น้ำท่วมรุนแรง คลื่นความร้อน พายุไซโคลน ไฟป่า และปรากฎการณ์ Polar Vortex ในครึ่งปีแรกของปี 2564 นอกจากสถานการณ์โรคระบาดที่ย่ำแย่ สภาพอากาศที่รุนแรงสุดขั้วซึ่งเป็นผลจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศก็ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าปีก่อนๆที่ผ่านมา สภาพอากาศที่รุนแรงแบบนี้เกิดคำถามว่าแล้วเรากำลังเดินไปสู่จุดไหนของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตอนนี้สภาพภูมิอากาศวิกฤตแค่ไหน? 

ครึ่งปีที่ผ่านมาเราเผชิญกับภัยธรรมชาติจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศแบบไหนบ้าง?

โพลาร์ วอร์เท็กซ์ (Polar Vortex)

ในปีนี้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกต้องเผชิญกับโพลาร์ วอร์เท็กซ์ทำให้อากาศหนาวทุบสถิติ อุณหภูมิในกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ลดลงต่ำที่สุดในรอบ 35 ปี โดยสภาพอากาศตลอดทั้งคืนอยู่ที่ -18.6องศาเซลเซียส เป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2529 ในขณะที่จีนก็ต้องเผชิญกับอากาศหนาวเย็นเช่นกัน ซึ่งอุณหภูมิในกรุงปักกิ่งลดลงแตะ -19 องศาเซลเซียส เป็นอุณหภูมิที่ต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี นอกจากนี้ที่ญี่ปุ่นได้บันทึกสถิติความหนาของชั้นหิมะใหม่ หิมะที่ตกหนักนี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และมียานพาหนะกว่า 1,200 คัน ถูกฝังอยู่ใต้หิมะ สิ่งที่เกิดขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้ระบุว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นในขั้วโลกเหนือเป็นสาเหตุให้เกิดความหนาวจัดในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ส่วนหนึ่งเกิดจากปรากฎการณ์ Polar Vortex เคลื่อนตัวมาทางใต้

อุณหภูมิในกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ลดลงต่ำที่สุดในรอบ 35 ปี โดยสภาพอากาศตลอดทั้งคืนอยู่ที่ -18.6องศาเซลเซียส เป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2529

นอกจากคลื่นความหนาวที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออก อย่างเกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ สเปนก็เป็นอีกประเทศที่ต้องเจอกับอากาศหนาวที่สุดรวมทั้งหิมะตกหนักเป็นสถิติใหม่ เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา สเปนได้รับผลกระทบจากพายุหิมะ Filomena เกิดคลื่นความหนาวและหิมะตกหนัก ทั้งนี้คลื่นความหนาวส่งผลกระทบกับเมืองอีกหลายเมืองในสเปนโดยเฉพาะกรุงมาดริดที่อุณหภูมิลดต่ำลงเหลือ -12 องศาเซลเซียส เป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1907

คลื่นความร้อนในรัสเซีย

แม้ว่าจะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่า “หนาวมาก” ประเทศหนึ่งของโลก แต่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา (2564)รัสเซียกลับต้องเจอคลื่นความร้อน โดยกรุงมอสโกมีอุณหภูมิสูงถึง 31.9 องศาเซลเซียส และพุ่งแตะ 33.6 องศาเซลเซียสในช่วงบ่าย ครั้งล่าสุดที่อุณหภูมิรัสเซียสูงขนาดนี้ต้องย้อนไปปีพ.ศ. 2460 หรือเกือบร้อยปีที่แล้ว ส่วนอุณหภูมิในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กวันที่ 21 มิถุนายน พุ่งแตะ 34.3 องศาเซลเซียส แซงหน้าเมืองทางใต้อย่างเอเธนส์ โรม มาดริด สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องยืนยันข้อสรุปของรายงาน Roshydromet Assesment (ในปี 2559) ที่ว่าอุณหภูมิของรัสเซียจะสูงขึ้นอย่างรุนแรง นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าในศตวรรษที่ 21 รัสเซียจะอยู่ในเขตที่อุณหภูมิจะสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก

เหตุการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมรุนแรง

ครึ่งปีที่ผ่านมา หลายภูมิภาคเจอกับภัยพิบัติฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรง ตั้งแต่เหตุน้ำท่วมในออสเตรเลีย เบลเยียม เยอรมนี ลักแซมเบิร์ก อินเดีย จีน และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นเรื่องน่าเศร้าเพราะในเหตุการณ์แต่ละครั้งเราต่างสูญเสียผู้คนไปหลายชีวิต หรือแม้กระทั่งในไทยที่จังหวัดชุมพร ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุฝนตกหนักน้ำท่วมเช่นกัน ผลกระทบจากพายุโซนร้อน เจิมปากา พัดถล่มตำบลพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ฝนที่ตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ชุมชนต้องอพยพหนีออกจากพื้นที่ สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน ทรัพย์สินและสวนผลไม้ของชุมชน

A woman holds an umbrella as she waits to be evacuated by the rescue team on a bamboo raft in front of her flooded house in Sungai Raya village, Banjar Regency, South Kalimantan. Flooding caused by seasonal heavy rainfall and massive land clearing for palm oil and coal mining in South Kalimantan resulted in water levels rising up to two meters, inundating hundreds of houses and forced thousands residents to flee their homes and find shelter on higher ground.

