A shark is seen in the Republic of Palau.
© Alex Hofford / Greenpeace
ผมไม่มีวันลืมวันแรกที่ได้ดำน้ำกับฉลาม

เหมือนเวลาหยุดเดินไม่ชั่วขณะ เมื่อสัตว์ที่แสนจะงดงามนี้อยู่ตรงหน้าผม ผู้คนจำนวนมากหวาดกลัวฉลาม แต่ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า จริงๆ แล้วอาจเป็นฉลามมากกว่าหรือเปล่าที่ควรหวาดกลัวเรา?

สมัยเด็ก ผมทั้งหลงใหลและหวาดกลัวฉลามมาก ผมชอบดูรายการ Shark Week มากและไม่อาจละสายตาจากทีวีไม่ได้เลย “แจ๊ค เดี๋ยวก็ฝันร้ายหรอก” ผมได้จำคำพูดของแม่ได้ซึ่งแม่เดาถูก แต่ผมก็ยังคงนั่งดูอยู่ไม่ห่างจอ 

ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงนักล่าแห่งท้องทะเลเหล่านี้เวลาลงเล่นทะเล และผมมั่นใจว่าไม่ได้มีแต่ผมคนเดียวที่รู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องอยู่ในน้ำระดับที่ไม่สามารถยืนหรือเดินได้ ผมกลัวฉลามมาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อผมโตขึ้นอายุประมาณยี่สิบต้นๆ ความกลัวเหล่านี้หายไปเมื่อผมเริ่มดำน้ำลึก

‘ ความประหลาดใจ ที่ขับไล่ความกลัวให้หายไป’

Grey reef shark.

ตอนที่ผมเห็นฉลามครั้งแรก พูดตามตรงว่าผมกลัวพวกมันมาก ตอนนั้นคิดแต่ว่าพวกมันจะเข้ามาทำร้าย แต่ทว่าความรู้สึกกลัวเหล่านั้นหายไปเมื่อฉลามว่ายผ่านผมไปโดยไม่ได้สนใจ มันว่ายน้ำออกไปตามวิถีชีวิตและเส้นทางของมัน การเคลื่อนไหวอย่างอิสระและสวยงามของฉลาม ทำให้ผมตกหลุมรักมันทันที ลืมความกลัวในใจที่มาตลอดชั่วชีวิตจนหมดสิ้น และทำให้ผมอยากจะเจอฉลามอีกในทุกๆ ครั้งที่ดำน้ำ

ฉลามตัวใหญ่และน่ากลัวที่สุดที่ผมเคยเจอตอนดำน้ำคือฉลามหางยาว พวกมันมีหางที่ยาวเพื่อทำให้ปลาหรือเหยื่อเกิดอาการมึนงงและง่ายต่อการล่ามากขึ้น ฉลามตัวที่ผมเจอยาวประมาณ4เมตร ตอนนั้นผมอายุ 12 ปีตื่นตะลึงกับขนาดที่ยิ่งใหญ่ของมัน ผมรู้สึกเหมือนกำลังฝันอยู่

ในเวลาที่คุณได้ยืนอยู่ต่อหน้าสัตว์ที่งดงามเหล่านี้คุณจะรู้สึกเหมือนเวลาหยุดชะงัก เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจว่าธรรมชาติยิ่งใหญ่แค่ไหน เพราะแม้ว่าผมจะดำน้ำเข้าไปในถิ่นที่พวกมันอาศัยอยู่ แต่ฉลามนักล่าเหล่านี้กลับไม่แสดงท่าทีก้าวร้าวกับแขกผู้มาเยือนเลยสักนิด

A silky shark and other marine life school around a Fish Aggregating Device (FAD), central Pacific Ocean. Greenpeace travels in the Pacific to expose out of control tuna fisheries. Tuna fishing has been linked to shark finning, overfishing and human rights abuses.
© Paul Hilton / Greenpeace

จะบอกว่าผมหมกมุ่นกับฉลามก็ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าผมแค่อยากไปว่ายอยู่ในน้ำอยู่ท่ามกลางฉลามขาวตัวใหญ่เฉยๆ แม้ว่าผู้คนมักชอบไปดำน้ำสัมผัสสิ่งมีชีวิตที่สวยงามเหล่านี้ เพราะมันดูไม่ยุติธรรมเลยหากเรามองว่าฉลามดุร้ายเหมือนกันหมด  ในความจริงมีผู้คนหลายพันคนดำน้ำได้อย่างปลอดภัยแม้มีฉลามว่ายอยู่รอบข้าง แต่กลับไม่ใช่ภาพที่คนทั่วไปนึกถึงเวลาพวกเขานึกถึงฉลาม ฉลามกลายเป็นสัตว์ที่ถูกเข้าใจผิดมากที่สุดชนิดหนึ่ง และขัดแย้งกับความเป็นจริงมากที่สุดในโลก

