ฮัมบูร์ก เยอรมนี – รายงานฉบับใหม่ของ กรีนพีซ เยอรมนี เปิดเผยถึงการพบการปนเปื้อนสารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์แบรนด์ฟาสต์แฟชั่น SHEIN [1] โดยทดสอบผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ SHEIN ทั้งหมด 47 ชิ้น และพบการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ 7 ชิ้น (คิดเป็น 15%) ซึ่งการพบการปนเปื้อนสารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์นี้ผิดเงื่อนไขการจำกัดปริมาณสารเคมีของสหภาพยุโรป มีผลิตภัณฑ์ 5 ชิ้นจากทั้งหมดผิดเงื่อนไข โดยปนเปื้อนเกิน 100% หรือมากกว่านั้น และยังมีผลิตภัณฑ์ 15 ชิ้นจากทั้งหมดปนเปื้อนสารเคมีอันตรายในระดับที่น่าเป็นห่วง (คิดเป็น 32%) [2]

On behalf of Greenpeace, textiles from the mail order company SHEIN are tested for toxic substances such as volatile organic compounds (VOC) at the Bremen Environmental Institute, Gesellschaft für Schadstoffanalysen und Begutachtung mbH. Preparation of the samples by crushing and analysis.
กรีนพีซได้ส่งเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับที่ซื้อจากแบรนด์ SHEIN ไปยังสถาบัน Bremen Environmental Institute (Gesellschaft für Schadstoffanalysen und Begutachtung mbH) เพื่อนำไปเป็นตัวอย่างในการทดสอบและวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของสารเคมี เช่น สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) เป็นต้น

กรีนพีซ เยอรมนี ซื้อผลิตภัณฑ์มาทั้งหมด 42 ชิ้น ประกอบไปด้วยเครื่องแต่งกาย รองเท้า ทั้งสำหรับผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก และผลิตภัณฑ์สำหรับทารกจากเว็บไซต์ SHEIN ในหลายแห่ง ได้แก่ ออสเตรีย เยอรมนี อิตาลี สเปน และสวิสเซอร์แลนด์ อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์  5 ชิ้นจากร้านขนาดเล็กในเมืองมิวนิก เยอรมนี ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการอิสระ BUI เพื่อตรวจวิเคราะห์สารเคมีปนเปื้อน ซึ่งผลการวิเคราะห์พบสารพาทาเลทในรองเท้า และสารฟอมาลดีไฮน์ในชุดแต่งกายของเด็กผู้หญิงในปริมาณสูง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าการทำธุรกิจของแบรนด์ SHEIN ที่ใช้สารเคมีอันตรายแสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่ไม่ระมัดระวังต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานฉบับนี้ยังพบอีกว่าการดำเนินการจากบริษัทสาขาใหญ่ที่ตั้งอยู่ในนานกิง จีน ได้ละเมิดเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปในประเด็นการใช้สารเคมีอันตรายทำให้ผลิตภัณฑ์ปนเปื้อน เสี่ยงต่อสุขภาพของผู้สวมใส่และพนักงานที่ต้องทำงานกับผลิตภัณฑ์

วิโอลา โวลเกมุธ นักรณรงค์ด้านสารพิษและเศรษฐกิจยั่งยืน กรีนพีซ เยอรมนี กล่าวว่า

“สิ่งที่กรีนพีซ เยอรมนี พบคือการที่แบรนด์ฟาสต์แฟชั่น SHEIN ใช้สารเคมีอันตรายในการผลิตผลิตภัณฑ์ ซึ่งโมเดลธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับนโยบายพัฒนาระบบเศรษฐกิจให้ยั่งยืนขึ้นในอนาคต ผลิตภัณฑ์ของ SHEIN ปริมาณมหาศาลที่ปนเปื้อนสารเคมีนี้กระจายสู่ตลาดสหภาพยุโรปและเป็นการละเมิดเงื่อนไขสหภาพฯ อย่างไรก็ตามเงื่อนไขดังกล่าวยังไม่ประกาศใช้ในสหภาพฯ นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลถึงพนักงานที่ทำงานในห่วงโซ่การผลิตให้กับ SHEIN ชุมชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับโรงงานผลิตและสิ่งแวดล้อมในจีน ซึ่งต้องเผชิญกับสารเคมีอันตรายที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ดังกล่าว รูปแบบการทำธุรกิจแบบฟาสต์แฟชั่นนี้เป็นรูปแบบที่ขัดกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศโดยสิ้นเชิง และจะต้องใช้กฎหมายเพื่อหยุดการทำธุรกิจในรูปแบบนี้เนื่องจากก่อให้เกิดหายนะทางสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศมากเกินไป และเราควรปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการบริโภคจากการซื้อใหม่เป็นหลักมาเป็น การใช้ซ้ำและซ่อมแซมเป็นหลัก”

