Manage your cookies preferences

Please select which cookies you are willing to store.

คุกกี้การแสดงผล Always enabled

คุกกี้เหล่านี้จะช่วยให้เราเก็บข้อมูลเชิงสถิติและข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน เช่น ผู้ใช้เว็บไซต์ใช้เวลานานเท่าไรในหน้าเว็บไซต์แต่ละหน้า หรือผู้ใช้คลิกลิงก์อะไรบ้าง ข้อมูลจะถูกเก็บไปเพื่อพัฒนาเว็บไซต์ greenpeace.org ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นเพื่อการใช้เว็บไซต์ของคุณ การกดยอมรับคุกกี้เหล่านี้ยังจะช่วยให้คุณไม่ถูกตรวจจับด้วยระบบแบนคุกกี้

จากที่มีการกล่าวถึงในย่อหน้า คุกกี้การแสดงผล ด้านบน เราอาจจะติดตั้งคุกกี้ในบราวเซอร์ของคุณซึ่งเป็นคุกกี้บุคคลที่สาม (เช่น คุกกี้จาก Facbook หรือ Google) สำหรับติดตามข้อมูลเพื่อการวางแผนการตลาดที่ดีขึ้นและปล่อยโฆษณาออนไลน์ที่คาดว่าคุณจะสนใจหลังจากที่คุณออกจากเว็บไซต์ไปแล้ว (คุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่)

รายชื่อเต็มของคุกกี้ที่อาจถูกติดตั้งบนบราวเซอร์ของคุณสามารถดูได้จากด้านบน (ดู ประเภทของคุกกี้ ) และรายละเอียดบางส่วนถึงการที่เราจัดการกับข้อมูลอย่างไรผ่านระบบบุคคลที่สามด้านล่าง

หากมีการยกเลิกการใช้งาน (un-checking) คุกกี้ทั้ง 2 ประเภทด้านบน เราจะเซ็ตคุกกี้เฉพาะในบราวเซอร์ของคุณเพื่อเก็บข้อมูลการใช้งาน ซึ่งจะทำให้คุณไม่ได้รับการติดตามบนเว็บไซต์จนกว่าคุณจะเปลี่ยนใจหรือเคลียร์คุกกี้ในบราวเซอร์

เว็บบราวเซอร์เกือบทั้งหมดอนุญาตให้ควบคุมคุกกี้บางตัวผ่านการตั้งค่าบราวเซอร์ (เช่น การแจ้งเตือนการติดตั้งคุกกี้ใหม่, การยกเลิกการใช้คุกกี้และการตรวจจับคุกกี้) คลิกที่ประเภทบราวเซอร์ของคุณด้านล่าง เพื่อเรียนรู้ข้อมูลผู้ใช้บราวเซอร์ และเรียนรู้การยกเลิกการติดตั้งคุกกี้
Chrome
Firefox
Internet Explorer
Microsoft Edge
Opera
Safari

แม้ว่าสามารถบล็อกคุกกี้ทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตามจะมีผลกระทบทางในด้านการใช้งานเว็บไซต์หลายเว็บไซต์

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ อ่านเพิ่มเติมใน นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

พายุเฮอริเคนแพทริเซียเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งแปซิฟิกของเม็กซิโก [ตุลาคม พ.ศ. 2558]

ปรากฎการณ์เอลนีโญในปีที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดพายุเฮอริเคนแพทริเซียที่ใหญ่ที่สุดซึ่งทำลายสถิติที่เคยบันทึกไว้ พายุลูกดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อป่าพรุและทำให้เกิดไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดอย่างกระทันหันในอินโดนีเซียซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นโลกเผชิญกับปรากฎการณ์เอลนีโญมาหลายครั้ง ในปี พ.ศ. 2541 เป็นปีที่คนทั่วทวีปแอฟริกา เอเชีย และอเมริกากลางหลายล้านคนต้องทนทุกข์ทรมานกับความอดอยาก  ปรากฎการณ์เอลนีโญในปีนี้และปีที่ผ่านมากลับรุนแรงขึ้นกว่าเก่า และอาจส่งผลให้ความอดอยากเลวร้ายลง ผลกระทบยิ่งร้ายแรงขึ้น

นักภูมิอากาศวิทยาเคยคาดการณ์ว่าจะเกิดเอลนีโญขึ้นในปี พ.ศ. 2557 แต่แล้วปรากฎการณ์เอลนีโญก็ไม่เกิดขึ้นตามที่คาดไว้ ถึงแม้ว่าปีนั้นจะเป็นปีที่ร้อนและอุณหภูมิที่พื้นผิวมหาสมุทรแปซิฟิกกลางจะร้อนผิดปกติก็ตาม
อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ. 2558 สภาวะต่าง ๆ ก็พร้อมที่จะเอื้ออำนวยให้เกิดเอลนีโญขึ้น และในเดือนมีนาคม องค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NOAA) ก็ประกาศว่า ปรากฎการณ์เอลนีโญได้เกิดขึ้นแล้ว

ไม่ใช่เพียงแค่ปรากฎการณ์เอลนีโญเท่านั้นที่เกิดขึ้น แต่ภัยพิบัติอื่น ๆ ที่รุนแรงก็เกิดขึ้นตามมาด้วย เช่น พายุเฮอริเคนแพทริเซียเมื่อปีก่อน ภาวะภัยแล้งในปีนี้ เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้ชวนให้เราตั้งคำถามว่า เหตุการณ์เหล่านี้มีเชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนอย่างไร

