เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วเราได้คุยกับทอฝัน กันทะมูล (หรือ แตงกวา) นักศึกษาคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านกิจกรรม “Brand Audit เก็บ สังเกต บันทึก รู้จักที่มาของขยะผ่านแบรนด์” วันนี้ก็มีโอกาสได้คุยกับแตงกวาอีกครั้ง การได้พูดคุยกับเธออีกครั้งหลังผ่านไป 4 ปี ทำให้เราเห็นการเติบโตของนักสำรวจขยะพลาสติกคนนี้ ซึ่งกำลังขับเคลื่อนประเด็น Fast Fashion ไปพร้อม ๆ กัน

Torphun Kantamool, a volunteer who joined plastic brand audit in Chiang Mai shares her experience on how individuals’ acts can help reduce the use of single-use plastic and calls on corporates to be use less single-use plastic in their products.
Greenpeace Thailand reveals the results of plastic brand audit in press conference. Five Thai companies, led by CP, Osotspa, TCP Group, Sermsuk and Singha Corporation, were identified as the top local brands most responsible for much of the plastic pollution in Thailand. Meanwhile, Coca-Cola, Nestlé, Ajinomoto, Mondelēz and Unilever topped the list of international brands that also locally contribute to the plastic crisis. 

In September this year, a total of 484 cleanups in 51 countries in six continents were organised to identify the top polluting companies. The activity is part of the #BreakFreefromPlastic global movement which aims to reduce single-use plastics and to push for lasting solutions to the plastic pollution crisis.

ผ่านมา 4 ปีแล้ว แตงกวาเป็นอย่างไรบ้าง

เป็นบัณฑิตจบใหม่ค่ะ ตอนนี้ทำงานในบริษัทโปรดักชั่นเชิงสารคดีในเชียงใหม่ ตำแหน่งที่ทำจะเป็นการรวบรวมข้อมูลเพื่อสนับสนุนงาน แม้ว่ายังไม่เคยออกกองแต่ก็สนุกที่ได้หาข้อมูลเชิงลึกต่าง ๆ มากมาย เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่เราจะถ่ายทอดผ่านสารคดีนั้น ๆ เพราะเชื่อว่าผูรับสารควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ได้ทำงานตรงสายกับคณะที่เรียนมาค่ะ

ชีวิตการทำงานแตกต่างจากวัยเรียนยังไงบ้าง

ทอฝัน หรือแตงกวา หลังจบการศึกษาและเริ่มทำงานในบริษัทโปรดักชั่น

แตกต่างมาก เราต้องใช้ชีวิตเร่งรีบขึ้นกว่าตอนเรียน มีบางอย่างที่ทำไม่ได้เหมือนตอนเรียนแล้วคือการกินอาหารมังสวิรัติเพราะร้านในเชียงใหม่หายากมาก อีกข้อที่แตกต่างและค่อนข้างเปิดโลกเรามากขึ้นคือ ทุกอย่างที่เราเรียนมา รวมถึงกิจกรรมที่ได้ทำในช่วงมหาวิทยาลัยก็ช่วยให้เราทำงานได้จริง

ยังสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเหมือนเดิมไหม

แน่นอนค่ะมันอยู่ในสายเลือด (แตงกวาตอบปนขำ) ทุกวันนี้ยังพยายามลดขยะที่ไม่จำเป็นอย่างพวกพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งหรือถ้าใช้ก็จะใช้ซ้ำ ใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพของมัน ยกตัวอย่างเช่น เวลาออกไปข้างนอก ถ้าน้ำในกระบอกน้ำที่เราเตรียมไปหมด ก็จะต้องน้ำขวดซื้อจากร้านสะดวกซื้อ เราเก็บขวดนั้นไว้ใช้กรอกน้ำที่ออฟฟิศต่อ แต่ก็จะใช้ได้แค่ 2-3 ครั้งเพราะเงื่อนไขเรื่องสุขลักษณะ โชคดีที่ที่ทำงานมีที่แยกขยะให้ชัดเจน ห่อปิ่นโตไปกินข้าวได้แบบไม่เคอะเขิน เพื่อน ๆ ในที่ทีมงานทำให้เรารู้สึกไม่แปลกแยก