ช่วงระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ธุรกิจของ SHEIN เติบโตอย่างรวดเร็วผ่านการทำการตลาดด้วยดีไซน์เสื้อผ้านับพันรูปแบบกับกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มเด็ก ผ่านโซเชียลมีเดียทุก ๆ วัน ดังนั้นการผลิตเสื้อผ้าเหล่านี้ต้องผลิตในปริมาณมหาศาลภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ซึ่งเสื้อผ้ามหาศาลเหล่านี้ถูกผลิตจากหลายโรงงานในจีน นอกจากนี้ยังมีโมเดลการขายแบบตัดราคาคู่แข่งด้วยการผลิตที่เร็ว ต้นทุนต่ำ คุณภาพต่ำและเป็นสินค้าที่ใช้แล้วทิ้ง [3] นี่คือโมเดลการผลิตเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นแบบสุดโต่งนำไปสู่ปัญหาขยะสิ่งทอ นอกจากนี้ภายใต้โมเดลธุรกิจดังกล่าวยังมีรายงานว่าพบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและทำลายสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่การผลิตหลายครั้งด้วย

ในกฎข้อบังคับของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการใช้สารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์นำเข้าถูกเขียนขึ้นอย่างเข้มงวด โดยจำกัดปริมาณสารเคมีในผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าประเภทต่าง ๆ เครื่องประดับ และรองเท้า ตามหลักการ REACH ที่จะนำเข้ามาขายในสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตามข้อกำหนดดังกล่าวก็ยังมีช่องโหว่ เพราะไม่ได้รวมผลิตภัณฑ์นำเข้าอื่นๆ ให้อยู่ในเงื่อนไขนี้ด้วย แต่ช่องโหว่นี้ก็ยุติลงหลังการรณรงค์ Detox My Fashion ของกรีนพีซเปิดเผยว่าสารเคมีอันตรายในโรงงานผู้ผลิตเสื้อผ้าในประเทศกำลังพัฒนาก่อมลพิษทางน้ำในยุโรปได้อย่างไร [4] โดยสารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์เสื้อผ้ายังเป็นอุปสรรคสำคัญในการรีไซเคิลสิ่งทออีกด้วย

“กรีนพีซเรียกร้องให้สหภาพยุโรปบังคับใช้กฎหมายควบคุมการใช้สารเคมีอันตราย ซึ่งควรจะเป็นข้อบังคับพื้นฐานสำหรับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในการผลิตสิ่งทอและจะต้องยุติโมเดลธุรกิจฟาสต์แฟชั่น ดังที่ยุทธศาสตร์สิ่งทอของสหภาพยุโรปได้กำหนดไว้” วิโอลากล่าว “แต่ข้อเสนอของสหภาพยุโรปยังคงเพิกเฉยต่อการแสวงหาผลกำไรที่ทำลายสิ่งแวดล้อมและขาดหลักมนุษยธรรมของโมเดลธุรกิจฟาสต์ฟชั่นแบบสุดโต่ง ซึ่งโมเดลดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมในยุคศตวรรษที่ 21 แต่จะต้องกำหนดให้บริษัทเหล่านี้ต้องดำเนินธุรกิจโดยรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบจากขยะแฟชั่นอีกด้วย สิ่งที่เราเรียกร้องยังจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนผ่านสนธิสัญญาระดับโลก ซึ่งคล้ายกับสนธิสัญญาพลาสติกโลกเพื่อหารือกันในการจัดการปัญหาขยะสิ่งทอที่เกิดขึ้น”

