Manage your cookies preferences

Please select which cookies you are willing to store.

คุกกี้การแสดงผล Always enabled

คุกกี้เหล่านี้จะช่วยให้เราเก็บข้อมูลเชิงสถิติและข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน เช่น ผู้ใช้เว็บไซต์ใช้เวลานานเท่าไรในหน้าเว็บไซต์แต่ละหน้า หรือผู้ใช้คลิกลิงก์อะไรบ้าง ข้อมูลจะถูกเก็บไปเพื่อพัฒนาเว็บไซต์ greenpeace.org ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นเพื่อการใช้เว็บไซต์ของคุณ การกดยอมรับคุกกี้เหล่านี้ยังจะช่วยให้คุณไม่ถูกตรวจจับด้วยระบบแบนคุกกี้

จากที่มีการกล่าวถึงในย่อหน้า คุกกี้การแสดงผล ด้านบน เราอาจจะติดตั้งคุกกี้ในบราวเซอร์ของคุณซึ่งเป็นคุกกี้บุคคลที่สาม (เช่น คุกกี้จาก Facbook หรือ Google) สำหรับติดตามข้อมูลเพื่อการวางแผนการตลาดที่ดีขึ้นและปล่อยโฆษณาออนไลน์ที่คาดว่าคุณจะสนใจหลังจากที่คุณออกจากเว็บไซต์ไปแล้ว (คุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่)

รายชื่อเต็มของคุกกี้ที่อาจถูกติดตั้งบนบราวเซอร์ของคุณสามารถดูได้จากด้านบน (ดู ประเภทของคุกกี้ ) และรายละเอียดบางส่วนถึงการที่เราจัดการกับข้อมูลอย่างไรผ่านระบบบุคคลที่สามด้านล่าง

หากมีการยกเลิกการใช้งาน (un-checking) คุกกี้ทั้ง 2 ประเภทด้านบน เราจะเซ็ตคุกกี้เฉพาะในบราวเซอร์ของคุณเพื่อเก็บข้อมูลการใช้งาน ซึ่งจะทำให้คุณไม่ได้รับการติดตามบนเว็บไซต์จนกว่าคุณจะเปลี่ยนใจหรือเคลียร์คุกกี้ในบราวเซอร์

เว็บบราวเซอร์เกือบทั้งหมดอนุญาตให้ควบคุมคุกกี้บางตัวผ่านการตั้งค่าบราวเซอร์ (เช่น การแจ้งเตือนการติดตั้งคุกกี้ใหม่, การยกเลิกการใช้คุกกี้และการตรวจจับคุกกี้) คลิกที่ประเภทบราวเซอร์ของคุณด้านล่าง เพื่อเรียนรู้ข้อมูลผู้ใช้บราวเซอร์ และเรียนรู้การยกเลิกการติดตั้งคุกกี้
Chrome
Firefox
Internet Explorer
Microsoft Edge
Opera
Safari

แม้ว่าสามารถบล็อกคุกกี้ทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตามจะมีผลกระทบทางในด้านการใช้งานเว็บไซต์หลายเว็บไซต์

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ อ่านเพิ่มเติมใน นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

ข่าวห้างค้าปลีกทั้งเล็กและใหญ่พร้อมใจกันงดแจกถุงพลาสติกในวันสิ่งแวดล้อมไทย เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้ฉันร้องว้าวในตอนแรก และเปลี่ยนมาเป็นร้องว้าในตอนจบ เมื่อรู้ว่างดแค่วันเดียว!

บอกเลยว่าเสียของและน่าเสียดายมาก เพราะคนไทยทั้งประเทศรับรู้ข่าวสารและพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ขนาดมารดาวัยกว่าแปดสิบของผู้เขียนยังเตือนให้เตรียมถุงไปซื้อของ ถ้าทำต่อเนื่องอีกสักนิดจะส่งผลอันยิ่งใหญ่ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนไทยทั้งประเทศเลยทีเดียว

ไม่ใช่กล่าวอ้างเกินจริง มีคนทำเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าหากมีการผลักดันนโยบายอย่างต่อเนื่องจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นวงกว้างและเหนือความคาดหมาย เพราะเมื่อผู้ค้าขาใหญ่ลงสนาม ผู้ค้ารายเล็กจะลงเล่นด้วยอย่างเต็มใจ และผู้ซื้อจะให้ความร่วมมือโดยปริยาย

