เรียกได้ว่าเป็นซีรีย์ที่สร้างความประทับใจให้กับทั้งคอเกมส์และคอซีรีย์ต่างประเทศ กับ The Last of US จากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง HBO ที่ผู้สร้างทำออกมาได้เคารพต้นฉบับเกมส์แบบสุด ๆ ทั้งยังเสริมเรื่องราวแบบ Side Story เข้าไปในซีรีย์ได้อย่างที่ควรจะเป็น หลังจากที่เราเริ่มดูซีรีย์ตอนแรก ก็พบสิ่งที่น่าสนใจในซีรีย์คือการขยายเหตุผลความเป็นไปได้ในการแพร่ระบาดของเชื้อรากลุ่ม ‘คอร์ดีเซปส์’ (Cordyceps) โดยเฉพาะเชื้อราที่แพร่ระบาดในหมู่แมลงอย่างเช่น มด ซึ่งในสามนาทีของซีรีย์อธิบายว่าเชื้ออาจจะแพร่เข้ามาสู่มนุษย์ด้วยปัจจัยเรื่อง ‘ภาวะโลกร้อน’ ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้นจริงก็คงเป็นสิ่งที่น่ากลัวพอ ๆ กับทั้งในเกมส์และซีรีย์เลยทีเดียว

the last of us series in HBO
ภาพประกอบซีรีย์ The Last of US จาก HBO / ภาพจากเว็บไซต์ HBO

แต่ช้าก่อน เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้จริง ๆ หรือ? แนวคิดที่ว่าเมื่อโลกของเราร้อนขึ้นแล้วเราจะต้องพบเจอกับเชื้อโรคอุบัติใหม่มากขึ้น เป็นไปได้จริงหรือ? คำตอบก็คือแม้ว่าจะไม่ได้เกิดกับเชื้อราเหมือนในซีรีย์ แต่มีความเป็นไปได้จริงที่จะเกิดกับเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งปัจจุบัน อุณหภูมิในภูมิภาคอาร์กติกกำลังสูงขึ้น กลุ่มนักวิทยาศาสตร์กำลังค้นหาความเสี่ยงของการเกิดการระบาดของเชื้อโรคร้ายแรงในภูมิภาคนั้น

ธารน้ำแข็งลด เชื้อโรคผุด

ทวีปอาร์กติกเกี่ยวข้องกับประเด็นวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เพราะอาร์กติกอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างน้อย 2 เท่าเมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดของโลก ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีทั้งธารน้ำแข็งละลายส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ก๊าซมีเทนและคาร์บอนที่สะสมในชั้นดินเยือกแข็งถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และอีกผลกระทบนั่นคืออาร์กติกอาจเป็นพื้นที่ที่ปล่อยเชื้อโรคที่ถูกแช่แข็ง

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกรวมตัวที่เมืองฮันโนเฟอร์ เยอรมนี เพื่อร่วมลงพื้นที่วิจัย มีทั้งผู้เชี่ยวชาญจากสาขาภูมิอากาศวิทยา ธรณีวิทยา และไวรัสวิทยา โดยร่วมกันแชร์ประสบการณ์ด้านวิชาชีพเป็นครั้งแรก และยังพูดถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นหากจุลินทรีย์ถูกปลดปล่อยออกมาจากชั้นดินเยือกแข็งอีกด้วย

ดร.วลาดิเมียร์ โรมานอฟสกี้ ศาสตราจารย์สาขาธรณีฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยอลาสก้า แฟย์แบงค์ส และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชั้นเยือกแข็ง พูดถึงประเด็นนี้เป็นคนแรกว่า “ชั้นดินเยือกแข็งในหลายพื้นที่กำลังลดลงจากชั้นบนสู่ชั้นล่าง” แม้ว่าชั้นดินเยือกแข็งจะยังคงตัวได้ตลอดปี แต่ว่าชั้นบนของดินเยือกแข็งกำลังหดตัวเป็นบริเวณกว้าง 

Schlatenkees (innergschlöss)
Lost 67 meters of depth.
The Glacier has a lot of narrowing, and therefore the ice supply is cut and affected more than others by withdrawal.
89 from 93 glaciers in Austria are retreating. 
The alpine glaciers have lost 50% of their ice in the last 100 years due to rising temperatures and different patterns in rain and snowfall. 
It does not matter so much how much snow falls each winter, but when. And recently, snow comes much later in the year and therefore it has no time to settle in the ice, instead it melts, which causes a chain-reaction as the melting of new snow carves the way through the glacier and speeds up the melting of the glacier itself.
This is affecting the water deposit in the Alps as well as the tourism sector.

