
“ที่สนใจเข้าร่วมกรีนพีซเพราะเสียงเราดังไม่พอ ถ้าเราไปพูดคนเดียว ไปถือป้ายผ้าคนเดียว หรือว่าไปยืนบอกเล่าเรื่องคนเดียว ผมว่าเสียงผมดังไม่พอ”
มังกร หรือ อานันท์ นาคนงนุช ข้าราชการบำนาญ อดีตนาวิกโยธิน วัย 36 ปี ที่ปัจจุบันผันตัวมาทำอาชีพเป็นไลฟ์การ์ด และครูฝึกสอนเอาชีวิตรอดทางน้ำ มังกรบอกกับเราเมื่อทีมงานถามถึงเหตุผลในการที่เป็นสมาชิกกับกรีนพีซมาอย่างยาวนานทั้งในฐานะผู้บริจาคที่อยู่กับเรามานานที่สุด ( 16 ปี ) และในฐานะของอาสาสมัคร ( 15 ปี )
แรงบันดาลใจในการมาเป็นอาสาสมัครนั้น มังกรบอกกับเราว่า “ย้อนไปนานมาก สมัยนั้นจะมีรายการทีวีรายการหนึ่ง เอาคลิปเหตุการณ์จริงมาออก มีวิดีโอของนักกิจกรรมกรีนพีซต่างประเทศกำลังทำแอคชั่น ไปขวางเรือใหญ่ที่กำลังจะทิ้งสารเคมีลงทะเลด้วยการเอาเรือยางเข้าไปรอง แต่มันใหญ่มาก พอทิ้งเสร็จเรือก็คว่ำ นักกิจกรรมก็ไปทางหนึ่ง เรือก็ไปทางหนึ่ง แล้วพ่อก็บอกว่า ไอ้พวกกรีนพีซเนี่ยมันบ้า แต่มันทำเพื่อโลกนะ” มังกรเล่าพร้อมรอยยิ้ม
อีกสิบกว่าปีหลังจากนั้น เมื่อจบการศึกษาหลักสูตรนักเรียนทหาร มังกรจึงไม่ลังเลที่จะเดินเข้าหาทีมพนักงานระดมทุนของกรีนพีซ แจ้งความประสงค์ขอเป็นผู้บริจาคทันที ก่อนที่จะกลายมาเป็นอาสาสมัครในอีกหนึ่งปีให้หลัง
15 ปีต่อมา มังกรยังคงเป็นอาสาสมัครที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่แม้จะผ่านประสบการณ์การทำงานอาสาสมัครที่ยาวนาน แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ในฐานะอาสาสมัครนักดำน้ำที่คอยช่วยเหลือให้การทำวิจัยสัตว์ทะเลหน้าดินเป็นไปอย่างราบรื่น
“ยังเชื่ออยู่ครับว่า กรีนพีซทำเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อโลก และกรีนพีซสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ผมถือว่าสิ่งที่ทำให้กรีนพีซต่างจากองค์กรอื่นมากกว่าการเก็บข้อมูลเชิงวิจัยแล้วยื่นให้กับภาครัฐ หรือผู้มีอำนาจ คือการมีกิจกรรม Direct Action หรือการเป็นประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ การเปิดโปงอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมว่าอันนี้เป็นข้อสำคัญที่ทำให้ผมอยากทำงานกับกรีนพีซอยู่ อยากร่วมกับกรีนพีซอยู่ ทั้งในนามอาสาสมัครและผู้บริจาค” คุณมังกรกล่าวทิ้งท้าย

จากทีมงานกรีนพีซ
พี่มัง หรือ มังกร เป็นหนึ่งในผู้บริจาคกรีนพีซ และอาสาสมัครที่อยู่กับกรีนพีซ ในเกือบทุก ๆ กิจกรรม เรื่องราวของพี่มังกรยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับอาสาสมัครและผู้บริจาค รุ่นใหม่ ๆ ตลอดมา
สนใจร่วมปกป้องโลกไปกับเราได้แล้ววันนี้ที่นี่
เพราะคุณคือส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตของโลกใบนี้


