ในขณะที่เราทุกคนออกมาปกป้องโลก หลายบริษัทกลับใช้กลยุทธ์ “การฟอกเขียว” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ดูเป็นมิตรต่อโลกและเพิ่มยอดขายให้กับตัวเอง

ทุกวันนี้หลายคนออกมาปกป้องโลก หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องเพื่อยุติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง เราเรียนรู้ว่าการเริ่มเปลี่ยนแปลงจากสิ่งเล็ก ๆ สามารถชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้และหลายบริษัทเอกชนก็รู้เช่นกัน 

การนำจริยธรรมมาเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจกำลังมาแรงอย่างมากในสหราชอาณาจักร ในปี 2563-2564 มีค่าใช้จ่ายด้านจริยธรรมสำหรับธุรกิจมากขึ้น24% ตีเป็นมูลค่าสูงถึง 122 พันล้านปอนด์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทต่อประชาชนทั่วไป

แต่บางบริษัทเลือกที่จะใช้วิธีง่าย ๆ อย่างการฟอกเขียวเพื่อให้พวกเขามีภาพลักษณ์ที่ดี

การฟอกเขียว (greenwashing) คืออะไร?

การฟอกเขียวเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทที่ผลิตสินค้าต่าง ๆ ว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ได้หมายถึงว่าจะมีการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจริง ๆ

ลองนึกภาพตามว่าบนฉลากของบรรจุภัณฑ์ระบุข้อความที่อ่านดูแล้วเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือรับประกันว่านี่คือทางออกสำหรับสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และนั่นทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าการฟอกเขียวสามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้

หลายบริษัทหันมาใช้กลยุทธ์การฟอกเขียวในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อโน้มน้าวใจให้ผู้บริโภคเชื่อว่าการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นั้นไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อสิ่งแวดล้อม

โคคา-โคล่าเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สีเขียวสำหรับผลิตภัณฑ์ Coca-Cola lifeImage via Wikimedia

ตัวอย่างการฟอกเขียว (greenwashing)

เริ่มมีการใช้กลยุทธ์การฟอกเขียวในช่วงคริสต์ทศวรรษ 2523 แต่ก็มีการใช้กลยุทธ์การฟอกเขียวก่อนหน้านั้นเช่นกัน และในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเริ่มมีการปรับใช้กลยุทธ์ฟอกเขียวหลากหลายรูปแบบทำให้บอกได้ยากว่า อะไรคือการฟอกเขียว อะไรคือสิ่งที่ทำแล้วเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ตัวอย่างของการฟอกเขียวสังเกตได้จาก

  • การแก้ปัญหาแบบฉาบฉวย: ความพยายามที่จะบอกว่านี่คือวิธีการหนึ่งที่เราหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมโดยที่ไม่มองปัญหาอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกัน เช่น บริษัทฟาสต์ฟู้ดเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษที่สามารถรีไซเคิลได้แทนหลอดพลาสติก แต่ยังคงใช้เนื้อสัตว์ในสายพานการผลิตที่ส่งผลให้เกิดการเผาป่า
  • การระบุข้อความที่ไม่ชัดเจน เช่น บนฉลากระบุว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้สามารถรีไซเคิลได้แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นชิ้นส่วนใด
  • ไม่มีหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ เมื่อผู้ผลิตต้องการให้คุณเชื่อว่า พวกเขาใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังแต่กลับไม่มีหลักฐานที่ยืนยันหรือตรวจสอบได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ของเขาถูกจัดการด้วยวิธีการที่ยั่งยืน
โฆษณาสายการบินEasyJet ใช้รูปท้องฟ้าที่สดใสพร้อมระบุข้อความ “การเดินทางที่ปลอดมลพิษ”  Image via Adfree Cities
  • การใช้รูปภาพหรือข้อความที่บ่งบอกว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ต้นไม้และใบไม้หรือการใช้ข้อความต่าง ๆ เช่น “ปลอดสารพิษ” “มาจากธรรมชาติ” “ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” “ปลอดสารเคมี” นอกจากนี้ยังรวมถึงการติดฉลากสีเขียวบนผลิตภัณฑ์ด้วย
  • แนวทางการชดเชยคาร์บอน เป็นวิธีการที่พยายามชดเชยมลพิษที่ตนเองสร้างขึ้นแทนที่จะพยายามลดการก่อมลพิษของตนเอง โดยการจ่ายเงินให้กับบริษัทอื่น ๆ ลดการปล่อยคาร์บอนเพื่อนำมาทดแทนในส่วนที่ตัวเองผลิตคาร์บอนมากเกินไป แต่นี่คือการแก้ไขปัญหาแบบขอไปที เพราะสุดท้ายแล้วยังคงมีการปล่อยคาร์บอนเข้าสู่ชั้นบรรยากาศอยู่ดี
  • การใช้ข้อความซ้ำซ้อน การใช้ข้อความเกินความจำเป็น เช่น การโฆษณาว่าผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับมังสวิรัติหรืออาหารจานนี้ทำมาจากพืช กรณีที่เป็นผลิตภัณฑ์จากพืชอยู่แล้วก็ถือว่าไม่จำเป็น

ปัญหาคืออะไร?

