หากต้องการเปลี่ยนแปลงระบบเราจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับระบบทั้งหมด

Greenpeace in Seoul and about 50 volunteers and supporters joined 'City Trash Hunt' and did a brand audit in Seoul. It took place in the area called 'Hongdae', one of the most crowded places in Seoul, famous for street busking and has a few universities and shopping malls nearby.
© Soojung Do / Greenpeace

เกิดอะไรขึ้น

บริษัทหลายแห่งอย่างโคคา-โคล่า เป๊ปซี่ และเนสท์เล่ยังคงใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งในผลิตภัณฑ์ของตน ซึ่งนอกจากจะสร้างมลพิษให้กับโลกและขยะพลาสติกมากมายแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมก๊าซและน้ำมันที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย

หลายบริษัทในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลาสติกอย่าง ExxonMobil, Shell, Ineos, และ Chevron Phillips นอกจากต้องรับผิดชอบต่อปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศแล้ว พวกเขายังต้องรับผิดชอบต่อการผลิตพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งให้กับแบรนด์ใหญ่ ๆ ด้วย 

น่าเสียดายที่แม้ว่าผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคตระหนักถึงความเลวร้ายของปัญหาพลาสติก นำเสนอแผนประชาสัมพันธ์ว่าตนเองตระหนักถึงเรื่องนี้และทำโครงการนำร่องให้ลูกค้าใช้ภาชนะใช้ซ้ำ แต่สุดท้ายแล้วผู้ผลิตก็ยังคงทำธุรกิจแบบเดิม ๆ ซึ่งหมายความว่าจะยังคงมีการสร้างพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งออกมาอีกมากมาย และเป็นการทำงานเพื่อรักษารูปแบบธุรกิจแบบเดิมของตนไว้ ภาคธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างวิกฤตสภาพภูมิอากาศ 

Ineos and Braskem oil facilities in La Porte, Texas.
The Houston area has long been known as a major hub of the petrochemical and fossil fuel industry.  As upstream profits in oil and gas production have declined, the fossil fuel industry has increasingly invested in petrochemical divisions as a potential bright spot, citing low price ethane feedstocks generated from the US fracking boom and increased demand for single-use plastics in the consumer goods sector.
© Aaron Sprecher / Greenpeace

แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร

พวกเรากำลังโดนหลอก

โคคา-โคล่าหรือโค้ก รวมถึงบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ อ้างว่ากำลังจัดการกับปัญหามลพิษพลาสติก แต่ในขณะเดียวกันพวกเขายังคงร่วมงานกับอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล คำโกหกที่พวกเขาใช้คือ “ทางออกของการยุติมลพิษพลาสติกคือการรีไซเคิล”

มีขยะพลาสติกเพียง 2% เท่านั้นจากขยะพลาสติกทั้งหมดที่ถูกนำไปรีไซเคิล ทั้ง ๆ ที่มันเป็นจำนวนที่น้อยมาก ๆ แต่ในคำมั่นสัญญาของแบรนด์ในการรีไซเคิล แบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคยังคงใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งมาห่อ (Wrapping) ผลิตภัณฑ์ได้ เพื่อช่วยในเรื่องความสะดวกสบายเพียงแค่ไม่กี่วินาที แต่พลาสติกชิ้นดังกล่าวจะอยู่บนโลกใบนี้ไปอีกนานนับร้อยปี

“พลาสติก” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาขยะที่ถูกทิ้งให้ลอยอยู่ตามมหาสมุทร แต่มันคือปัญหาที่เกี่ยวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ สุขภาพ และความยุติธรรมทางสังคมด้วยเช่นกัน 99% ของพลาสติกผลิตมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ซึ่งนำไปสู่ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศผ่านวงจรชีวิตพลาสติก พลาสติกคือมลพิษทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่วินาทีแรกที่มันถูกผลิตขึ้นมา 

Danish activist Ida Marie in the water with hand banner reading "Fossils our our future".
Greenpeace Denmark activists prepare ahead of carrying out an action in the Danish North Sea, to demand an immediate ban on all further oil and gas exploration in Denmark, followed by a complete phase out of domestic fossil fuel production and a massive expansion of clean offshore wind power.
Unless the Danish government is brave enough to ban the search for new oil and gas in Denmark, it will never be the green frontrunner it claims to be.
© Andrew McConnell / Greenpeace

เราทำอะไรได้บ้าง

เรากำลังขัดขวางธุรกิจที่ก่อมลพิษของพวกเขา

ผู้คนทั่วโลกกว่าล้านคนกำลังดำเนินการกับบริษัทต่าง ๆ เช่น โคคา-โคล่า เป๊ปซี่ และเนสท์เล่ เพื่อเรียกร้องให้บริษัทหยุดใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งผ่านวิธีการต่าง ๆ เช่น ลงชื่อผ่านข้อเรียกร้อง ร่วมมือกับธุรกิจในท้องถิ่น ล็อบบี้กับทางภาครัฐ กดดันนักลงทุนและทำงานในระดับชุมชนเพื่อสร้างโมเดลธุรกิจที่ใช้ภาชนะแบบใช้ซ้ำ

การเคลื่อนไหวนี้ส่งผลกระทบต่อบริษัทผู้ผลิตต่าง ๆ หรือแม้แต่ภาครัฐทั่วโลก  ทุกภาคส่วนมีความเห็นตรงกันว่าเราต้องจัดการกับปัญหานี้อย่างจริงจังได้แล้ว

ความคิดเห็นของกรีนพีซ

อาบิเกล อกริลลา ผู้ประสานงานรณรงค์พลาสติก กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า “ไม่แปลกใจที่ผลการตรวจสอบแบรนด์จากขยะพลาสติกพบว่า บริษัทข้ามชาติรายใหญ่ที่เป็นผู้ก่อมลพิษพลาสติกอันดับต้น ๆ ของโลกติดต่อกันสามปี บริษัทเหล่านี้อ้างว่าตนกำลังจัดการกับปัญหามลพิษพลาสติก แต่ในขณะเดียวกันพวกเขายังคงลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษพลาสติกอย่างผิด ๆ โดยการร่วมมือกับบริษัทน้ำมันเพื่อผลิตพลาสติกให้ได้มากขึ้น หากต้องการแก้ไขปัญหานี้และต่อสู้กับปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศแบรนด์ใหญ่ ๆ ต้องยุติการใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งและหลีกเลี่ยงเชื้อเพลิงฟอสซิล”

Merci Ferrer walks on a dumpsite in Dumaguete City, Philippines.

สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นตอนนี้

โคคา-โคล่า เนสท์เล่ และเป๊ปซี่ มีพลังในการสร้างความแตกต่างสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจน เพื่อลดรอยเท้าพลาสติกและต่อสู้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ บริษัทต้องหยุดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ถอยห่างจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และสนับสนุนกฎหมายที่เข้มแข็งของภาครัฐ

เมื่อไหร่ที่คนออกมาพูด แบรนด์ใหญ่ ๆ จะรับฟัง หากมีคนจำนวนมากออกมาเรียกร้องก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ให้บริษัทต่าง ๆ หยุดก่อมลพิษพลาสติก

เรียกร้องให้บริษัทยักษ์ใหญ่ร่วมลดรอยเท้าพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง และหันมาลงทุนในระบบเติมและใช้ซ้ำแทน

_____________________________________________________

Graham Forbes is the Global Plastic Project Lead at Greenpeace USA