แล้วเพื่อน ๆ ที่ไปร่วมเก็บขยะที่ดอยสุเทพเป็นไงกันบ้าง

ทุกคนได้แรงบันดาลใจเรื่องสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมครั้งนั้นจริง ยิ่งตอนฝุ่นเยอะมากทำให้ทุกคนตระหนักอย่างแท้จริงเลยว่าสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว หลังจากกิจกรรมนั้นทำให้เรารู้ได้ว่ามันมีอะไรมากกว่าการสร้างความตระหนักรู้ เราขุดคุ้ยและมองในมุมอื่นมากขึ้นอย่างการออกกฎหมาย การจัดการหรือกิจกรรมอะไรที่เราพอจะเข้าร่วมกับคนอื่น ๆ ได้อีกเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ในตัวเมืองเชียงใหม่ แม้ว่าช่วงนี้เราอาจจะยังไม่ได้ขับเคลื่อนประเด็นพลาสติกในเชิงนโยบายเท่าไหร่ แต่ในชีวิตประจำวันก็ยังคงลดใช้พลาสติกจนกลายเป็นนิสัยส่วนตัว

นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอาสาสมัครกรีนพีซร่วมกันเก็บขยะบริเวณอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ทางขึ้นดอยสุเทพ ถนนศรีวิชัย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และสำรวจแบรนด์จากขยะพลาสติกที่พบ
กรีนพีซจัดกิจกรรม เก็บ สังเกต บันทึก รู้จักที่มาของขยะผ่านแบรนด์ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลขยะพลาสติกที่พบว่ามีชนิดใดและมาจากแบรนด์ใดมากที่สุด และเรียกร้องให้บริษัทต่างๆแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหามลพิษอันเกิดจากขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง 
การสำรวจขยะพลาสติกที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ของหลายองค์กรทั่วโลก ภายใต้การรณรงค์ลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Break Free From Plastic)
นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอาสาสมัครกรีนพีซร่วมกันเก็บขยะบริเวณอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ทางขึ้นดอยสุเทพ ถนนศรีวิชัย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และสำรวจแบรนด์จากขยะพลาสติกที่พบ กรีนพีซจัดกิจกรรม เก็บ สังเกต บันทึก รู้จักที่มาของขยะผ่านแบรนด์ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลขยะพลาสติกที่พบว่ามีชนิดใดและมาจากแบรนด์ใดมากที่สุด และเรียกร้องให้บริษัทต่างๆแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหามลพิษอันเกิดจากขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง การสำรวจขยะพลาสติกที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ของหลายองค์กรทั่วโลก ภายใต้การรณรงค์ลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Break Free From Plastic)
© Baramee Temboonkiat / Greenpeace

ดอยสุเทพยังคงเป็นดอยสุเทพแบบเดิมในความคิดเดิมอยู่ไหม

ดอยสุเทพยังคงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสัญลักษณ์ของเชียงใหม่ ใคร ๆ ก็ต้องมาเที่ยวที่นี่ แต่กลายเป็นว่าสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมจำนวนมากขนาดนี้กลับไม่มีการจัดการเรื่องความสะอาดที่ดีพอ เรามองว่า การจัดการที่มีประสิทธิภาพจริง ๆ คือการกำจัดขยะที่เรามองเห็นเช่น ขยะพลาสติกข้างทาง หรือจากร้านค้าด้านบน และขยะที่มองไม่เห็นตามเส้นทางขึ้นลงของดอยสุเทพที่มักจะถูกทิ้งหรือพัดลงไปตามไหล่ทาง

อาสาสมัครกรีนพีซถ่ายภาพร่วมกับขยะที่เก็บได้จากบริเวณดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ กรีนพีซจัดกิจกรรมเก็บขยะและสำรวจแบรนด์ เพื่อตรวจสอบและเก็บบันทึกข้อมูลว่าพบพลาสติกประเภทใดและจากแบรนด์ใดมากที่สุด และเรียกร้องให้ประเทศไทยใช้หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือ Extended Producer Responsibility (EPR) โดยให้ผู้ผลิตสินค้าต่าง ๆ มีส่วนรับผิดชอบในการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ของตน เพื่อแก้ปัญหามลพิษพลาสติกที่มีมากขึ้น