“เราสำรวจพื้นที่ทางตอนเหนือของอาร์กติกในแคนาดา ที่นั่นเป็นที่ที่อุณหภูมิของชั้นดินเยือกแข็งอยู่ที่ราวๆ -14 องศาเซลเซียส แต่ก็เริ่มระเหยจากชั้นบนแล้ว นั่นหมายความว่าจะมีส่วนที่เคยถูกน้ำแข็งแช่เอาไว้มาหลายพันปีจะไม่ถูกแช่ในน้ำแข็งอีกต่อไป”

ชั้นดินเยือกแข็งเหล่านี้ไม่ควรจะละลายออกไปทั้งหมดหรือละลายตลอดทั้งปี เพราะไม่อย่างนั้นจุลินทรีย์ที่ยังคงถูกแช่ไว้ตรงพื้นดินของโลก จะกลับมามีชีวิตหรือออกมาสู่ชั้นของพื้นดินที่ไม่ได้ถูกแช่แข็ง 

จีน มิเชล แคลเวอรี นักไวรัสวิทยาจาก มหาวิทยาลัย Aix-Marseille ได้นำเสนอข้อมูลต่อจาก ดร.โรมานอฟกี้ เขากล่าวโดยสรุปว่า มีรายงานที่วิจัยออกมาแล้วว่าแบคทีเรียที่อยู่ลึกลงไปในชั้นดินเยือกแข็งสามารถฟื้นคืนชีพได้

การวิจัยชิ้นหนึ่งของนาซ่าเมื่อปี 2548 เผยว่าได้ทดลองนำน้ำจากทะเลสาบของอลาสก้าที่ถูกแช่แข็งมากว่า 32,000 ปี หรือตั้งแต่ยุคที่โลกยังมีแมมมอธ มาละลายน้ำแข็ง ก็พบว่าแบคทีเรียที่อยู่ในนั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง สองปีถัดมา นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ลองละลายน้ำแข็งอายุ 8 ล้านปีอีกครั้งจากแอนตาร์กติกา แบคทีเรียก็กลับมามีชีวิตได้อีกเช่นกัน 

แต่แบคทีเรียไม่ใช่ผู้ร้ายทุกชนิดเสมอไป ตามปกติแล้วมีอยู่ทั่วไปในสิ่งแวดล้อมและร่างกายเรา เพียงแค่ยีนดื้อยาสามารถส่งต่อถึงกันได้ ไวรัสเองก็สามารถอยู่รอดภายใต้น้ำแข็งได้เช่นกัน จากที่นักวิทยาศาสตร์เคยทดลองละลายน้ำแข็งอายุ 30,000 ปี และพบว่าไวรัสฟื้นกลับมาใหม่ได้ (แต่ไวรัสชนิดนั้นเป็นอันตรายต่ออมีบาเพียงเท่านั้น)

Sulzenausee / Sulzenau lake is a newly formed glacial lake, which is becoming a trend due to glacial melting elsewhere also. The Sulzenausee was a result of the heavy ice loss, it appeared in 2003 as the glacier river changed its course completely overnight. 
Its water sparkles bittersweet as it is actually a sign that the glacier will be soon gone due to climate change.

เชื้อโรคแพร่ระบาดได้เร็วกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าการคืนชีพกลับมาของเชื้อโรคต่าง ๆ คือ การอุบัติใหม่ และการย้ายถิ่นฐานของเชื้อโรค ที่เอื้อจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น และความทันสมัยของโลกที่ทำให้การเดินทางเป็นไปได้ง่าย

ในอดีต โรคระบาดจะจำกัดอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งที่เกิดขึ้นกับผู้เจ็บป่วยหรือเสียชีวิตเท่านั้น แต่เราก็ได้เห็นตัวอย่างจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 แล้ว ว่าโรคระบาดซึ่งเกิดขึ้นในยุคที่การเดินทางสะดวกสบายรวดเร็วอย่างรถไฟและเครื่องบินที่เชื่อมต่อข้ามพรมแดนได้ง่ายนั้นเป็นอย่างไร

ทั้งหมดที่เราสรุปมานี้ทำให้เราเห็นว่า โลกของไวรัสและแบคทีเรียเป็นเมือนอีกจักรวาลหนึ่งที่มนุษย์ยังไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด (ยังไม่นับรวมโลกของเชื้อราที่ซีรีย์ยกมาเป็นตัวเล่าเรื่อง) แม้แต่ในร่างกายของเราเองก็เป็นแหล่งที่อยู่ของแบคทีเรีย และเรารู้จักพวกมันแค่ 1% เท่านั้น อาจกล่าวได้ว่า ท่ามกลางความผันผวนของวิกฤตโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น มนุษย์ยังคงคาดเดาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนได้เพียงน้อยนิด และเราไม่มีทางรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราในอนาคต หากโลกไม่สามารถยับยั้งการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาลเช่นนี้ได้

Climate Action at Eni Headquarter in Rome. © Greenpeace / Francesco Alesi
ปกป้องสภาพภูมิอากาศ

เรามีโอกาสทำให้ระบบสภาพภูมิอากาศอันละเอียดอ่อนคืนสู่สมดุลโดยการเลือกพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ปกป้องระบบนิเวศป่าไม้และมหาสมุทร มุ่งหน้าสู่ระบบเกษตรกรรมเชิงนิเวศ ร่วมมือกันกอบกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ เยียวยาโลกให้เป็นที่ที่ปลอดภัย น่าอยู่และเป็นธรรมมากขึ้น

อ่านต่อ

เรียบเรียงข้อมูลจาก