#พลังงานหมุนเวียน

พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อทุกคน

ร่วมเรียกร้องให้คณะกรรมกา…

มีส่วนร่วม

เนื้อหาโดยสรุป

  • กว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา นอกจากประเทศไทยจะพึ่งพาถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในภาคการผลิตไฟฟ้าแล้ว การใช้ถ่านหินยังขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในภาคอุตสาหกรรม
  • ในการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมมีความไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง เช่น หมู่บ้านกะเบอะดินซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวปกากะญอ บางคนไม่สามารถพูดหรือเขียนภาษาไทยได้ แต่มีรายชื่อเซ็นยอมรับโครงการในรายงาน EIA

ถ่านหินในภาคอุตสาหกรรม

กว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา นอกจากประเทศไทยจะพึ่งพาถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในภาคการผลิตไฟฟ้าแล้ว การใช้ถ่านหินยังขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ปิโตรเคมี อาหารเยื่อและกระดาษ สถิติพลังงานของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มดังกล่าวนี้โดยสัดส่วนของการใช้ถ่านหินและลิกไนต์ในภาคการผลิตไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงจากร้อยละ 68.6 ในปี พ.ศ. 2529 เป็นร้อยละ 49.4 ในปี พ.ศ.2561 ขณะเดียวกันสัดส่วนของการใช้ถ่านหินและลิกไนต์ในภาคอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงจากร้อยละ 31.4 ในปี พ.ศ.2529 เป็นร้อยละ 50.6 ในปี พ.ศ.2561


กราฟแสดงสัดส่วนการใช้ถ่านหินและลิกไนต์ในภาคการผลิตกระแสไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ.2529-2561
(ที่มา:สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน)

ถ่านหินที่ใช้ทั้งในการผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรมเป็นถ่านหินนำเข้า ลิกไนต์ส่วนใหญ่นำไปใช้ป้อนโรงไฟฟ้าลิกไนต์ที่แม่เมาะ จ.ลำปาง ในขณะที่บริษัทสัมปทานเหมืองแร่ยังมีความพยายามจัดหาถ่านหินจากแหล่งสำรองต่าง ๆ ในประเทศ รวมถึงพื้นที่อำเภออมก๋อย จ.เชียงใหม่

อมก๋อย – เป้าหมายล่าสุดของอุตสาหกรรมถ่านหิน

ชื่อ “อมก๋อย” มาจาก คำในภาษาลัวะ หมายถึง ขุนน้ำหรือต้นน้ำ อาณาเขตของอำเภออมก๋อยครอบคลุมพื้นที่สูงบนเทือกเขาถนนธงชัย เป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและพรรณพืชเฉพาะถิ่น เช่น กุหลาบพันปี กวางผา ช้างป่า เป็นต้นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญคือห้วยแม่ตื่น ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำปิง ซึ่งหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนนับล้าน

ผืนป่าและต้นไม้ที่อุดมสมบูรณ์ในอำเภออมก๋อย © Sontaya Sangphech

ย้อนหลังไปในปี พ.ศ.2530 มีบริษัทเอกชนเข้ามาขอซื้อที่ดินในหมู่ 12 บ้านกะเบอะดิน ต.อมก๋อย อ.อมก๋อย จากการบอกเล่า สมาชิกในชุมชนส่วนหนึ่งต้องขายที่ดินให้ไปอย่างไม่เต็มใจ เนื่องจากถูกข่มขู่หากไม่ยอมขายให้และถูกยึดที่ดินโดยชาวบ้านจะไม่ได้อะไรตอบแทน

ในปี พ.ศ.2543 บริษัท 99 ธุวานนท์ จำกัด ยื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองถ่านหินจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เนื้อที่ประมาณ 284 ไร่ 30 ตารางวา มีปริมาณถ่านหินจากการสำรวจประมาณ 720,000 ตัน ระยะเวลาในการยื่นขอทำสัมปทาน 10 ปี  โดยมีชุมชน 2 แห่งที่อยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรห่างจากพื้นที่เหมืองคือ บ้านกะเบอะดินและบ้านขุน รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ระบุว่า ถ่านหินที่ขุดได้จากเหมืองที่อมก๋อยจะใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานปูนซีเมนต์ที่จังหวัดลำปาง