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ของหลายองค์กรทั่วโลก ภายใต้การรณรงค์ลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Break Free From Plastic) จัดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก

ย้อนกลับไปครั้งที่เรากิจกรรมสำรวจขยะที่ดอยสุเทพเมื่อ 4 ปีก่อน หน่วยงานภาครัฐก็เห็นว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เพราะเราประสานเทศบาลเชียงใหม่ และตำรวจมาช่วยดูแลความปลอดภัยรวมถึงการใช้สถานที่ สิ่งที่น่าเศร้าสำหรับเราคือหน่วยงานรัฐชื่นชมเรา (ที่เป็นประชาชน) ว่าการทำกิจกรรมแบบนี้เป็นเรื่องที่ดี แต่ความจริงแล้วประชาชนแบบเราไม่ควรจะต้องมาแก้ปัญหาที่เป็นเชิงระบบแบบนี้หรือเปล่า ควรเป็นภาครัฐเองหรือไม่ที่เป็นผู้แก้ปัญหา ซึ่งเรามองว่าหน่วยงานภาครัฐเองควรจะออกมาแก้ปัญหาเหล่านี้แทนที่จะเพิกเฉย ซุกปัญหาไว้ใต้พรมต่อไป

อีกเรื่องหนึ่งที่ตลกมาก คือประเทศไทยชอบการบริจาค แต่ความจริงแล้วการบริจาค คือระบบที่ชี้ให้เราเห็นชัดเจนว่าการบริหารงานของรัฐกำลังบกพร่อง ทั้งที่รัฐได้ภาษีจากประชาชนเพื่อจัดการปัญหาต่าง ๆ แต่ที่ผ่านมารัฐกลับเพิกเฉยจนประชาชนต้องบริจาคและช่วยเหลือกันเองอีก หลังจากนี้รัฐจะต้องทบทวนและพัฒนาศักยภาพตนเองเพื่อให้เงินภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้แก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้

(อ)ยากจะให้คนทำตามไหม

อยากให้คนอื่นทำตามแน่นอน แต่ก็เป็นเรื่องยากเหมือนกัน เพราะการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งทำให้เราเสพติดความสะดวกสบาย เมื่อเรามองว่าสิ่งนี้ หรือไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่ให้ความสะดวกสบายจะทำให้เราไหลตามไปกับมัน

ช่วงที่รัฐออกนโยบายลดแจกถุงพลาสติก จำได้ว่าทุกที่ทำถุงผ้าออกมาแจกแทน แต่ก็กลายเป็นปัญหาในแง่อื่นแทนเพราะเป็นการผลิตที่มากเกินความต้องการ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการผลิตถุงผ้าสปันบอนด์ที่ขายอยู่ตามห้างอีก มีตราฉลากเขียนด้วยว่า Reusable แต่เขาไม่ได้บอกความจริงว่า ถุงผ้านี้มีส่วนผสมของพลาสติกและถ้าหากย่อยสลายจะกลายเป็นไมโครพลาสติก

The results of a research carried out in Hong Kong show the presence of microplastic in 60% of wild Flathead Grey Mullet, a species commonly served in Chinese meals. The test indicates the chance of adding toxins on the eating tables and along the food chain and shows that plastic pollution is part of our daily life.
Greenpeace urges the Hong Kong government to quicken up the process of legislation to restrict the use of single-use plastics.

คิดภาพไม่ออกเลยว่าถ้าไมโครพลาสติกเล็ก ๆ ปริมาณมหาศาลตกค้างในสิ่งแวดล้อม ไหลลงสู่แม่น้ำ ทะเล ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาหรือชุมชนที่ใช้น้ำจากแม่น้ำลำธารประกอบอาหารก็จะได้รับไมโครพลาสติกไปเต็ม ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติก ถุงผ้าสปันบอนด์ล้วนก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลโดยตรงให้เกิดวิกฤตสภาพภูมิอากาศโดยที่เราไม่รู้ตัว สำหรับเราแล้วการใช้ของทุกชิ้นให้เต็มประสิทธิภาพคือหลักสำคัญของการใช้ซ้ำและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

