ชีวิตของเราเต็มไปด้วยพลาสติก! รายงานฉบับล่าสุดแสดงให้เห็นว่าผักผลไม้ที่เราบริโภคในทุกวันนั้นปนเปื้อนไปด้วยไมโครพลาสติก ถึงเวลาแล้วที่เราเลิกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกและสนับสนุนการวิจัยที่ว่ามลพิษพลาสติกส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ ยิ่งเราปล่อยเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เราก็ยิ่งได้รับพลาสติกเข้าสู่ร่างกายมากเท่านั้น

1. ผักและผลไม้

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยคาทาเนียร์ ประเทศอิตาลี พบอนุภาคพลาสติกเล็ก ๆ ในผักและผลไม้เช่นแครอท ผักกาดหอม แอปเปิล และลูกแพร์

โดยพบอนุภาคพลาสติกสูงสุดในแอปเปิลเฉลี่ย 195,500 อนุภาคต่อกรัม ในขณะที่ลูกแพร์มีอนุภาคพลาสติกเฉลี่ยประมาณ 189,500 อนุภาคต่อกรัม บรอกโคลีและแครอทเป็นผักที่มีการปนเปื้อนมากที่สุดโดยเฉลี่ยมากกว่า 100,000 อนุภาคพลาสติกต่อกรัม

งานวิจัยสองชิ้นที่ตีพิมพ์ก่อนหน้านี้พบว่า ไมโครพลาสติกสามารถแทรกซึมเข้าไปในรากของผักกาดหอมและต้นข้าวสาลี ในขณะที่พลาสติกนาโนถูกดูดซับโดยรากพืช ผักและผลไม้สามารถสะสมไมโครพลาสติกได้ผ่านการดูดซึมจากน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนไมโครพลาสติก

ซีออน ชาน ผู้ประสานงานรณรงค์ จากกรีนพีซ เอเชียตะวันออกกล่าวว่า “ทันทีที่เรากัดแอปเปิล ร่างกายจะรับไมโครพลาสติกไปพร้อมกัน เพื่อลดมลพิษพลาสติก บริษัทต่าง ๆ ควรลดการใช้พลาสติกและลดสร้างขยะในห่วงโซ่การผลิตของตน ซูเปอร์มาร์เก็ตก็เช่นเดียวกัน ยิ่งเราลดการใช้พลาสติกได้เร็วเท่าไหร่ พวกเราก็ยิ่งบริโภคไมโครพลาสติกน้อยลงเท่านั้น” 

Red apples with no plastic packaging. 

Product shots of plastic products versus products made out of alternative material.

2. เกลือ

สภาผู้บริโภคของฮ่องกงพบไมโครพลาสติกถึง 20% ของตัวอย่างผลิตภัณฑ์เกลือที่ทดสอบในเดือนเมษายนปี 2563 พบไมโครพลาสติกตั้งแต่ 114-17,200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมเกลือที่ทดสอบ ตัวอย่างที่ผ่านการทดสอบบางตัวอย่างยังแสดงให้เห็นว่าไมโครพลาสติกมาจากบรรจุภัณฑ์โพลีโพรพีลีน (PP) แบบใช้แล้วทิ้ง

การศึกษาในปี 2561 โดยมหาวิทยาลัยแห่งชาติอินชอนเกาหลีใต้และกรีนพีซ เอเชียตะวันออก พบว่า กว่าร้อยละ 90 ของตัวอย่างเกลือ 39 แบรนด์ที่มาจาก 21 ประเทศมีไมโครพลาสติก เกลือที่มีไมโครพลาสติกยังคงมีจำหน่ายอยู่ตามซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายของชำ หรือร้านค้าออนไลน์ จากการวิจัยระหว่างประเทศพบว่ามีความเป็นไปได้ว่ามนุษย์อาจบริโภคอนุภาคไมโครพลาสติกประมาณ 20,000 อนุภาคต่อปีโดยมีการบริโภคเกลือเฉลี่ย 10 กรัมต่อวัน