มนุษย์น่ากลัวกว่าฉลามเสียอีก

ความจริงก็คือ เรามีแนวโน้มจะเสียชีวิตเพราะเดินตกท่อมากกว่าโดนฉลามทำร้ายเสียอีก แต่ผู้คนก็ยังรู้สึกกลัวฉลามมากกว่าการเดินบนฟุตบาธในกรุงเทพฯ ในทางกลับกันฉลามต่างหากที่ควรกลัวเวลาว่ายน้ำเจอมนุษย์ ข้อมูลทางสถิติคาดการณ์ว่า มนุษย์ฆ่าฉลามประมาณหนึ่งร้อยล้านตัวต่อปี นั่นหมายถึงฉลามจำนวน11,415ตัวจะโดนถูกฆ่าในทุกๆหนึ่งชั่วโมง เป็นความจริงที่น่าเศร้าที่1ใน3ของฉลามทุกชนิดกำลังใกล้สูญพันธุ์ 

ฉลามมักถูกฆ่าหลังจากติดมาพร้อมกับอวนประมงของสัตว์เป้าหมายสายพันธุ์อื่นๆ (bycatch) เช่น ทูน่า ) ในปีพ.ศ.2562 กรีนพีซพบว่าเรือประมงในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือจับฉลามมาโกที่ใกล้จะสูญพันธุ์ถึง25,000ตัวต่อปี เรือประมงดังกล่าวตั้งใจที่จะจับปลากระโทงดาบ  แต่กลับสังหารฉลามไปมากกว่าปลากระโทงดายถึง 4เท่า

A shark is hauled into the hold of the Pedra da Grelo, a Spanish longliner targeting swordfish in the south Atlantic ocean.
`
The Greenpeace ship Arctic Sunrise and crew are investigating distant water fishing fleet practices in the Mid-Atlantic during September and October 2019.

มนุษย์ล่าฉลามเพื่อต้องการครีบของมัน และเรายังเห็นผลิตภัณฑ์จากฉลามทั้งในอาหารเสริม อาหารสัตว์ หรือแม้แต่เครื่องสำอางอย่างมอยส์เจอร์ไรเซอร์ วางขายทั่วไป ทั้งนี้ เราเข้าใจผิดมาตลอดว่าวัฒนธรรมการบริโภคฉลามเแพร่หลายแค่ในทวีปเอเชียเท่านั้น แต่ในรายงานปีพ.ศ.2562 พบว่า มีเมนูเนื้อฉลามที่ใกล้สูญพันธุ์เสิร์ฟในร้านอาหารในสหราชอาณาจักร

เราต้องอนุรักษ์ฉลามเพื่อมหาสมุทรอันอุดมสมบูรณ์

ฉลามอาศัยอยู่บนโลกนี้มานานกว่ามนุษย์ ประมาณ 450 ล้านปีมาแล้ว นานกว่าไดโนเสาร์ถึง 200 ล้านปี ก่อนหน้าจะเกิดสายพันธุ์ต้นไม้ขึ้นบนโลก ฉลามคือผู้ล่าที่อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร นั่นหมายความว่าฉลามจะช่วยดูแลมหาสมุทร และควบคุมจำนวนประชากรในท้องทะเล  เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ หากปราศจากฉลาม ระบบนิเวศจะสูญเสียความสมดุลไม่มีความสมดุลและอาจพังทลายลงในที่สุด

สิ่งหนึ่งที่คุณจะได้เรียนรู้เมื่อไปดำน้ำและพบฉลาม คือแนวปะการังบริเวณนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ถ้าแนวประการังอุดมสมบูรณ์ นักดำน้ำก็จะมีโอกาสเห็นฉลามมากขึ้นแต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่ทุกคนจะพบเห็นฉลามได้ตามแหล่งดำน้ำทั่วโลก การได้พบฉลามตามแนวปะการังโดยบังเอิญนั้นจึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์

Grey reef sharks.

เราจะปกป้องฉลามได้อย่างไร?