องค์กรอ็อกแฟมเตือนว่า ประชากรอย่างน้อยสิบล้านคนทั่วโลกจะถูกคุกคามจากภัยของความอดอยากเนื่องจากทำการเกษตรไม่ได้ผล ซึ่งมีสาเหตุคือปรากฎการณ์เอลนีโญนั่นเอง

เช่นเดียวกับภาวะโลกร้อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปรากฎการณ์เอลนีโญจะทดสอบการรับมือในระดับประเทศ กรีนพีซไม่ใช่แค่เพียงเป็นประจักษ์พยานของปัญหา แต่เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไข

ปรากฎการณ์เอลนีโญได้ทำให้ฤดูแล้งในอินโดนีเซียทวีความรุนแรงขึ้นและได้ทำลายป่าพรุ รวมทั้งทำให้เกิดไฟป่าที่ส่งผลให้เกิดหมอกควันปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นเพื่อที่จะจัดการกับปัญหาเหล่านี้ กรีนพีซได้เรียกร้องให้หยุดการตัดไม้ทำลายป่าและเรียกร้องให้มีกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เม็กซิโกเคยเผชิญหน้ากับภัยคุกคามต่าง ๆ ที่เกิดจากพายุเฮอริเคนแพทริเซียที่ทรงพลังมากที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมาในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกและลุ่มน้ำแอตแลนติกเหนือ ความรุนแรงของพายุเฮอริเคนแพทริเซียนี้มีสาเหตุจากน้ำในมหาสมุทรอุ่นขึ้นผิดปกติ จนขับเคลื่อนปรากฏการณ์เอลนีโญ

นอกจากนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา พายุไต้ฝุ่นคอปปุได้เคลื่อนตัวเข้ามาและทิ้งปริมาณน้ำฝนสูงมากกว่าหนึ่งเมตรไว้ที่ฟิลิปปินส์ ทำให้ภูมิภาคที่ปลูกข้าวเป็นหลักเกิดน้ำท่วม เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับที่เราคาดไว้ที่ว่าจะมีภาวะแห้งแล้งจนไม่สามารถเพาะปลูกได้

ชาวนาและครอบครัวยืนอยู่ในทุ่งนาที่แห้งแล้งในหมู่บ้านที่ฟิลิปปินส์

กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ประสานงานแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ผักออร์แกนิคและปุ๋ยไปช่วยเหลือเกษตรกรให้เพาะปลูกพืชผลใหม่แทนพืชผลเก่าที่ถูกทำลายไป ซึ่งวิธีการแก้ปัญหานี้เป็นวิธีเดียวกับที่กรีนพีซเคยใช้ตอนที่เกิดพายุไต้ฝุ่นฮากูปิต

ที่ออสเตรเลีย กรีนพีซออสเตรเลียแปซิฟิกสำรวจแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ และพบการฟอกขาวของปะการังจำนวนมาก อันเป็นผลมาจากน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น การฟอกขาวเป็นอันตรายระยะยาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อแนวปะการัง และเป็นสิ่งที่บอกเราว่าทำไมเราต้องหยุดโครงการเหมืองถ่านหินคาร์ไมเคิลในควีนส์แลนด์ นั่นก็คือ เพื่อที่จะลดการเพิ่มอุณหภูมิของบรรยากาศโลก

ปรากฎการณ์เอลนีโญเป็นเป็นเพียงการแสดงตัวอย่างผลกระทบของภาวะโลกร้อนและภัยพิบัติจากธรรมชาติและจากมนุษย์ที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เราต้องปรับปรุงระบบอาหารและเกษตรกรรมทั่วโลกรวมทั้งยุติยุคของเชื้อเพลิงฟอสซิลให้ได้

สัญญานเตือนเหล่านี้ชัดเจนอยู่แล้ว

มีการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ไคลเมทเชนจ์ พบว่า อัตราการปล่อยคาร์บอนในปัจจุบันอาจทำให้เกิดปรากฎการ์เอลนีโญเป็นสองเท่าของผลที่ร้ายแรงที่สุดที่จะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า

ปรากฎการณ์เอลนีโญเป็นสภาวะลำดับต้น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนระยะยาว

ในขณะที่ความแปรปรวนทางธรรมชาติยังคงมีบทบาทต่อสภาพอากาศของเรา ภาวะโลกร้อนได้เปลี่ยนแปลงขีดจำกัดที่ธรรมชาติจะรับได้และเพิ่มความเป็นไปได้ที่สภาพอากาศแบบสุดโต่งจะเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น

ปรากฎการณ์เอลนีโญที่เราเผชิญนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงสิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นและย้ำความจำเป็นที่จะต้องบรรลุข้อตกลงร่วมกันเพื่อที่จะลดการปล่อยคาร์บอนลง
ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่เราจะต้องทำทุกอย่างที่เราพอจะทำได้

 

แปลโดย วรานุช ทนุบำรุงสุข อาสาสมัครกรีนพีซในโครงการแปลเปลี่ยนโลก
แปลและเรียบเรียงจากบทความ Climate change in the eyes of El Nino?โดย แอรอน เกรย์-บล็อค

Want to see more from Greenpeace?

Google preferred source Add as a preferred source on Google

Related Posts

ความเห็น

แสดงความเห็นของคุณ