ทุกๆวันที่ 8 มิถุนายนนั้นถูกกำหนดให้เป็นวันทะเลโลก #WorldOceansDay ในปีนี้ ปัญหาพลาสติกที่เราพูดกันมานานแล้วก็ยังคงเป็นภัยที่คุกคามมหาสมุทรทั่วโลกอยู่ แรงงานที่ทำงานกลางทะเลหลายคนก็ยังถูกละเมิดสิทธิแรงงาน ประมงเกินขนาดก็ยังเป็นปัญหา 

แต่นอกจากปัญหาเหล่านี้ ในช่วงปีที่ผ่านมาเริ่มมีสัญญาณใหม่ๆที่บ่งบอกว่ามหาสมุทรอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง ทั้งในทะเลไทยและทะเลโลก ซึ่งนอกจากจะกระทบกับระบบนิเวศในทะเลแล้ว ยังต่อเนื่องมาถึงชุมชนชายฝั่ง เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์ด้วย 

ตั้งแต่วันทะเลโลกปีที่แล้วถึงปีนี้ เกิดอะไรขึ้นบ้างในท้องทะเล ทะเลกำลังส่งสัญญาณอะไรบ้าง ประเด็นมหาสมุทรประเด็นไหนเป็นที่ถกเถียง เราสรุปมาให้อ่านกัน 

ปะการังฟอกขาว

The Reef is experiencing its second major bleaching event in 2 years. In March 2017, Greenpeace Australia Pacific is bearing witness to this tragedy and calling on Governments everywhere to take action against coal.

ปรากฎการณ์นี้เรียกว่า “ปะการังฟอกขาว” ที่เราเริ่มเห็นมากขึ้นทั้งในทะเลไทยและต่างประเทศ อย่างปีที่แล้ว ไต้หวันถึงกับต้องยกระดับการเตือนภัยปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวในเขตน่านน้ำทางตอนใต้ของไต้หวันขึ้นเป็นระดับที่สอง ส่วนในไทยก็มีการพบมากขึ้นเรื่อยๆ ภาพปะการังสีขาวริมหาดที่จังหวัดระยองเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสร้างความกังวลให้คนจำนวนมาก 

สาเหตุการเกิดปะการังฟอกขาวส่วนหนึ่งเกิดจากมนุษย์ ตั้งแต่อุณหภูมิที่สูงขึ้นจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ยาฆ่าแมลงในอุตสาหกรรมการเกษตรที่ไหลจากแม่น้ำลงทะเล น้ำเสียจากทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและบ้านเรือน ไปจนถึงครีมกันแดดที่มีสารที่ก่อกวนวงจรการขยายพันธุ์และการเจริญเติบโตของปะการัง

ปะการังมีความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม ความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำ ค่าความด่าง และความขุ่นของน้ำ ล้วนแล้วแต่ส่งผลกับความสัมพันธ์ของปะการังและสาหร่ายซูแซนเทลลี เพราะถ้าหากสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัย สาหร่ายซูแซนเทลลีก็จะย้ายออกไปหาบ้านใหม่ หรือถูกตัวปะการังเองขับไล่ให้ออกไป

ระบบนิเวศทางทะเลจะเข้าขั้นวิกฤติหากอัตราการตายของปะการังยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อไป สิ่งมีชีวิตหลายชนิดจะขาดที่อยู่อาศัย ไม่มีที่อนุบาลตัวอ่อน ขาดที่หลบภัย ส่วนมนุษย์เองก็จะได้รับผลกระทบ เช่นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการประมง 

เหมืองใต้ทะเลลึก

Greenpeace International activists protest against deep sea mining company Global Sea Mineral Resources (GSR), a subsidiary of the Belgian company DEME, in the Pacific Ocean. 
The activists deploy a flying banner reading “Stop Deep Sea Mining!” from an inflatable boat.  The banner  is displayed in front of the ship Normand Energy, chartered by GSR, while the Patania II nodule collector is deployed. The company is currently testing mining gear roughly 1,000 nautical miles off Mexico’s west coast in the Clarion Clipperton Zone – with the aim of future commercial extraction of minerals from the seabed. This new industry could cause devastating effects on the environment and people, including the livelihoods of Pacific island and coastal communities. 

The Rainbow Warrior is in the Pacific to bear witness to the  deep sea mining industry. Part of the ongoing 'Protect the Oceans' campaign.

มหาสมุทรปัจจุบันเจอภัยคุกคามรอบด้านอยู่แล้ว ทั้งปัญหาพลาสติก ประมงเกินขนาด สารเคมีที่ถูกปล่อยลงทะเล แต่ดูเหมือนจะมีอีกปัญหาใหญ่ เมื่อบริษัทอุตสาหกรรมจำนวนหนึ่งเริ่มส่งเครื่องจักรกลลงสู่ก้นบึ้งของท้องทะเลเพื่อดึงเอาวัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่ โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 

จริงๆแล้ว แผนการทำอุตสาหกรรมเหมืองใต้ทะเลลึกมีมาสักพักแล้ว แต่ปีนี้บริษัทอุตสาหกรรมเริ่มทดลองส่งเครื่องจักรลงสู่ใต้ทะเล แถมเมื่อเดือนที่แล้ว บริษัท Global Sea Mineral Resources (GSR) ยังทำสายเคเบิลขาดระหว่างการทดสอบ เครื่องจักรหลุดหนักกว่า 25 ตันหายอยู่ใต้ทะเลลึกพักใหญ่ๆ 

ใต้ท้องทะเลลึกเป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ มีสิ่งมีชีวิตที่เรายังไม่รู้จักอีกมาก เป็นแหล่งเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับโลก การทำเหมืองใต้ทะเลจะทำลายทั้งระบบ ทำลายที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำใต้ทะเลลึก และทำให้วิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่แย่อยู่แล้ว แย่ลงไปอีก 

โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ

ชาวบ้านจากอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้หยุดนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ©  Nichanan Tanthanawit / Greenpeace

หนึ่งในประเด็นทะเลไทยที่มีอาจกระทบไม่เพียงแค่ระบบนิเวศในทะเล แต่รวมไปถึงชุมชนชายฝั่ง คือโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา 

โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะได้รับอนุมัติจาก ครม. เมื่อปี 62 เพื่อให้เป็นเขตพัฒนาพิเศษ โดยการนำของเอกชน 2 บริษัท ได้แก่ TPIPP และ IRPC

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้เป็นข่าวใหญ่ขึ้นมา เพราะการอนุมัติแบบทันทีทันใดไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม แถมจะเปลี่ยนจากผังเมืองสีเขียวให้เป็นสีม่วง และแม้มีการทำประชาวิจารย์ แต่กลับไม่อนุญาตให้คนเห็นต่างเข้าพื้นที่  

กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นเลยเดินทางมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอโครงการเพื่อศึกษาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนให้ดีก่อน หนึ่งในนั้นคือ “ยะห์” ไครียะห์ ระหมันยะ นักเรียนหญิงที่ตอนนั้นกำลังศึกษาอยู่ ชั้น ม.6 มาเรียกร้องด้วย

จนกระทั่งวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แถลงว่าจะชะลอโครงการไปก่อน ปัจจุบัน แม้กระแสจะเงียบลงไปบ้างแล้ว แต่ที่แน่ๆ โครงการนี้ยังไม่ได้พับเก็บไป เราทุกคนจึงควรจับตาดูให้ดี เพราะหากเกิดการสร้างนิคมอุตสาหกรรมโดยไม่ศึกษาผลที่ตามมาอย่างละเอียด จะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างมหาศาลดั่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายๆที่ 

ชาวประมงรณรงค์งด ซื้อ-ขาย-ทาน สัตว์น้ำวัยอ่อน

Workers sort fish catch onboard a bottom trawler in the Gulf of Thailand. Bottom trawl fishing uses weighted nets that are dragged on the bottom of the seafloor and can destroy whole habitats.  When used with very small net mesh sizes they also catch everything in their path including non targeted species and juvenile marine life. Greenpeace is documenting illegal and destructive fishing methodologies in the Gulf of Thailand as part of its Oceans Defender tour.

ปัจจุบันสัตว์น้ำวัยอ่อนถูกจับมาจำหน่ายซึ่งเป็นการตัดวงจรระบบนิเวศ ทำให้ทรัพยากรประมงลดลงอย่างมาก และยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง #หมดแล้วจริงๆ จึงกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ช่วงสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา

กระแสดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งพี่ๆชาวประมงเดินทางไปยื่นหนังสือให้ห้างร้านและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วกรุงเทพฯ ขอความอนุเคราะห์ให้งดวางขายสัตว์น้ำวัยอ่อน ด้วยความต้องการให้ทะเลกลับมาอุดมสมบูรณ์เหมือนเมื่อก่อน

ในขณะเดียวกัน ทางโลกออนไลน์ก็มีการขอความร่วมมือกับผู้บริโภคให้หยุดซื้อสัตว์น้ำวัยอ่อน และเปิดให้ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ห้างร้านหยุดขายสัตว์น้ำวันอ่อน เพราะถ้าไม่มีคนซื้อ ก็ไม่มีคนขาย คนจับก็หยุดจับ 

Seaspiracy 

หลังลงฉายใน Netflix ได้ไม่นาน สารคดี Seaspiracy ก็จุดกระแสให้มีการถกกันเรื่องปัญหาทะเลกันเป็นวงกว้าง 

ตัวสารคดีว่าด้วยความต้องการที่จะช่วยปกป้องมหาสมุทรของ Ali Tabrizi ที่รับบทเป็นทั้งผู้กำกับและผู้เล่าเรื่อง เขาออกเดินทางหาคำตอบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับมหาสมุทรมาจากไหน โดยเริ่มจากปัญหาพลาสติก ก่อนชี้นิ้วมาที่การทำประมง ว่าเป็นต้นตอของวิกฤต

ประเด็นที่หนังนำเสนอ เช่น ประมงทูน่าครีบน้ำเงิน การล่าวาฬ หรือแรงงานทาสบนเรือ จึงมีการหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันมาก อย่างไรก็ดี ถึงแม้ตัวสารคดีจะทำให้เกิดข้อถกเถียงกันมากในโลกออนไลน์ แต่หลายคนยังตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูล ทั้งการใช้ข้อมูลเก่าและการนำเสนอ 

นอกจากนี้ ตัวสารคดียังถูกวิจารณ์เรื่องการตัดมิติอื่นๆของประมงออกเสียหมด เช่น ชุมชนประมงชายฝั่งที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับท้องทะเลมาเนิ่นนาน และเสนอทางออกแบบรวบรัดอย่างการเลิกทานปลา

อ่านเพิ่ม : Seaspiracy จริงหรือที่มหาสมุทรจะล่มสลายและทางออกคือ หยุดกินปลา ?  

Humpback Whale in the Indian Ocean. © Paul Hilton / Greenpeace
ร่วมผลักดันเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลในมหาสมุทรโลก

ด้วยวิกฤตหลายๆด้านที่กำลังคุกคามมหาสมุทร เราจึงจำเป็นต้องปกป้องมหาสมุทรโลกอย่างน้อย 1 ใน 3 ส่วนภายในปี พ.ศ.2573 

มีส่วนร่วม