เราสามารถหยุดการแสวงหาผลกำไรจากสิ่งแวดล้อมและการละเมิดสิทธิมนุษยชน

On the occasion of this year's Earth overshoot day on 28.07.  Greenpeace voluntary group is doing a clothes swapping party at the Millerntor Stadium.
Every visitor can bring their old and unwanted clothes and swap them with other people. They also offer screenprinting with Greenpeace symbols. This is part of the Fast Fashion project and shows possibilities of reuse and consumption alternatives to buying new.

อุตสาหกรรมส่วนใหญ่มักเลือก การฟอกเขียว เป็นทางออก

บริษัทฟาสต์แฟชั่นกำลังกลายเป็นกลุ่มที่เชี่ยวชาญในการเสนอทางออกในการแก้ปัญหาที่ล้มเหลว ซึ่งในทางกลับกัน ทางออกเหล่านี้เป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทและเป็นความพยายามให้เข้ากับกระแสสังคมตอนนี้

แน่นอนว่าการแก้ปัญหาเกือบทั้งหมดของบริษัทเป็นการฟอกเขียว

ยกตัวอย่างกรณีที่แบรนด์ H&M ประกาศว่าสามารถรีไซเคิลเสื้อผ้าผ่านเครื่อง “Green Machine” ซึ่งต่อมาไม่สามารถทำได้จริง แบรนด์ยังคงพยายามสื่อสารเรื่องนี้ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าไม่สามารถรีไซเคิลเสื้อผ้าในปริมาณมหาศาล และเลือกที่จะส่งเสื้อผ้าไปเผาทิ้งที่บ่อขยะเพราะมีต้นทุนที่ถูกกว่า หรือในอีกกรณีคือ แบรนด์ Shein, Zara และ Pretty Little Thing ที่พยายามทำแพลตฟอร์มสำหรับการรีเซลล์เสื้อผ้า

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางทางออกที่สรรหามาด้วยนวัตกรรมต่าง ๆ แต่บริษัทเหล่านี้ไม่เคยกล่าวถึงทางออกที่ง่ายที่สุดเลยนั่นก็คือการหยุดผลิตเสื้อผ้าในปริมาณที่ล้นเกิน

ทางออกนี้เป็นทางออกที่แม้กระทั่งแบรนด์ H&M ก็ยังยอมรับว่าเป็นกุญแจสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่น แต่แบรนด์กลับยืนยันที่จะปฏิเสธทางเลือกนี้

“ท้ายที่สุดแล้ว ผู้บริโภคไม่ได้เป็นผู้ที่ต้องรับผิดต่อปัญหามากมายที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก แต่เราต่างมีพลังในฐานะลูกค้าที่จะทบทวนเรื่องราวเหล่านี้ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า”

นอกจากบริษัท Fast Fashion แล้ว ภาครัฐเองก็ไม่เข้ามาควบคุมอุตสาหกรรมดังกล่าวที่ยังคงแสวงหาผลกำไรอย่างไม่จำกัด

ข้อมูลจากการสำรวจด้วยการตอบแบบสอบถาม และรายงานจากคณะกรรมการการตรวจสอบรัฐสภาสหราชอาณาจักรด้านสิ่งแวดล้อมในปี 2019 (EAC) นำไปสู่คำแนะนำที่น่าสนใจจำนวนมาก แต่ทั้งหมดนั้นถูกรัฐบาลอังกฤษปฏิเสธ

รัฐบาลให้คำมั่นสัญญาที่จะเผยแพร่มติการประชุมในการติดตามที่มาที่ไปของขยะสิ่งทอภายในปี 2022

ซึ่งจะทำให้หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility (EPR)) ที่จะสร้างข้อกำหนดในการออกแบบผลิตภัณฑ์ การติดฉลาก และหลักการใช้วัสดุจากการรีไซเคิล แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

Greenpeace visits places of textile production, distribution, markets and waste disposals. Used and new clothes are sent to Kenya from Europe and China to be sold as so called "Mitumba" but often they end up as landfill and waste disposal due to the huge amount.
Here: Textile and plastic waste at Dandora dump site in Nairobi

แล้วเราที่เป็นผู้บริโภคสามารถช่วยอะไรได้บ้าง?