นอกจากนี้ โมเดลการทำธุรกิจแบบฟาสต์แฟชั่นยังใช้น้ำมันในระบบการผลิตเสื้อผ้าจำนวนมาก ด้วยเงื่อนไขความเร็วที่ต้องนำจ่ายสู่ตลาด และยังมีประเด็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสังคมและสิ่งแวดล้อม จากแหล่งข้อมูลของอุตสาหกรรมพบว่ามีสิ่งทอน้อยกว่า 1% ที่ได้รับการผลิตซ้ำจากสิ่งทอเก่า ในทางกลับกันขยะสิ่งทอปริมาณมหาศาลถูกขนขึ้นรถบรรทุกเพื่อนำไปทิ้งที่บ่อขยะทุกวินาที [5] เราจะเห็นปัญหานี้ได้ชัดจากปริมาณขยะสิ่งทอมหาศาลที่ก่อให้เกิดมลพิษถูกส่งไปยังแอฟริกาตะวันออกและประเทศอื่น ๆ ที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา ตามข้อมูลที่ปรากฎในรายงานของกรีนพีซเยอรมนี

โมเดลธุรกิจฟาสต์แฟชั่นสุดโต่งนี้บังคับให้ซัพพลายเออร์ต้องผลิตสินค้าออกมาให้เร็วขึ้น โดยการสั่งสินค้าซ้ำๆ ซึ่งมียอดสั่งผลิตซ้ำเร็วกว่าแบรนด์คู่แข่งอย่าง Zara ถึง 3 เท่า รวมทั้งยังมีการขนส่งโดยตรงถึงมือลูกค้าด้วยเครื่องบินไปทั่วโลก [1][6] กรีนพีซ เยอรมนี ยังเปิดเผยในรายงานฉบับนี้อีกว่าโมเดลธุรกิจของ SHEIN ยังขาดมาตรการเกี่ยวกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัยของพนักงานในระบบการผลิตและลูกค้า


ร่วมสนับสนุนการทำงานของกรีนพีซ

เราทำงานรณรงค์เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชนหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การวิจัยข้อมูล รายงานทางวิทยาศาสตร์ และรณรงค์กับประชาชนด้วยข้อมูลเหล่านี้


ดาวน์โหลดรูปภาพที่เกี่ยวข้อง ที่นี่

หมายเหตุ

[1] รายงาน Taking the Shine off SHEIN: A business model based on hazardous chemicals and environmental destruction

[2] สินค้าผลิตภัณฑ์ที่จะขายในสหภาพยุโรปจะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขจาก REACH ซึ่งกำหนดไม่ให้มีปริมาณสารเคมีเกินกำหนด (ทั้งสารประเภทเติมแต่งและสารปนเปื้อน) ในเสื้อผ้า เครื่องประดับ และรองเท้า

[3] เสื้อผ้านับพันรูปแบบ = “สินค้าถูกผลิตทั้งหมด 6,753 ชิ้นในหนึ่งวัน (Public Eye)” และจากแหล่งอ้างอิงเพิ่มเติมพบว่า บางครั้งผลิตสินค้ามากถึง 10,000 ชิ้นในหนึ่งวัน (the Guardian)

[4]งานรณรงค์ Detox My Fashion โดยกรีนพีซ สากล – ดู Dirty Laundry 2: Hung Out to Dry, กันยายน 2554, และ Dirty Laundry 3: Reloaded, มีนาคม 2555

[5] แหล่งข้อมูลจากอุตสาหกรรมระบุว่าสิ่งทอน้อยกว่า 1% – Business of Fashion/McKinsey (2021), State of Fashion 2021, หน้า 65; One garbage truck of textiles every second – Ellen McArthur Foundation (2017), A new textiles economy: Redesigning fashion’s future, หน้า 37

[6] Public Eye (2021), Toiling away for SHEIN; Zara (Inditex)

ติดต่อ

Viola Wohlgemuth, toxics and circular economy campaigner, Greenpeace Germany: +49 (0) 151 22 18 09 71, [email protected]

Anna Arbogast, press officer, Greenpeace Germany: +49 (0) 175 80 41 025, [email protected]

Greenpeace International Press Desk: +31 (0)20 718 2470 (available 24 hours), [email protected]