การฟอกเขียวช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถทำธุรกิจได้ปกติพร้อมกับแสร้งว่าตนใส่ใจสิ่งแวดล้อมไปด้วย หากเทียบกับการก่อมลพิษแล้วนั้นเทียบได้ว่าภาคธุรกิจไม่ได้ทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมเลย

การทำธุรกิจรูปแบบนี้เป็นภัยต่อระบบเศรษฐกิจ สังคมและโลกมากกว่าที่เราคิด การฟอกเขียวทำให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านระบบที่ยั่งยืนต่อผู้คนและโลกช้าลง การบริโภคสินค้าที่มีฉลากอีโค หรือมีแนวทางชดเชยคาร์บอนอาจะทำให้ใครหลายคนรู้สึกดีขึ้น แต่เราทุกคนสามารถทำอะไรที่มากกว่าการบริโภคสินค้าที่มาจากการฟอกเขียว

กลยุทธ์ฟอกเขียวจากหลายบริษัททำให้เบี่ยงเบนความสนใจของผู้บริโภค และถูกทำให้เชื่อว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง แต่จริง ๆ แล้วปัญหายังไม่ได้ถูกแก้เลย การฟอกเขียวอาจทำให้เราไม่ได้สนับสนุนบริษัทที่ตั้งใจลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง และไม่ได้ไปกดดันให้บริษัทที่ยังยังฟอกเขียวอยู่ให้เปลี่ยนแปลงไปแก้ปัญหาจริง ๆ

หลีกเลี่ยงการฟอกเขียวได้อย่างไรบ้าง

หลายบริษัทใช้วิธีการมากมายทำให้เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการฟอกเขียวได้ แต่มีสองวิธีที่จะทำให้คุณรู้เท่าทันการฟอกเขียว วิธีแรก คือ การหาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยตัวเองเพื่อให้เราทันต่อเล่ห์กลต่าง ๆ และสองคือ การจับตามองบริษัทให้ไม่สามารถใช้กระบวนการฟอกเขียวหรือแก้ปัญหาแบบผิดวิธีได้

มีหลายอย่างที่คุณสามารถทำได้: 

คัดค้านกลยุทธ์ฟอกเขียวของบริษัท: แรงกดดันจากสาธารณชนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่จะทำให้บริษัทเปิดเผยข้อเท็จจริงและหยุดทำให้เชื่อว่าการฟอกเขียวสามารถแก้ไขปัญหาได้ เช่นการกล่าวถึงบริษัทที่ใช้กลยุทธ์การฟอกเขียวผ่านทางโซเชียลมีเดีย ลงชื่อคัดค้าน ร้องเรียนไปยังองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบ หรือสนับสนุนองค์กรที่รณรงค์ต่อต้านกระบวนการฟอกเขียว

เป็นพลเมืองที่ตระหนักในปัญหา: เราต่างรู้ว่าบริษัทจำเป็นต้องมีส่วนช่วยในการยุติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นเราต้องรวมกลุ่มกันเรียกร้อง ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลเพื่อส่งเสียงของเราทุกคนให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง

On the eve of the shareholders’ meeting of ENI, activists of Greenpeace Italy climb the headquarters of the Italian oil giant, with the aim of unveiling the bluff of the company, which focuses on greenwashing to continue to extract and burn fossil gas and oil with impunity. At the same time, another group of activists brought the floating reproduction of a melting iceberg to the pond in front of the ENI headquarters, a testimony of the dramatic impacts of the climate emergency.

เปิดรับข้อมูลอยู่เสมอ: รู้เท่าทันกลลวงของการฟอกเขียวของผู้ผลิต นอกจากนี้การปรับพฤติกรรมการบริโภคเพื่อลดค่าใช้จ่ายและซื้อของที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีหรืออ่านคู่มือสำหรับผู้บริโภคที่น่าเชื่อถือได้จากแหล่งข้อมูลเหล่านี้ อาทิ

การเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาช่วยให้สามารถใช้ชีวิตแบบที่ต้องการได้และคุณจะเริ่มสังเกตเห็นว่า หลายบริษัทกำลังหลอกลวงเราด้วยกระบวนการฟอกเขียว การรู้ทันกลวิธีทั้งหมดเหล่านี้จะช่วยให้คุณเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของสิ่งแวดล้อม


บทความนี้แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ อ่านบทความต้นฉบับ

ร่วมสนับสนุนการทำงานของกรีนพีซ

เราส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ที่จะช่วยให้การปกป้องสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชนเป็นเรื่องน่ารู้ เข้าถึงง่ายและสามารถนำไปปรับใช้ต่อไปได้