Manage your cookies preferences

Please select which cookies you are willing to store.

คุกกี้การแสดงผล Always enabled

คุกกี้เหล่านี้จะช่วยให้เราเก็บข้อมูลเชิงสถิติและข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน เช่น ผู้ใช้เว็บไซต์ใช้เวลานานเท่าไรในหน้าเว็บไซต์แต่ละหน้า หรือผู้ใช้คลิกลิงก์อะไรบ้าง ข้อมูลจะถูกเก็บไปเพื่อพัฒนาเว็บไซต์ greenpeace.org ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นเพื่อการใช้เว็บไซต์ของคุณ การกดยอมรับคุกกี้เหล่านี้ยังจะช่วยให้คุณไม่ถูกตรวจจับด้วยระบบแบนคุกกี้

จากที่มีการกล่าวถึงในย่อหน้า คุกกี้การแสดงผล ด้านบน เราอาจจะติดตั้งคุกกี้ในบราวเซอร์ของคุณซึ่งเป็นคุกกี้บุคคลที่สาม (เช่น คุกกี้จาก Facbook หรือ Google) สำหรับติดตามข้อมูลเพื่อการวางแผนการตลาดที่ดีขึ้นและปล่อยโฆษณาออนไลน์ที่คาดว่าคุณจะสนใจหลังจากที่คุณออกจากเว็บไซต์ไปแล้ว (คุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่)

รายชื่อเต็มของคุกกี้ที่อาจถูกติดตั้งบนบราวเซอร์ของคุณสามารถดูได้จากด้านบน (ดู ประเภทของคุกกี้ ) และรายละเอียดบางส่วนถึงการที่เราจัดการกับข้อมูลอย่างไรผ่านระบบบุคคลที่สามด้านล่าง

หากมีการยกเลิกการใช้งาน (un-checking) คุกกี้ทั้ง 2 ประเภทด้านบน เราจะเซ็ตคุกกี้เฉพาะในบราวเซอร์ของคุณเพื่อเก็บข้อมูลการใช้งาน ซึ่งจะทำให้คุณไม่ได้รับการติดตามบนเว็บไซต์จนกว่าคุณจะเปลี่ยนใจหรือเคลียร์คุกกี้ในบราวเซอร์

เว็บบราวเซอร์เกือบทั้งหมดอนุญาตให้ควบคุมคุกกี้บางตัวผ่านการตั้งค่าบราวเซอร์ (เช่น การแจ้งเตือนการติดตั้งคุกกี้ใหม่, การยกเลิกการใช้คุกกี้และการตรวจจับคุกกี้) คลิกที่ประเภทบราวเซอร์ของคุณด้านล่าง เพื่อเรียนรู้ข้อมูลผู้ใช้บราวเซอร์ และเรียนรู้การยกเลิกการติดตั้งคุกกี้
Chrome
Firefox
Internet Explorer
Microsoft Edge
Opera
Safari

แม้ว่าสามารถบล็อกคุกกี้ทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตามจะมีผลกระทบทางในด้านการใช้งานเว็บไซต์หลายเว็บไซต์

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ อ่านเพิ่มเติมใน นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

ในวันที่ 26 กันยายน เป็นวันขจัดอาวุธนิวเคลียร์สากล โดยองค์การสหประชาชาติ (United Nations) หนึ่งปีหลังจากการตกลงทำสนธิสัญญาสากลที่ต้องการให้อาวุธนิวเคลียร์เป็นอาวุธที่ผิดกฎหมาย ตอนนี้เราต้องยืนยันการเดินหน้าตามหลักสนธิสัญญาและย้ำเตือนว่าเพราะเหตุใดเราจะต้องยุติการครอบครองอาวุธที่มีพลังการทำลายล้างสูงเพื่อสร้างโลกที่มีสันติภาพ

“เมืองฮิโรชิม่าอันเป็นที่รักของฉัน ต้องกลายเป็นเมืองร้างที่ถูกปกคลุมไปด้วยเศษอิฐ ซากศพที่ถูกเผาไหม้และโครงกระดูก” เซ็ทสุโกะ เทอร์โลว์ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิม่า อ่านเรื่องราวของเธอได้ที่นี่

เหตุการณ์อันน่าเศร้าจากผู้รอดชีวิตทำให้เราคิดถึงการทำลายล้างของอาวุธนิวเคลียร์ มันมีพลังทำลายล้างสูงมากกว่าลูกระเบิดอื่นๆที่ถูกทิ้งในฮิโรชิม่ากว่า 60 เท่า

สนธิสัญญาห้ามการใช้อาวุธนิวเคลียร์ร่างขึ้นโดย 122 รัฐที่เป็นสมาชิกในองค์การสหประชาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อห้ามการใช้และกำจัดอาวุธชนิดนี้โดยสิ้นเชิง และเพื่อให้สนธิสัญญาฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะต้องมีสมาชิก 50 รัฐที่ยอมรับ ซึ่งมีรัฐ 15 รัฐได้ลงนามยอมรับ และปัจจุบันมีรัฐลงนามเพิ่มอีก 60 รัฐ

