ก่อนที่จะอ่านบทสัมภาษณ์นี้ เราอยากให้คุณลองถามตัวเองเล่นๆ ว่า สำหรับคุณ ‘สันติวิธี’ คืออะไร? ไม่ต้องบอกให้เรารู้หรอก แค่เก็บคำตอบที่คุณมีไว้ในใจก็พอ 

สันติวิธี โดยส่วนมากเรามักจะได้ยินการอธิบายคำๆ นี้ว่า คือการต่อสู้กับอำนาจโดยปราศจากความรุนแรง และแม้ว่าความหมายของคำๆ นี้จะดูชัดเจน แต่นั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นต่อข้อถกเถียงที่จะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยามของความรุนแรงคืออะไร ขอบข่ายของสันติวิธีอยู่ตรงไหน รวมไปถึงว่า ความหมายของสันติวิธีที่สังคมไทยเข้าใจ จริงๆ แล้วอาจผิดแผกแตกต่างไปจากความหมายในบริบทของสังคมอื่นๆ 

บทสัมภาษณ์ที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้ คือมุมมอง ทัศนคติ และประสบการณ์ของธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการกรีนพีซ ประเทศไทย และผู้คลุกคลีอยู่กับการทำงานรณรงค์และประยุกต์ใช้ปฏิบัติการตรง(direct action)เป็นแนวทางการต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมในสังคมไทยมากว่ายี่สิบปี ว่าด้วยสันติวิธีในความหมายที่เขารับรู้ และเข้าใจ

สอดคล้องไปกับประเด็นนี้ คือเรื่องราวการต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมของกรีนพีซ ประเทศไทย ที่ปะทะอยู่กับอำนาจรัฐ และขับเคี่ยวอยู่ในปริมณฑลทางการเมืองอยู่เสมอ

สันติวิธีคืออะไร? นี่คือคำตอบของธารา 

Q : โดยพื้นฐานแล้วสันติวิธีคืออะไร 

A : สันติวิธี มาจากคำว่า ‘nonviolent’ โดยใช้เป็นคำกริยาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น nonviolent resistance, nonviolent movement, nonviolent revolution, nonviolent activism หรือที่กรีนพีซใช้คำว่า nonviolent direct action (ปฏิบัติการตรงโดยไร้ความรุนแรง) การที่ nonviolent แปลเป็นคำที่คุ้นหูเราว่า ‘สันติวิธี’ จึงมักถูกตีความในลักษณะของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่มีความขัดแย้ง ซึ่งผมคิดว่ามันไม่มีพลังเพียงพอในการอธิบายโลกปัจจุบันและอนาคตที่ซับซ้อนผันผวนไม่แน่นอน โลกซึ่งความรุนแรงแสดงออกผ่านกลไกอำนาจรัฐ(state violence) และความรุนแรงเชิงโครงสร้าง(Structural Violence)ที่มักไม่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมแต่ซ่อนเร้นในระบบคุณค่า เช่น การเหยียดผิว เหยียดเพศ เป็นต้น 

องค์ความรู้ที่เป็นระบบในเรื่องนี้ต้องยกให้ยีน ชาร์ป(Gene Sharp) นักวิชาการผู้ศึกษาและเผยแพร่แนวทางยุทธศาสตร์ต่อต้านเผด็จการแบบสันติวิธี และสร้างแรงบันดาลใจให้กับการเคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจด้วยการไม่ใช้ความรุนแรงหลายที่ในโลกช่วงหลายทศววรษที่ผ่านมา แกเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว(พ.ศ.2561) คนที่เขียนคำไว้อาลัยยกให้ยีน ชาร์ปเป็น “เจ้าพ่อแห่งการปฏิวัติโดยไร้ความรุนแรง(Godfather of nonviolent revolution)” มีหนังสือเล่มหนึ่งของแกที่ผมอ่านตั้งแต่สมัยทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยคือ “อำนาจและยุทธวิธีไร้ความรุนแรง” ที่ให้ความหมายและอธิบายถึงกระบวนการทำงานของ “ปฏิบัติการไร้ความรุนแรง” รวมถึงการเสริมอำนาจประชาชน เป็นหนังสือที่นักสันติวิธีต้องอ่าน ต้องเข้าใจเรื่องของอำนาจ ดังคำกล่าวที่ว่า ความจริง(Truth) จะไม่ต่อสู้ด้วยตัวของมันเองเพราะผู้มีอำนาจต้องการให้มิจฉาทิฐิเป็นใหญ่