3. ปลากระบอกสีเทา

จากการตรวจสอบโดยมหาวิทยาลัยการศึกษาแห่งฮ่องกงในปี 2561 พบชิ้นส่วนไมโครพลาสติกกว่า 60% จากจำนวนปลากระบอกสีเทาที่นำมาตรวจสอบทั้งหมดปลาแต่ละตัวมีเศษพลาสติกเฉลี่ย 4.3 ชิ้นบางตัวพบเศษพลาสติกถึง 80 ชิ้น นอกจากนี้ยังพบเศษพลาสติกในปลาน้ำเค็มและปลากระบอกสีเทาที่ซื้อจากตลาดปลาหลากหลายแห่ง

พลาสติกเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารได้อย่างไร

ไมโครพลาสติกเป็นชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กที่มีความยาวน้อยกว่า 5 มิลลิเมตรซึ่งส่วนใหญ่มาจากพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง เช่น บรรจุภัณฑ์ในซูเปอร์มาร์เก็ต ถุงใส่ผลไม้หรือขนมปัง ฯลฯ ในแต่ละปี ขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกมากกว่า 112 ตันหลุดรอดออกสู่ทะเลฮ่องกง บรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งได้กลายเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหามลพิษจากพลาสติก

มีไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่เต็มมหาสมุทรเนื่องจากมีขนาดเล็กเกินไปจนหลุดรอดจากการกรองระหว่างการบำบัดน้ำเสีย ขยะพลาสติกไม่สามารถละลายในน้ำได้ แต่แตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็ก จนถึงเล็กมาก ๆ ส่วนมากจะเป็นอาหารของแพลงก์ตอนและหอย และนี่คือสาเหตุว่าทำไมไมโครพลาสติกถึงเข้าไปในอาหารและร่างกายของมนุษย์ได้

The results of a research carried out in Hong Kong show the presence of microplastic in 60% of wild Flathead Grey Mullet, a species commonly served in Chinese meals. The test indicates the chance of adding toxins on the eating tables and along the food chain and shows that plastic pollution is part of our daily life.
Greenpeace urges the Hong Kong government to quicken up the process of legislation to restrict the use of single-use plastics.

ผลกระทบที่เป็นอันตรายของมลพิษไมโครพลาสติกต่อสุขภาพของมนุษย์

ไมโครพลาสติกทำลายสุขภาพของสิ่งมีชีวิตในน้ำเช่น ความผิดปกติของลำไส้ในปลา ไมโครพลาสติกอาจมีสารเติมแต่งที่เป็นพิษและเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สามารถยึดติดกับสารมลพิษอินทรีย์ (POPs) ที่คงอยู่เช่น สารกำจัดศัตรูพืช พลาสติไซเซอร์ (หรือ สารเติมแต่งที่ใส่ลงในกระบวนการผลิตพลาสติกเพื่อทำให้มีคุณสมบัติเปลี่ยนไป) หรือ PEและ PP หากเรากินอาหารที่ปนเปื้อนพลาสติกหรือไมโครพลาสติกเข้าไป สุขภาพของเราก็จะได้รับความเสี่ยงตามไปด้วย

ทางออกของวิกฤติมลพิษพลาสติก

ทางออกคือ เราจะต้องลดใช้พลาสติก ปฏิเสธบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เกินความจำเป็น และปฏิเสธพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งในชีวิตประจำวันของเรา ร้านค้าต่าง ๆ สามารถนำรูปแบบการยืม-คืนขวดพลาสติกมาใช้ หรือใช้ระบบรีฟิล ซึ่งก็คือ ผู้บริโภคสามารถนำขวดหรือบรรจุภัณฑ์มาเติมผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ได้เอง โดยการเพิ่มจุดการเติม (Refill Station) ตามบริเวณของศูนย์การค้า หรือในร้าน

เราต้องการการมีส่วนร่วมของคุณในการลดหรือเลิกใช้พลาสติกในขณะที่ซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของเราเอง และร่วมกันผลักดันให้ผู้ผลิตมีความรับผิดชอบกับบรรจุภัณฑ์ของตนเองด้วยเช่นกัน

More than 20 kids joined our plastic-free reunion lunch in Hong Kong. They brought their own bowls and containers to buy food and drinks from restaurants who provide plastic-free choices. This campaign aims to build up a plastic-free community and cut out the plastic waste in our society.