ถึงเวลาแล้วที่ต้องห้ามการใช้อาวุธนิวเคลียร์อย่างเป็นทางการ ยุติความแพร่หลายของอาวุธนิวเคลียร์และเสริมสร้างความมั่นคงระหว่างประเทศ

“เป็นเวลากว่า 10 วันที่เราช่วยเหลือทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ผู้สูงอายุและเด็กๆ พวกเขาหลายคนทนทุกข์กับความเจ็บป่วยจากรังสีหลังเหตุการณ์การระเบิด พวกเขาต้องอพยพออกจากบ้านเกิดเป็นเวลากว่าทศวรรษ เมืองของพวกเขาเสียหายเกินกว่าจะเยียวยา” บันนี แมคดิอาร์มิด ผู้อำนวยการกรีนพีซสากลในขณะนั้นพูดถึงเหตุการณ์ในฮิโรชิม่า ในเหตุการณ์นั้นลูกเรือ เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ได้ล่องเรือไปยังมหาสมุทรแปซิฟิคเพื่อช่วยเหลือเหยื่อจากการทดลองนิวเคลียร์

และนี่คือ 5 เหตุผลที่ต้องห้ามการใช้อาวุธนิวเคลียร์

1) อาวุธนิวเคลียร์มีพลังทำลายล้างสูงที่สุด

พิธีกรรมทางศาสนาเนื่องในวันครอบรอบ 60 ปีของการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่เมืองฮิโรชิม่า

พิธีกรรมทางศาสนาเนื่องในวันครอบรอบ 60 ปีของการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่เมืองฮิโรชิม่า

อาวุธนิวเคลียร์เป็นอาวุธที่ร้ายแรงต่อมนุษย์มากที่สุด มันทำร้ายประชาชนและทหารทุกคนที่อยู่ในรัศมี รังสีจากการระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ยังส่งผลกระทบในระยะยาวต่อร่างกายผู้ที่ได้รับผลกระทบ และลูกหลานของพวกเขา
อาวุธนิวเคลียร์ถูกใช้เพียง 2 ครั้งในช่วงเวลาการทำสงคราม ปี พ.ศ.2488 โดยระเบิดนิวเคลียร์ถูกทิ้งที่เมืองฮิโรชิม่าและเมืองนางาซากิ ทำให้พลเมือง 250,000 คน บางกลุ่มถูกเผาทันที บางกลุ่มเสียชีวิตอย่างน่าหดหู่ในสัปดาห์หรือในเดือนต่อมา นอกจากนี้ในช่วง 70 ปีที่ผ่านมาก็ยังมีพลเมืองอีกหลายพันคนเสียชีวิตด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับการได้รับรังสี

ยังมีระเบิดนิวเคลียร์มากกว่า 2,000 ลูกที่ถูกทดลองในโครงการทหาร ซึ่งมีผู้ได้รับผลพวงจากการทดลองด้วย

2) อาวุธนิวเคลียร์เป็นอาวุธที่ไร้ประโยชน์

Yokosuka Peace Fleet Protest. © Greenpeace / Naoko Funahashi

กลุ่ม Peace Fleet ประท้วงต่อต้านการปรากฏตัวของเรือรบนิวเคลียร์ USS MIDWAY ในเมืองโยโกซูกะ ประเทศญี่ปุ่น

การหยุดอาวุธนิวเคลียร์นี้จะช่วยปกป้องเราจากภัยคุกคามในยุคของเรา เช่น ภาวะโลกร้อน การก่อการร้ายและการก่อการร้ายทางไซเบอร์ อาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่ล้าสมัยและไม่ใช่ความท้าทายในยุคปัจจุบันแล้ว แต่มันสร้างความไม่ไว้วางใจระหว่างประเทศและทำให้โลกเราห่างไกลจากสันติภาพ

การอ้างถึงเสถียรภาพระหว่างประเทศมหาอำนาจขึ้นอยู่กับการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะอาวุธที่มีพลังในการทำลายล้างสูงขนาดนี้เป็นสิ่งที่ถูกนำไปค้ำประกันเสถียรภาพระหว่างประเทศได้อย่างไร?  มีแต่ประเทศที่ครอบครองอาวุธเท่านั้นที่จะอ้างถึงความมั่นคงในลักษณะนี้ สำหรับประเทศอื่นๆแล้วอาวุธนิวเคลียร์คือปัจจัยหนึ่งที่เป็นภัยคุกคามประเทศ ทั้งในด้านมนุษยธรรมและด้านสิ่งแวดล้อม

3) เพราะอาวุธนิวเคลียร์มีต้นทุนสูง

No War Demonstration in Germany. © Paul Langrock / Greenpeace

บอลลูนลมร้อนของกรีนพีซพร้อมคำว่า “เราไม่เอาสงคราม” ในการเดินประท้วงต่อต้านสงครามในประเทศอิรัก