ขอบคุณภาพจาก https://www.sbs.com.au

ที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อห้างสรรพสินค้าวูลเวิร์ธ (Woolworths) เริ่มนโยบายหยุดแจกถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งทุกสาขาต่างๆ ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนปีนี้ ส่วนห้างโคลส์ (Coles) ใช้นโยบายเดียวกันในอีก 10 วันต่อมา ซึ่งแต่ละห้างใช้ถุงพลาสติกปีละประมาณ 3,200 ล้านชิ้นต่อปี ผลปรากฎว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความร่วมมืออย่างแข็งขัน สมาคมผู้ค้าปลีกแห่งชาติของประเทศออสเตรเลียรายงานว่าเพียง 3 เดือน การใช้ถุงพลาสติกทั่วประเทศลดลงถึง 80 % !!!

“ห้างค้าปลีกบางรายรายงานว่าการใช้ถุงลดลงสูงกว่า 90 % เสียอีก การที่ห้างใหญ่เป็นฝ่ายเริ่มต้นถือเป็นการเปิดประตูให้ร้านค้ารายเล็กเริ่มต้นนโยบายเดียวกัน เพราะความเสี่ยงที่จะเสียลูกค้าเพราะไม่แจกถุงลดน้อยลง” ตัวแทนจากสมาคมฯ กล่าว

ย้อนกลับมาดูบ้านเรา การจุดพลุนโยบายดังกล่าวแต่ทำแบบไม่จริงจังเหมือนไฟไหม้ฟางเช่นนี้เป็นเรื่อง “เสียของ” และ “น่าเสียดาย” มิเพียงประเทศไทยจะเสียโอกาสในการรณรงค์เรื่องการงดใช้ถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่ยังทำให้ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อที่เข้าร่วมกิจกรรมถูกมองว่าทำกิจกรรมเพื่อสร้างภาพลักษณ์หรือเอาหน้าเท่านั้น เพื่อนผู้เขียนหลายคนเบ้ปากพูดแบบหมิ่นๆว่า “แค่ซีเอสอาร์”

หลังวันสิ่งแวดล้อมไทย แม่ค้าขายอาหารในตลาดแถวบ้านฉันบ่นให้ฟังว่า “คิดว่าจะงดแจกถุงหิ้วแบบจริงๆ จังๆ สุดท้ายก็ยังต้องซื้อถุงมาใส่ให้ลูกค้าเหมือนเดิม”
ยังน่าชื่นชมห้างร้านบางรายที่ยังทำกิจกรรมต่อด้วยการเลือกวันประจำสัปดาห์หรือวันประจำเดือนเพื่องดการแจกถุงหรือทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอื่นๆ เช่น เพิ่มคะแนน หรือแจกของชำร่วยแก่ผู้ที่ไม่รับถุง

อย่างไรก็ตาม น่าจะดีกว่าหากทุกห้างร้านที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันสิ่งแวดล้อมไทยจะลุกขึ้นมาทำกิจกรรมนี้ร่วมกันอีกครั้งแบบต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วัน ตามกฎของนายแพทย์แมกซ์เวลล์ มอลตซ์ที่สังเกตว่าคนไข้ที่เสริมจมูกจะใช้เวลาอย่างน้อย 21 วันเพื่อให้คุ้นชินกับใบหน้าของตัวเอง และต่อมาเขาเขียนหนังสือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมภายใน 21 วัน ขายได้ถึง 30 ล้านเล่ม

หากยึดตามผลการทดลองกลุ่มคนประมาณ 100 คน และตีพิมพ์ในวารสารจิตวิทยาสังคมที่เชื่อถือได้พบว่าคนเราจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างอัตโนมัติเมื่อผ่านการลงมือปฏิบัติระหว่าง 18-254 วัน ผันแปรตามแต่ละคน และหากอยากเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ในประเทศออสเตรเลียควรทดลองทำอย่างน้อย 3 เดือน

เป็นเรื่องที่น่าท้าทายคนไทยทั้งประเทศไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ

สุดท้ายนี้หากห้างร้านทั้งหลายยังไม่เริ่มต้นทำโครงการดังกล่าว ผู้เขียนขอเชิญชวนผู้อ่านทดลองงดรับถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งจากร้านค้าต่างๆ ให้ได้ยาวนานที่สุดจนสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเองและสิ่งแวดล้อมไทยค่ะ

Want to see more from Greenpeace?

Google preferred source Add as a preferred source on Google

Related Posts