สันติวิธียังเป็นหลักการสำคัญของขบวนการนิเวศวิทยาการเมืองทั่วโลกโดยหลอมรวมแนวคิดสันติภาพ-สันติวิธีเข้ากับสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตยระดับรากฐาน ความเป็นธรรมทางสังคม สตรีนิยมและนิเวศนิยมอีกด้วย

Q : ในแง่นี้ เทคนิค วิธีการและกลยุทธ์ต่างๆ ที่ nonviolent movement จะใช้ต่อสู้กับอำนาจมีอะไรบ้าง

A : วิธีการของปฏิบัติการไร้ความรุนแรงมีเยอะมากครับ ยีน ชาร์ปรวบรวมไว้ได้ 198 วิธี ตั้งแต่การยื่นจดหมาย การแถลงการณ์ล่ารายชื่อ การสื่อสารเพื่อขยายฐานผู้ฟังออกไป การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ละคร แฟลชม็อบ การเดินขบวน การชุมนุมในที่สาธารณะ การนัดหยุดเรียน การไม่จ่ายภาษี การบุกรุกยึดกุมพื้นที่โดยไม่ใช้ความรุนแรง ไปจนถึงอารยะขัดขืน(civil disobedience) ก็เป็นกลยุทธ์หนึ่งของในจักรวาลกว้างใหญ่ของ nonviolent movement

กลุ่มนักกิจกรรมยุคใหม่เองก็ได้มีการรวบรวมและอัพเดทกลยุทธ์ หลักการ ทฤษฎีและกรณีศึกษาว่าด้วย nonviolent activism เป็นคู่มือ(toolbox) เลยครับ อย่างเช่น #BeautifulTrouble 

หัวใจสำคัญของ nonviolent movement ทั่วโลกมีอยู่สองข้อคือ (1) การพูดความจริงไม่ว่าผู้มีอำนาจต้องการจะได้ยินหรือไม่ และ (2) ปฏิบัติการในสิ่งที่คุณเชื่อมั่น แม้ว่าจะต้องเสียสละ เช่น อิสรภาพของตัวเอง เป็นต้น และสร้างความปั่นป่วนในระบบซึ่งผู้มีอำนาจต้องการรักษาไว้ จะเห็นได้ว่า ผู้คนที่ลงมือปฏิบัติการแบบไร้ความรุนแรงจะได้รับการข่มขู่ คุกคาม ปองร้าย หรือถูกจับกุมและลงโทษทางกฏหมาย เพราะการพูดความจริงต่ออำนาจมันได้ท้าทายระบบที่ไม่เป็นธรรม

สิ่งที่ Greta Thunberg เริ่มต้นเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว สะท้อนถึงหัวใจสำคัญ 2 ประการนี้ จากการนั่งประท้วงคนเดียวหน้ารัฐสภาสวีเดน จนกระทั่งเบ่งบานและขยายตัวขึ้นเป็นการเคลื่อนไหวเรื่องความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ(climate justice)ของเยาวชนหลายล้านคนทั่วโลก การที่ Greta ออกมาพูดความจริง(ต่ออำนาจ) โดยที่ตัวเธอเองถูกเพิกเฉย สบประมาท ล้อเลียน ด่าทอและวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่ Greta ก็ไม่แคร์ ความมุ่งมั่นของเธอชัดเจนมาก เป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ และสร้างขบวนการเคลื่อนไหวขึ้นมาได้

Pictured - Greta Thunberg.
Climate demonstration outside the parliament in Stockholm is held two days before the COP in Katowice. Under the heading "Fridays for future”, the demonstration is inspired by 15 year old climate activist Greta Thunberg, from Sweden.
Similar demonstrations are being held at more than 80 cities in Sweden to make their voices heard and demand that politicians take action on the climate and phase out fossil fuels.

