการจัดส่งแบบ RePack เมื่อซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ที่เข้าร่วมโครงการ หลังจากลูกค้าได้รับสินค้าแล้ว พวกเขาจะพับหีบห่อเปล่าให้เหลือขนาดเล็กเท่ากระดาษเขียนจดหมายแล้วส่งคืนบริษัทโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จากนั้นลูกค้าจะได้รับบัตรกำนัลทางอีเมลที่สามารถนำไปใช้ได้กับร้านค้าที่ร่วมรายการ บรรจุภัณฑ์แต่ละชิ้นสามารถใช้ซ้ำได้อย่างน้อย 20 ครั้ง

● สร้างระบบมัดจำ (Deposit Return Schemes) เพื่อจูงใจให้เกิดการใช้ซ้ำ สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์และใช้ระบบขนส่งอย่างยั่งยืน

The Wally Shop ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดตัวในนิวยอร์กในปี 2561 บริษัทจัดส่งสินค้าทางจักรยาน ซึ่งมีทั้งของแห้งและผลผลิตในท้องถิ่น เมื่อลูกค้าสั่งซื้อทางออนไลน์ สินค้าทุกอย่างจะถูกบรรจุในบรรจุภัณฑ์ใช้ซ้ำ เช่น ถุงตาข่ายทำจากฝ้ายอินทรีย์ ถุงซีล ขวดโหลแก้ว และกระเป๋า โดยบรรจุภัณฑ์ใช้ซ้ำแต่ละชิ้นจะมีการเก็บเงินมัดจำจำนวน 30 บาท และได้รับเงินคืนหลังจากคืนบรรจุภัณฑ์แล้ว บรรจุภัณฑ์นั้นก็จะถูกนำไปทำความสะอาดและนำมาใช้ซ้ำต่อไป บริษัทนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากระบบการจัดส่งสินค้า Dabbawala ในอินเดียที่ได้ขยายออกไปทั่วโลก ซึ่งบ่งบอกถึงศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของระบบจัดส่งสินค้าประเภทนี้

NOTE: กรีนพีซไม่ได้ให้การรับรองผลิตภัณฑ์ ตราสินค้า หรือบริษัทใด ๆ ที่ปรากฎในบทความ เราเพียงนำไอเดียที่น่าสนใจมาแบ่งปัน เพื่อสร้างให้เกิดการคิดนวัตกรรมหรือลงมือทำเพื่อลดใช้พลาสติก เรายินดีมาก ถ้าหากคุณอยากจะต่อยอด หรือนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการที่คุณกำลังทำอยู่ อย่าลืมมาเล่าให้เราฟังบ้างนะคะ ว่าคุณมีวิธีลดพลาสติกครั้งเดียวทิ้งอย่างไรบ้าง

มาแลกเปลี่ยนกันได้ที่ FB Group สถานี DIY – MAKE SMTHNG Buy Nothing หรือทางโซเชียลมีเดียของกรีนพีซที่ GreenpeaceThailand

#BreakFreeFromPlastic

Plastic Brand Audit Activity in Greece. © Constantinos Stathias / Greenpeace
ยุติมลพิษพลาสติก

การรีไซเคิลไม่ไช่ทางออกของปัญหา พลาสติกกว่าร้อยละ 90 ที่ถูกผลิตขึ้น ไม่ได้ถูกนำไปรีไซเคิล แต่ถูกนำไปที่หลุมฝังกลบหลุดออกสู่สิ่งแวดล้อม หรือถูกนำไปเผาและและปล่อยมลพิษกลับเข้าสู่สิ่งแวดล้อม เราไม่อาจกู้วิกฤตมลพิษพลาสติกด้วยเพียงแค่การรีไซเคิล ถึงเวลาแล้วที่บริษัททั้งหลายต้องบอกลาพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวไปพร้อมกัน

มีส่วนร่วม