เราอยู่ในจุดวิกฤต นี่คือภาวะฉุกเฉินสภาพภูมิอากาศ

จากข้อมูลขององค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสพหรัฐอเมริกา (US EPA) ระบุถึงผลการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ รายงานว่าเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเช่น คลื่นความร้อน หรือพายุลูกใหญ่ มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงกว่าเดิม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ และสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนในระยะยาวจะส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม กลายเป็นภัยต่อชุมชนเช่นอาจทำให้มนุษย์มีโอกาสป่วยและเสียชีวิตมากขึ้น หรือทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายจำนวนมาก

ในรายงานจากกรีนพีซ เอเชียตะวันออก ได้วิเคราะห์ถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากระดับอุณหภูมิที่สูงขึ้นสุดขั้วและปรากฎการณ์ฝนตกหนักในเขตปริมณฑลรอบกรุงปักกิ่ง ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว-เซินเจิ้น พบว่าเมืองที่มีความหนาแน่นสูงจะมีความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศสูงขึ้นตาม ขณะที่เขตชานเมืองที่มีชุมชนคนเมืองอาศัยอยู่จะมีระดับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รายงานระบุว่ากรุงปักกิ่งกำลังประสบภาวะอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นเฉียบพลัน โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ระดับ 0.32 องศาเซลเซียสทุกๆ 10 ปี ส่วนเซี่ยงไฮ้เผชิญกับคลื่นความร้อนบ่อยครั้ง ผลลัพธ์จากรายงานแสดงให้เห็นว่าเมืองกวางโจว-เซินเจิ้น เผชิญกับคลื่นความร้อนตั้งแต่ปี 2504 ทั้งหมด 98 ครั้ง โดยตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบันเกิดขึ้น 73 ครั้ง

An elderly couple rest in the shade near Tiananmen Square during a scorching heat wave with temperatures reaching 42 degrees Celsius, Beijing, China.

รู้จัก ‘คำประกาศภาวะฉุกเฉินสภาพภูมิอากาศ’

คำประกาศภาวะฉุกเฉินสภาพภูมิอากาศ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Bio Science และลงนามโดยนักวิทยาศาสตร์ 11,258 คน จาก 153 ประเทศ คือเสียงเตือนที่ต้องรับฟัง แนวร่วมนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกประกาศพร้อมที่จะทำงานข้างเคียงกับผู้กำหนดนโยบายของรัฐบาลต่างๆ ในการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (just transition)ไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเคารพความแตกต่างหลากหลาย คำประกาศภาวะฉุกเฉินสภาพภูมิอากาศนี่เองที่เป็นเหมือนเข็มทิศนำทางให้ภาครัฐ เอกชนและภาคสาธารณะเข้าใจสถานการณ์ความร้ายแรงของวิกฤตและให้ความสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ปัจจุบัน หลายประเทศได้ประกาศให้คำมั่นสัญญาที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อชะลอไม่ให้สภาพภูมิอากาศที่วิกฤตอยู่แล้ว เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม อย่างไรก็ดีเรายังไม่เห็นถึงความจริงจังต่อประเด็นนี้มากพอ ไม่ต้องมองไปถึงประเทศที่อยู่ไกลออกไปเพราะเพียงแค่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วเราก็ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวหรือแรงผลักดันในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรมเลย 

Students and supporters take the streets of central Bangkok to demand action on climate change. Students around the world are calling on politicians and businesses to act urgently in order to prevent further global warming and climate change. The action is part of the ongoing global Fridays for Future and Youth Strike 4 Climate movements.

ก่อนหน้านี้โลกของเราร้อนขึ้น 1 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัจจุบันโลกของเราก็เผชิญกับเหตุการณ์สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และทุกอย่างอาจวิกฤตไปกว่านี้หากเราไม่สามารถรักษาอุณหภูมิโลกไว้ไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส

พายุหมุนเขตร้อนที่มีกำลังแรงมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นสัญญาณเตือนที่เด่นชัดถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เรากำลังเผชิญ สิ่งที่น่ากังวลคือเรากำลังจะเจอปัญหาเรื่อง “ความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ”มากขึ้น เราจะเห็นว่ากลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรงนี้คือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มชายขอบ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้าถึงทรัพยากรในการเอาตัวรอดจากวิกฤตดังกล่าวได้น้อยกว่ากลุ่มผู้มีรายได้สูงที่เข้าถึงทรัพยากรได้มากกว่า

ทั่วโลกกำลังตื่นตัว คนธรรมดาทั่วไปลุกขึ้นมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เราย้ำเตือนผู้นำประเทศเกี่ยวกับระยะเวลาในการกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศของโลก ซึ่งเราเหลือเวลาเพียงแค่ 10 ปีเท่านั้น

“ภาวะฉุกเฉินสภาพภูมิอากาศ” ไม่ใช่การสร้างความแตกตื่น แต่ทำให้คน “ตื่นรู้” ถึง “วิกฤตทางนิเวศวิทยา” ที่ผู้คนทั้งสังคมต้องเผชิญและหาทางออกร่วมกัน “ภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ” ไม่เพียงเป็นยุทธศาสตร์ที่พิจารณาแนวโน้มอนาคตในระยะยาวและนโยบายแบบทางการ แต่รวมถึง “การลงมือทำเดี๋ยวนี้” ก่อนที่จะสายเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะภัยจากการล่มสลายของระบบสภาพภูมิอากาศ

Humpback Whale in the Indian Ocean. © Paul Hilton / Greenpeace
ร่วมผลักดันเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลในมหาสมุทรโลก

ด้วยวิกฤตหลายๆด้านที่กำลังคุกคามมหาสมุทร เราจึงจำเป็นต้องปกป้องมหาสมุทรโลกอย่างน้อย 1 ใน 3 ส่วนภายในปี พ.ศ.2573 

มีส่วนร่วม