หันมาสนใจ Fast Fashion ตั้งแต่เมื่อไหร่

On the occasion of this year's Earth overshoot day on 28.07.  Greenpeace voluntary group is doing a clothes swapping party at the Millerntor Stadium.
Every visitor can bring their old and unwanted clothes and swap them with other people. They also offer screenprinting with Greenpeace symbols. This is part of the Fast Fashion project and shows possibilities of reuse and consumption alternatives to buying new.
เสื้อเก่าของแตงกวาที่เธอตัดสินใจดัดแปลงใหม่ให้เข้ากับสไตล์ที่ตัวเองชอบ เพื่อลดการซื้อเสื้อผ้าใหม่จากอุตสาหกรรม Fast Fashion

เพราะแนวคิดที่อยากใช้ของทุกชิ้นให้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุดเลยทำให้เรารู้สึกว่าเสื้อผ้าก็เหมือนกัน ช่วงที่ผ่านมาติดตามข่าวอุตสาหกรรม Fast Fashion ทำให้เรากลับมามองพฤติกรรมของเรานั่นคือ เรามีร้าน Fast Fashion ที่ชอบเพราะเป็นเสื้อผ้าสไตล์โปรด แต่พอรู้ข้อมูลเพิ่มขึ้นก็ทำให้เรานึกถึงความเจ็บปวดของพนักงานอีกหลายคนที่ถูกละเมิดสิทธิ์จากการผลิตเสื้อผ้าเหล่านี้ออกมาให้เราใส่ นี่เป็นเหตุผลที่เราเลิกสนับสนุนเสื้อผ้าจากอุตสาหกรรม Fast Fashion

เราเริ่มเข้าวงการตลาดเสื้อผ้ามือสอง แม้ว่าเสื้อผ้ามือสองจริง ๆ แล้วบางส่วนก็มาจาก Fast Fashion นี่แหละแต่เพราะเทรนด์แฟชั่นทั่วโลกไหลเร็วจนเกินไป ทำให้มีเสื้อผ้ามือสองล้นตลาด เราเลยเลือกที่จะไปหยิบเสื้อผ้าเหล่านั้นมาใช้ต่อให้มันดูเก๋ในแบบของเรา หากไม่มีตลาดเสื้อผ้ามือสองเราก็ยังสามารถหยิบเสื้อผ้าในบ้านตัวเก่าของเรามาดีไซน์ใหม่ได้ เช่น เรามีเสื้อตัวหนึ่งที่ซื้อมาตั้งแต่ตอนม.4 เราไม่ชอบมันเลยเพราะไม่ใช่สไตล์ของตัวเอง แต่พอเราตัดสินใจตัดให้เป็นทรง Crop Top พร้อมปักลูกปัดหรือเพ้นท์สีลงไปตามแบบที่เราต้องการทำให้เราชอบเสื้อตัวนี้ขึ้นมาทันที

หลังจากที่เราได้พูดคุยกับแตงกวาอีกครั้งหลังผ่านไป 4 ปี เราชื่นชมเธอในฐานะของคนรุ่นใหม่ที่สนใจประเด็นมลพิษพลาสติกในเชิงลึก และยังใช้มุมมองของตัวเองช่วยขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในอุตสาหกรรม Fast Fashion อีกด้วย แตงกวาบอกเสมอว่าการใช้ของให้คุ้มค่าเป็นสิ่งสำคัญ (จากเสื้อยืดคอกลมใส่ออกไปข้างนอก กลายเป็นเสื้อนอน ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดเท้า) เพราะการซื้อของเกินความจำเป็นหรือไม่ไม่ได้ใช้งานอย่างคุ้มค่า สุดท้ายแล้วก็จะกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมโยงกันเป็นลูกโซ่ที่เราไม่สามารถแก้ไขได้

ดังนั้น ภาครัฐจะต้องหยุดเพิกเฉย หรือผลักภาระให้ประชาชน แต่จะต้องมองปัญหาเหล่านี้ในเชิงโครงสร้าง และต้องออกแบบนโยบายเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างจริงจังสักที