A Greenpeace activist holds a banner under a fish aggregation device (FAD) calling for "Marine Reserves Now". Around 10% of the catch generated by purse seine FAD fisheries is unwanted bycatch and includes endangered species of sharks and turtles. The catch of large amounts of juvenile bigeye and yellowfin tunas in these fisheries is now threatening the survival of these commercially valuable species. Greenpeace is calling for a total ban on the use of fish aggregation devices in purse seining and the establishment of a global network of marine reserves.
© Paul Hilton / Greenpeace

มหาสมุทรอันอุดมสมบูรณ์คือหนึ่งในทางที่ดีที่สุดของการป้องกันวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และมหาสมุทรที่อุดมสมบูรณ์นั้นจำเป็นต้องมีฉลาม หากมหาสมุทรได้รับช่วงเวลาในการฟื้นฟูตัวเอง ผืนน้ำสีน้ำเงินแห่งนี้จะแสดงให้เห็นถึงความสามารถอันน่าทึ่งในการฟื้นฟูกลับสู่สภาพปกติ แต่ปัจจุบัน มีพื้นที่มหาสมุทรไม่ถึง5%เท่านั้นที่ได้รับการคุ้มครองไม่ให้มีกิจกรรมอุตสาหกรรม เช่น การประมงและการขุดเจาะน้ำมัน

เป็นเวลาเกือบ 2 ปี ที่กรีนพีซรณรงค์ผลักดันให้เกิดการคุ้มครองพื้นที่มหาสมุทรอย่างน้อยร้อยละ 30 เป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine Protection Areas) โดยสงวนห้ามทำกิจกรรมใดๆที่เป็นอันตรายต่อมหาสมุทร เราสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นผ่านสนธิสัญญาทะเลหลวง

ในปีพ.ศ.2562ที่ผ่านมา กรีนพีซเดินเรือสำรวจจากขั้วโลกเหนือจรดขั้วโลกใต้ เพื่อสำรวจและถ่ายทอดเรื่องราวภัยคุกคามมหาสมุทรในสถานที่ต่างๆ  ผ่านการเก็บข้อมูลสัตว์ทะเลที่น่าทึ่งและภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกลางทะเล ปัจจุบันมีผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกร่วมลงชื่อสนับสนุนให้เกิดสนธิสัญญาทะเลหลวงเพื่อปกป้องมหาสมุทร แม้ว่าการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้การเจรจาในประเด็นสนธิสัญญาทะเลหลวงครั้งที่4 ของสหประชาชาติจะถูกระงับไว้ แต่ข่าวดีก็คือ ในปีนี้ พ.ศ.2564 จะมีการเจรจาเประเด็นสิ่งแวดล้อมรวมทั้งสนธิสัญญาทะเลหลวงขึ้นอีกครั้ง การเจรจาดังกล่าวจะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม

The crew of the Esperanza hold a banner reading "Thank you", South Orkney Islands, Antarctica, .

The Greenpeace ship Esperanza is on the final leg of the Protect the Oceans voyage from the Arctic to the Antarctic. The almost year-long voyage is one of Greenpeace’s biggest ever expeditions and highlights the many threats facing the oceans while campaigning for a Global Ocean Treaty covering all seas outside of national waters.

สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือการผลักดันให้รัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รับรองสนธิสัญญาดังกล่าว เพื่อเราจะได้มีเวลาฟื้นฟูทรัพยากรและเป็นพื้นที่อยู่อาศัยสำหรับสัตว์ทางทะเลให้เจริญเติบโตได้ นอกจากนี้ กรีนพีซยังคงมุ่งมั่นรณรงค์ ในพื้นที่มหาสมุทรอินเดีย โดยจะใช้เรืออาร์กติกซันไรส์ เบื้องต้น เราพบว่า การประมงแบบทำลายล้าง ส่งผลให้ วาฬ โลมา และฉลามกว่า 100,000 ตัวถูกฆ่าในทุกๆปี ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังชาวประมงท้องถิ่นเพราะพวกเขาไม่สามารถหาปลาได้อีกด้วย

ร่วมกันเป็นกระบอกเสียงในการเรียกร้องเพื่อมหาสมุทรและสัตว์ทะเลได้กลับมาอาศัยอยู่ในบ้านที่อุดมสมบูรณ์ ร่วมผลักดันสนธิสัญญาทะเลหลวงกับกรีนพีซ

บทความนี้แปลจากภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่

แปลโดย อลงกรณ์ ลัคนารจิต นักศึกษาฝึกงาน

Humpback Whale in the Indian Ocean. © Paul Hilton / Greenpeace
ร่วมผลักดันเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลในมหาสมุทรโลก

ด้วยวิกฤตหลายๆด้านที่กำลังคุกคามมหาสมุทร เราจึงจำเป็นต้องปกป้องมหาสมุทรโลกอย่างน้อย 1 ใน 3 ส่วนภายในปี พ.ศ.2573 

มีส่วนร่วม