ในขณะเดียวกัน การที่ความจริงมีชัยชนะเหนืออำนาจนิยมในที่ใดที่หนึ่งบนโลก ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นชัยชนะในทุกๆ ที่ ในสหรัฐอเมริกา ในยุโรป เรายังเห็นประเด็นความไม่เท่าเทียมทางเพศ การเหยียดผิวยังคงอยู่และมากขึ้นด้วย พื้นที่ทางประชาธิปไตย(democratic space)ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกหดตัวลงจากระบอบอำนาจนิยม คือเราต้องไม่ทึกทักว่า หากมีคนมากมายเชื่อในทฤษฏีและยุทธวิธีไร้ความรุนแรงแล้วกำแพงจะทะลายออก ผมไม่เชื่อว่า nonviolent tactics จะต้องสมบูรณ์แบบและไร้ที่ติ หากเป็นกระบวนการเรียนรู้และความเข้าใจที่หยั่งลึกเพื่อนำมาประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมนั้นๆ หากเราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นและยั่งยืน

Q : เทียบกันแล้วระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ข้อถกเถียงเรื่องสันติวิธีในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม

A : สันติวิธีในประเทศไทยมีเป็นสำนักเลยนะ และต้องถามว่าเป็นสันติวิธีของกลุ่มไหนด้วย(หัวเราะ) กลุ่มหนึ่งบอกว่า สันติวิธีมีกฏเกณฑ์ กรอบกติกา เทคนิคและขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจน ในขณะที่อีกกลุ่มมองว่า สันติวิธีไม่ใช่แค่การนั่งอยู่เฉยๆ ร้องขออย่างเดียวแล้วจะบรรลุเป้าหมาย มันต้องเสียงตะโกนโหวกเหวก มีอารมณ์ขันหรืออาจจะเป็น meme เพื่อสื่อสารให้ทะลุทะลวง ยั่วเย้าและท้าทาย

สมัยคานธีที่ปลดแอกอินเดียจากจักรวรรดิอังกฤษ หรือ มาร์ติน ลูเธอร์คิงกับขบวนการสิทธิพลเมืองในสหรัฐอเมริกา หรือเพตรา เคลลี แกนนำสตรีคนสำคัญของพรรคกรีนเยอรมนี สันติวิธีมักจะขึ้นอยู่กับผู้นำที่มีบารมี(charismatic) แต่ในยุคถัดมาจนถึงปัจจุบัน สันติวิธี/ยุทธวิธีไร้ความรุนแรงอาจจะมีลักษณะกระจายศูนย์ หลากหลายและไม่ขึ้นต่อกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากบทบาทของโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีดิจิตอล

ครั้งที่กรีนพีซทำงานร่วมกับชุมชนที่ประจวบคีรีขันธ์ที่บ่อนอก ทับสะแก และบ้านกรูดซึ่งจะเป็นพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในยุทธศาสตร์การต่อสู้ชุมชนใช้สโลแกนว่า “มึงสร้างกูเผา-If you build, we burn” เรามองว่าสโลแกนนี้แรงดีมาก ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าพวกเขาจะสู้ไม่ถอย แต่เพื่อนในกรีนพีซที่อื่นตั้งคำถามว่านี่มันผิดหลักการ nonviolent direct action หรือไม่ เราต้องอธิบายว่า นี่คือการดื้อแพ่งและสถาปนาอำนาจของชุมชนต่อนโยบายรัฐที่ไร้ความชอบธรรม ชุมชนรู้ว่าการแข็งขืนอย่างถึงที่สุดของตนต้องเผชิญการโต้กลับอย่างรุนแรงจากกลไกอำนาจรัฐและทุน

นอกจาก meme ที่ร้อนแรงนี้ การเคลื่อนไหวยุติถ่านหินสกปรกที่ประจวบคีรีขันธ์ได้ประยุกต์ยุทธวิธีและวิธีการ nonviolent resistance จำนวนมากอย่างลุ่มลึกและสอดคล้องกับตน ไม่ว่าจะเป็น การซื้อหุ้นบริษัทและเข้าประชุมผู้ถือหุ้น การยึดกุมพื้นที่ตั้งโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน การปิดทางหลวงสายใต้เพื่อเจรจากดดัน การโยนซากวาฬที่เสียชีวิตเข้าไปในงานเลี้ยงโต๊ะจีนที่ผู้ผลักดันโครงการจัดขึ้น การติดตั้งป้ายนับถอยหลังไปสู่วันที่รัฐบาลจะอนุมัติโครงการพร้อมๆ กับการบริจาคเลือดของคนในชุมชนในกรณีที่รัฐใช้ความรุนแรงจัดการปัญหา เป็นต้น ท้ายที่สุดจนถึงปัจจุบัน ไม่มีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้น แต่เราต้องสูญเสียผู้นำชุมชนคือเจริญ วัดอักษร ขณะที่ผู้นำสตรี พี่จินตนา แก้วขาวต้องรับโทษจำคุกจากปฏิบัติการโยนซากวาฬ

