เพราะสนธิสัญญาพลาสติกโลกจะเป็นโอกาสที่จะทำให้เรายุติมลพิษพลาสติกที่กำลังเกิดขึ้นได้ ซึ่งก่อนหน้านี้การเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกเริ่มขึ้นในปี 2565 และเรามีเวลาจนถึงปี 2567 เพื่อทำให้สนธิสัญญาฉบับนี้เกิดขึ้นจริง มีความเข้มแข็ง มุ่งมั่น และมีผลบังคับใช้อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ตอนนี้โลกของเรากำลังถูกทำร้ายจากมลพิษพลาสติกที่ลุกลามไปทั่วทุกมุมโลกซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมทางสังคม ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

พลาสติกก็คือเชื้อเพลิงฟอสซิล

 พลาสติก 99% ผลิตจากน้ำมันและก๊าซ โดยบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่างเอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil) มีส่วนทำให้เกิดการผลิตพลาสติกในปริมาณมหาศาลในแต่ละปี

ENI petrochemical plant in Brindisi, Puglia.

จากงานวิจัยที่เผยแพร่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า จำนวนพลาสติกที่ใช้ในกลุ่มประเทศ G20 จะเพิ่มขึ้นอีกสองเท่าภายในปี 2593 หากอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติกยังคงการผลิตแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ พลาสติกที่ถูกผลิตขึ้นมาอาจเพิ่มขึ้นอีกสองเท่าจากเดิม

ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตพลาสติกไปจนถึงการใช้งานและกำจัด ล้วนส่งผลต่อการดำรงชีวิตของคนและสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ รวมถึงส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย พลาสติกยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์อย่างชัดเจน เพราะกระบวนการผลิตพลาสติกปล่อยสารเคมีอันตรายระหว่างการสกัดและถูกผลิตออกมาเป็นเม็ดพลาสติก การสัมผัสกับสารเคมีระหว่างใช้งาน และหลังการใช้งาน พลาสติกยังกลายเป็นขยะซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่รวมถึงแบรนด์สินค้าใหญ่ ๆ อย่าง Unilever, Nestlé และ Coca-Cola, ยังคงแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและยังใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งในสายการผลิตอยู่เพื่อ “ความสะดวกสบาย”และเล็งเห็นผลกำไรของบริษัทมากกว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชน

Environmental activists display placards as they troop to Nestle’s Philippine headquarters in Makati City demanding accountability for its role in abetting the country’s plastic pollution crisis. Nestle was named one of the worst plastic polluters after cleanups and brand audits of plastic waste around the world in 2018.

Accompanied by four higantes  and a serpent-like plastic monster, the groups delivered a demand letter and “invoice from the Filipino people” outlining the costs of Nestlé’s single-use plastic packaging to human health impacts, environmental pollution, death of wildlife, damage to livelihoods and businesses, greenhouse gas emissions, and waste management challenges.
นักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมถือป้ายขณะกำลังเคลื่อนขบวนไปยังสำนักงานใหญ่ของบริษัทเนสท์เล่ในฟิลิปปินส์ที่เมืองมาคาติเพื่อเรียกร้องให้บริษัทรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ของตนเองที่เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนสท์เล่เป็นหนึ่งในบริษัทที่ก่อมลพิษพลาสติกมากที่สุดจากรายงานผลการตรวจสอบแบรนด์ทั่วโลกประจำปี 2561

สนธิสัญญาพลาสติกโลกคือโอกาสสำคัญที่เราจะมีส่วนช่วยยุติมลพิษพลาสติก

ตอนนี้เรามีโอกาสที่จะยุติวิกฤตมลพิษพลาสติกจากการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกที่เริ่มขึ้นในปี 2565 และเรามีเวลาถึงปี 2567 ที่จะผลักดันให้สนธิสัญญานี้สามารถเกิดขึ้นจริง ทำให้เป็นสัญญาที่มีความเข้มแข็ง มีเป้าหมายที่มุ่งมั่นชัดเจน เพื่อที่จะสามารถยุติมลพิษพลาสติกได้อย่างทันท่วงที

นี่คือเหตุผลที่เราต้องการสนธิสัญญาพลาสติกโลก เพื่อหยุดมลพิษพลาสติก และหยุดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

  • ยุติมลพิษพลาสติกตลอดวงจรการผลิต การใช้งาน และการกำจัด เพื่อปกป้องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของเรา
  • ลดการผลิตพลาสติก โดยรวมถึงการผลิตพลาสติกบริสุทธิ์
  • เปลี่ยนผ่านไปยังเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (low-carbon)  ขยะเป็นศูนย์ (zero-waste)และไร้สารพิษ (toxic-free) โดยมุ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจที่มีพื้นฐานเป็นการนำกลับมาใช้ซ้ำ
  • เน้นไปที่การยึดหลักการทางสิทธิมนุษยชน ที่ลดความเหลื่อมล้ำและให้ความสำคัญกับสุขภาพของมนุษย์ ปกป้องสิ่งแวดล้อม และเห็นประโยชน์ต่อส่วนร่วมเป็นหลัก

ในช่วง Black Friday ปริมาณบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพิ่มสูงขึ้นมาก รวมไปถึงพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งที่เกิดจากการใช้ในชีวิตประจำวันได้กระจายไปทั่วทุกมุมโลกอย่างรวดเร็ว ไวกว่าการผลิตในรอบ 100 ปี ก็ว่าได้

กรีนพีซและเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนอนาคตที่ปลอดพลาสติกนั้น เรียกร้องให้สนธิสัญญาพลาสติกโลกจะต้องมุ่งไปสู่การลด ละ เลิก การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและก๊าซเพื่อผลิตพลาสติก ซึ่งจะนำไปสู่การลดการผลิตพลาสติกของผู้ก่อมลพิษพลาสติกรายใหญ่  หากสนธิสัญญาพลาสติกโลกฉบับนี้ล้มเหลวลง ก็อาจทำให้เราไม่สามารถแก้ไขปัญหามลพิษพลาสติกที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อผู้คนและโลกใบนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


Graham Forbes นักรณรงค์โครงการยุติมลพิษพลาสติกระดับโลก กรีนพีซ สหรัฐอเมริกา นอกจากการต่อสู้เพื่อปกป้องชุมชนและมหาสมุทรแล้ว งานอดิเรกของเขาคือการเล่นเซิร์ฟในตอนกลางของอ่าวแคลิฟอเนียร์