อีไอเออัปยศ

นับตั้งแต่มีการสำรวจแหล่งแร่ในปี พ.ศ. 2543 มาจนถึงการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเสร็จในเดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2554  ชาวออมก๋อยต่างตั้งข้อสงสัยถึงขั้นตอนการทำงานของเจ้าของโครงการและบริษัทที่ปรึกษา ทั้งในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของโครงการ รายชื่อของสมาชิกในชุมชนที่ยินยอมให้ทำเหมืองถ่านหินไม่ตรงกับลายเซ็นในเอกสาร ส่วนหนึ่งเป็นรายชื่อของผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ  ในกรณีของหมู่บ้านกะเบอะดินซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวปกากะญอ บางคนไม่สามารถพูดหรือเขียนภาษาไทยได้ แต่มีรายชื่อเซ็นยอมรับโครงการในรายงาน EIA

เช่นเดียวกับหลายๆ โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม การทำมติประชาคมในปี พ.ศ.2552 เพื่อใช้ประกอบรายงาน EIA โครงการเหมืองถ่านหินอมก๋อย ไม่มีการชี้แจงถึงผลกระทบจากการทำเหมืองถ่านหินทั้งต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบ หากเป็นการประชาสัมพันธ์ว่าชาวบ้านจะมีไฟฟ้าและถนนเข้ามาในหมู่บ้าน

ในเดือนพฤษภาคม 2562 ชุมชนในพื้นที่อมก๋อยรวมตัวยื่นจดหมายและข้อเรียกร้องให้ยุติโครงการเหมืองถ่านหินถึงนายอำเภออมก๋อย โดยหยิบยกผลกระทบผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ผลกระทบด้านสุขภาพที่จะเกิดขึ้นจากมลพิษทางอากาศ การปนเปื้อนมลพิษในแหล่งน้ำ ตลอดจนการทำลายระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ล่าสุดในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้นำศาสนา​และชุมชนในอำเภออมก๋อยกว่า 500 ​คน​ ร่วมประกอบพิธีบวชป่า กิจกรรมทำแนวกันไฟ ฝังหมุดประกาศเขตพื้นที่ทางจิตวิญญาณบริเวณพื้นที่ป่าหมู่บ้านกะเบอะดิน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่า “ชาวอมก๋อยไม่ต้องการให้วิถีชีวิตและอัตลักษณ์จากสิ่งชั่วร้ายมาเอาไปซึ่งผืนดินและทรัพยากรชุมชน และยืนยันว่าจะปกป้องทรัพยากรของประเทศต่อไป”

ผู้นำศาสนา​และชุมชนในอำเภออมก๋อยกว่า 500 ​คน​ ร่วมประกอบพิธีบวชป่า กิจกรรมทำแนวกันไฟ ฝังหมุดประกาศเขตพื้นที่ทางจิตวิญญาณบริเวณพื้นที่ป่าหมู่บ้านกะเบอะดิน © Sontaya Sangphech

อมก๋อยยุติยุคถ่านหิน

การต่อสู้ของชุมชนที่อมก๋อยคือหัวใจสำคัญของการยุติยุคถ่านหิน ต้นทุนผลกระทบภายนอกจากการนำถ่านหินมาผลิตไฟฟ้าและการผลิตทางอุตสาหกรรมทำความเสียหายให้กับสภาพภูมิอากาศโลกและชุมชนนั้นสูงเกินกว่าที่จะแบกรับ ช่วงเวลาที่ถ่านหินมีบทบาทในการขับเคลื่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมได้ผ่านพ้นไปแล้ว เราต้องร่วมมือกันเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ยั่งยืน เป็นธรรมและกระจายศูนย์ซึ่งจะช่วยสร้างเศรษฐกิจที่เคารพจิตวิญญานของชุมชน สอดคล้องกับระบบนิเวศ กู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ ปกป้องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของเราทั้งในปัจจุบันและอนาคต