ผมคิดว่า เราจำเป็นต้องเรียนรู้การต่อสู้ของชุมชนท้องถิ่นให้มากกว่าที่เป็นอยู่ หัวใจของยุทธวิธีไร้ความรุนแรงและจุดพลิกผันของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่นั่น

Q : แล้วกรีนพีซประเทศไทยล่ะ ที่ผ่านมามีปฏิบัติการ nonviolent อย่างไรบ้าง

A : ก่อนจุดกำเนิดของกรีนพีซ มีการเคลื่อนไหวทางสังคมอยู่ก่อนแล้วทั้งเรื่องสันติภาพ สิทธิพลเมือง นิเวศนิยม สตรีนิยม เป็นต้น ปฏิบัติการตรงโดยไร้ความรุนแรง(nonviolent direct action) เป็นหนึ่งในคุณค่าหลักของกรีนพีซ มีคำว่า “direct” คือการเป็นประจักษ์ในที่เกิดเหตุ ในหลายๆ สถานการณ์ กรีนพีซเข้าขัดขวางการทำลายสิ่งแวดล้อม ประเด็นที่มีคนรู้จักกันมากจะเป็นปฏิบัติการในทะเล เช่น ปฏิบัติการขัดขวางการล่าวาฬ กรีนพีซใช้เรือยางขวางเครื่องยิงฉมวกบนเรือประมงกับตัววาฬ หรือปฏิบัติการโดยใช้เรือยางขัดขวางการทิ้งกากของเสียลงทะเล

Greenpeace action against Japanese whaling. Southern Ocean

สิบกว่าปีที่แล้ว นักกิจกรรมของกรีนพีซปฏิบัติการถอนต้นมะละกอจีเอ็มโอ(GMOs) ที่สถานีวิจัยพืช ขอนแก่น มีข้อถกเถียงในสังคมว่า วิธีการเช่นนี้เป็นสันติวิธีตรงไหน แต่กรีนพีซเชื่อมั่นว่านี่คือการปกป้องระบบอาหารจากการปนเปื้อนมลพิษทางพันธุกรรม และประเทศไทยห้ามปลูกทดลองพืชจีเอ็มโอในระดับไร่นา ขณะที่มีการจำหน่ายจ่ายแจกเมล็ดพันธุ์และต้นกล้ามะละกอที่ปนเปื้อนจีเอ็มโอให้กับประชาชนทั่วไปกว่า 2,000 รายใน 37 จังหวัดทั่วประเทศ กรมวิชาการเกษตรฟ้องกรีนพีซในคดีอาญาฐานบุกรุกและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน เราต่อสู้กันในชั้นศาล ท้ายที่สุดศาลอุทธรณ์ที่ขอนแก่นพิพากษาให้ยกฟ้องโดยระบุว่าเป็นสิทธิของประชาชนในการแสดงออกเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

Activists use a truck to dump papayas outside the main gate of the Ministry of Agriculture and Cooperatives (MoAC) to remind the government of the legacy of genetic contamination. A banner reads in English and Thai 'No to GMOs field trials'.