ท้ายที่สุดแล้ว ผู้บริโภคไม่ได้เป็นผู้ที่ต้องรับผิดต่อปัญหามากมายที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก แต่เราต่างมีพลังในฐานะลูกค้าที่จะทบทวนเรื่องราวเหล่านี้ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า

เราทุกคนต่างต้องสวมใส่เสื้อผ้าและเสื้อผ้าก็ต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ แต่เราต้องมีหนทางที่ดีกว่านี้

1.เราสามารถทวงถามถึงคำมั่นสัญญาที่บริษัทหรือภาครัฐเคยให้ไว้ เช่น การใช้มาตรการ Green Claims Code ที่ออกโดยสหราชอาณาจักร มาเรียกร้องความรับผิดชอบของบริษัทเกี่ยวกับแคมเปญรักสิ่งแวดล้อมของบริษัทหรือ การรีไซเคิลขยะสิ่งทอ เป็นต้น

2.เราเข้าร่วมแคมเปญกับเครือข่ายที่รณรงค์เรื่องความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท Fast Fashion และสิทธิแรงงาน เช่น Fashion Revolution หรือ Labour Behind the Label

3.เราสามารถศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างเรากับที่มาที่ไปของเสื้อผ้าที่เราซื้อให้ลึกซึ้งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแบบปัจเจกหรือการร่วมกันสร้างเครือข่ายเพื่อศึกษาร่วมกันก็ตาม เพราะแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาแต่เราเชื่อว่าสิ่งนี้จะเปลี่ยนแปลงโครงการของวงการแฟชั่นในระยะยาว

Greenpeace holds a MAKE SMTHNG Week event at the Millerntor Football Stadium showing there's an alternative to endless consumerism of cheap electronics and fast fashion that truly harms our environment.

The MAKE SMTHNG Week helps you to give beloved things a second life. No matter if you wish to repair them, to make them even more beautiful, or even if you create something new from it: in 40 countries worldwide Greenpeace's MAKE SMTHNG week brings together the Maker Movement. Instead of buying new things such as cheap electronics and fast fashion it's all about making something, sharing knowledge and learning new things. Free workshops will teach how to upcycle, repair, DIY, zero waste (cooking) and much more. 
MAKE SMTHNG is a true alternative to bargain hunting that doesn't give us any satisfaction and has an heavy impact on our environment.
www.makesmthng.org

นอกจากนี้ การซื้อเสื้อผ้ามือสองหรือเลือกเสื้อผ้าจากแบรนด์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริง ๆ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ยังมีทางเลือกอื่น ๆ เช่น การเข้าร่วมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ที่ขายเสื้อผ้าต่อ หรือแลกเสื้อผ้า การเช่า และการนำเสื้อผ้าไปทำประโยชน์ในรูปแบบอื่น ๆ ได้ด้วย อย่างเช่นกลุ่มที่จัดกิจกรรม Sustainable Fashion Week หรือแม้กระทั่งการเรียนรู้ที่จะซ่อมแซมเสื้อผ้าก็เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ให้เสื้อผ้าที่ยังใช้การได้ต้องเดินทางไปยังบ่อขยะได้

ยิ่งไปกว่านั้น เราทุกคนที่เป็นผู้ซื้อและสวมใส่เสื้อผ้าก็มีอำนาจเหนืออุตสาหกรรมแฟชั่น ดังนั้นแบรนด์ Fast Fashion จะไม่สามารถขายสินค้าที่ใช้แล้วทิ้งซึ่งทำขึ้นจากแรงงานฝีมือที่ต้องทำงานในสภาพการทำงานที่ย่ำแย่ได้อีกต่อไป หากผู้บริโภคแสดงเจตจำนงแน่ชัดว่าเราไม่ต้องการเสื้อผ้าจากวิถีทางเช่นนี้

ตอนนี้เราทุกคนรับรู้ถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานที่อุตสาหกรรม Fast Fashion เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคและโลกใบนี้ ตั้งแต่ความต้องการฝ้ายที่เป็นตัวเร่งให้ปัญหาการค้าทาสรุนแรงขึ้น ไปจนถึงความต้องการใยโพลีเอสเตอร์ที่ทำให้เกิดความต้องการน้ำมันและเกิดมลพิษ ซึ่งปัญหานี้จะต้องยุติลงได้แล้ว


บทความนี้แปลจากบทความต้นฉบับภาษาอังกฤษ อ่านบทความต้นฉบับ

ซีรีย์ สำรวจเหตุผลที่ทำไม Fast Fashion กลายเป็นตัวเร่งให้วิกฤตสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น