แม้ว่าในช่วงหลังสงครามเย็น อาวุธนิวเคลียร์ในคลังยุทโธปกรณ์ถูกลดจำนวนลงในช่วงปี พ.ศ. 2500   แต่งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ก็ยังเพิ่มขึ้น ตัวเลขค่าใช้จ่ายนี้มีอยู่ในทุกรัฐที่มีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ จากการประเมินของ องค์กรโกลบอลซีโร่ ในปี พ.ศ. 2544 พบว่าระหว่าง พ.ศ. 2543 – 2563 มีการใช้งบประมาณไปเกือบหนึ่งล้านล้านเหรียญสหรัฐ!
ในขณะที่ผู้คนทั่วโลกกว่าหลายล้านคนทุกข์ทนจากความหิวโหย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ รัฐที่มีนิวเคลียร์ทำให้เราสูญเสียงบประมาณสาธารณะที่น่าจะนำไปใช้ประโยชน์ในด้านสุขภาพ การศึกษา หรือการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน การช่วยเหลือเหยื่อ การพัฒนาด้านการรักษาพยาบาลและปัจจัยการบริการอื่นๆที่ประชาชนในประเทศควรได้รับ

4) มีความเสี่ยงที่อาวุธนิวเคลียร์จะแพร่กระจายไปสู่รัฐอื่นๆ

Peace Doves - Hiroshima Atomic Bombing 60th Anniversary. Japan 2005. © Greenpeace / Jeremy Sutton-Hibbert

นกพิราบเพื่อสันติภาพถูกปล่อยในกิจกรรมรำลึกครอบรอบ 60 ปี การทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิม่า

ความแพร่หลายของอาวุธนิวเคลียร์มีความเสี่ยงที่จะทำให้รัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่แล้วเพิ่มจำนวนอาวุธของตัวเอง และมีความเสี่ยงที่รัฐที่ไม่มีอาวุธในครอบครองจะเริ่มผลิตอาวุธนิวเคลียร์มาเป็นของตัวเอง ตามเป้าหมายของสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2513) วิธีการที่เราจะต่อสู้กับความเสี่ยงนี้ก็คือป้องกันรัฐที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองจากการพัฒนาและทดลองอาวุธนิวเคลียร์ และเรียกร้องให้รัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ลดจำนวนอาวุธของตนเองลง

โชคไม่ดีที่ความมุ่งมั่นเหล่านี้ยังคงไม่เป็นรูปร่างขึ้นมา แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าความปลอดภัยคือ การเราเรียกร้องว่าความปลอดภัยของชาตินั้นขึ้นอยู่กับนโยบายยับยั้งนิวเคลียร์ และในเวลาเดียวกันชาติอื่นๆก็ร้องขอให้หยุดใช้เช่นกัน

สุดท้าย จะเกิดอะไรขึ้นหากอาวุธนิวเคลียร์ที่อันตรายนี้ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด?

5)เพราะอาวุธนิวเคลียร์เป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงเพียงชนิดเดียวที่ยังไม่ถูกแบน (อย่างจริงจัง)

Hiroshima Atomic Bombing 60th Anniversary. Japan 2005. © Greenpeace / Jeremy Sutton-Hibbert

อนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะเป็นอาคารที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางการระเบิดมากที่สุดในบรรดาอาคารที่ยังตั้งทนต่อแรงระเบิด ตัวอาคารได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพหลังจากถูกระเบิด ปัจจุบันได้กลายเป็นอนุสรณ์เตือนให้ระลึกถึงพลังทำลายล้างของระเบิดปรมาณู และเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังในสันติภาพและการต่อต้านการใช้อาวุธปรมาณู

แต่เราเปลี่ยนแปลงได้! ในขณะที่อาวุธเคมีและอาวุธชีวภาพถูกแบนจากทั่วโลก (ตั้งแต่ปี พ.ศ.2515  และ ปี พ.ศ.2536 ตามลำดับ ) แต่อาวุธนิวเคลียร์ก็ยังไม่ถูกแบนจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ดี สนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์โดยองค์การสหประชาชาตินั้นกำลังอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎเพื่อบังคับใช้ภายในปี พ.ศ.2563
แน่นอนว่ารัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครองเช่น ฝรั่งเศส คว่ำบาตรสนธิสัญญาฉบับนี้ เราสร้างแรงกดดันต่อฝรั่งเศสและอีก 8 รัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ ให้ตกลงลงนามสนธิสัญญาฉบับนี้ได้ก็ต่อเมื่อเราเพิ่มจำนวนประเทศที่ตกลงลงนามได้และเราสามารถลดการลงทุนในการผลิตอาวุธชนิดนี้จากสถาบันการเงิน รวมไปถึงผู้คนอีกหลายพันคนทั่วโลกที่เห็นด้วย

ร่วมกันส่งพลังจากทั่วโลก เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราต้องการให้โลกปลอดภัยไร้อาวุธนิวเคลียร์ ! แสดงพลังของคุณเพื่อสนับสนุนสันติภาพด้วยการแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆของคุณ

Want to see more from Greenpeace?

Google preferred source Add as a preferred source on Google

Related Posts