ผมแนะนำให้ดูสารคดี “How To Change the World: The Revolution Will Not Be Organized” และเรื่องราวของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เล่าเรื่องของกรีนพีซและปฏิบัติการตรงโดยไร้ความรุนแรง(nonviolent direct action) ผ่านกาลเวลามาจนถึงปัจจุบันด้วยครับ

Q : การถกเถียงเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะบางคนอาจมองไม่เห็นความรุนแรงเชิงโครงสร้างด้วยหรือเปล่า

A : ครับ เพราะว่าความรุนแรงเชิงโครงสร้าง(Structural Violence) มันซ่อนเร้นในระบบคุณค่าและสถาบันทางสังคมที่อยุติธรรมนานาชนิด ความรุนแรงยังมีที่มาจากการปราศจากประชาธิปไตยที่แท้จริงหรือรวมศูนย์อำนาจผูกขาดไว้ที่บุคคลหรือสถาบันใดๆ หรืออีกนัยหนึ่ง เราไม่สามารถแก้ปัญหาความรุนแรงโดยแยกจากวิกฤตทางนิเวศวิทยา ความเป็นธรรมทางสังคมและประชาธิปไตยขั้นรากฐาน 

Q : พูดได้ไหมว่า โจทย์หนึ่งของ nonviolent movement คือการสื่อสารให้เห็นระดับของความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ในสังคม 

A : จริงๆ แล้วยุทธวิธีไร้ความรุนแรงถ้าออกแบบสร้างสรรค์ให้ดีก็คือการสื่อสารสาธารณะที่ทรงพลังโดยตัวของมันเอง นำไปสู่การแพร่กระจายทางความคิด(mind bomb) การประท้วงของนักศึกษา เยาวชนและนักเรียนเมื่อเร็วๆ นี้ สะท้อนหัวใจหลัก 2 ประการของปฏิบัติการไร้ความรุนแรง พวกเขากล้าหาญพูดความจริงไม่ว่าผู้มีอำนาจต้องการจะได้ยินหรือไม่ และท้าทายกับระบบที่ไม่เป็นธรรมรวมถึงความรุนแรงเชิงโครงสร้าง

Q : โดยส่วนตัวคุณเอง คุณเชื่อใน nonviolent movement ไหม

A : ผมเห็นว่าสังคมไทยก็ไม่ได้แตกต่างไปจากหลายสังคมในโลกในแง่ที่ว่า ข้อขัดแย้งบางอย่างไม่อาจประนีประนอมได้ ต้องอาศัยการต่อสู้ เพราะกลไกทางสังคมหรือสถาบันที่เรามีอยู่ไม่เอื้ออำนวยและวิธีการก็ไม่เพียงพอ เมื่อเราเผชิญกับความขัดแย้งประเภทนี้ ทางเลือกก็คือยอมแพ้ หรือไม่ก็จบด้วยความรุนแรง ซึ่งมันไม่ควรเป็นเช่นนั้น 

การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมทางสังคมและการปกป้องสิ่งแวดล้อมเป็นสถานการณ์ที่ขัดแย้งแหลมคม ในฐานะประชาชน ผมเชื่อว่า “ปฏิบัติการไร้ความรุนแรง” เป็นทางเลือกแทน “ความรุนแรง” ในสังคมโดยที่ยังรักษาอิสรภาพ ความเป็นธรรมและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ไว้ได้

ในฐานะนักกิจกรรมของกรีนพีซ ปฏิบัติการตรงโดยไร้ความรุนแรง(nonviolent direct action) ทำให้ผมมองโลกในแง่ดี มีความหวังสำหรับปัจจุบันและอนาคตครับ


ปีนี้เป็นปีที่ 20 ของกรีนพีซ เรากำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซยังคงเน้นย้ำงานรณรงค์เพื่อการฟื้นฟูที่เป็นมิตรและเป็นธรรมกับผู้คนและสิ่งแวดล้อมอย่างแข็งขัน เราเรียกร้องให้รัฐบาลและธุรกิจต่างๆ แสดงความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมต่อทุกๆกิจกรรมที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กรีนพีซมุ่งเน้นแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งในเชิงนโยบาย และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนเพื่อระบบนิเวศที่ปลอดภัยและน่าอยู่ เพื่อป้องกันหายนะทางนิเวศวิทยาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

Fundraising Team in Manila. © Geric Cruz / Greenpeace
ร่วมบริจาค

ด้วยความช่วยเหลือจากคุณ ทำให้เราสามารถใช้วิธีการที่สร้างสรรค์อย่างสันติ เปิดโปงการทำลายสิ่งแวดล้อม ช่วยให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องมหาสมุทร ป่าไม้ แหล่งน้ำ อาหาร และสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนเป็นระบบพื้นฐานสำหรับทุกชีวิตบนโลกใบนี้

มีส่วนร่วม