ผ่านมากว่า 20 ปี เรือเอสเพอรันซาของกรีนพีซเดินทางไปทั่วโลก ลูกเรือของเรือเอสเพอรันซาได้เผชิญหน้ากับการทำประมงผิดกฎหมายและประจันหน้ากับฉมวกจากการล่าวาฬ เดินทางจากขั้วโลกไปจนถึงทวีปแอฟริกา เพื่อทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และสื่อมวลชนในการเปิดโปงอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่อันห่างไกลจากสายตาผู้คน อีกทั้งเดินทางสำรวจทรัพยากรทางทะเลและเปิดเผยงานศึกษาถึงระบบนิเวศทางทะเลอันอุดมสมบูรณ์ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนและสรรพสัตว์นานาชนิด ในปีนี้ (พ.ศ.2565) เรือเอสเพอรันซา จะถูกปลดระวางและกำลังจะเดินทางไปสู่จุดหมายสุดท้ายในประเทศสเปน

ย้อนกลับไปในวันที่ 15 มิถุนายน 2556 เรือลำใหญ่สีเขียวเข้มสลับขาวเข้าเทียบท่าที่หาดสมิหลา จังหวัดสงขลา ข้างเรือมีตัวอักษรภาษาอังกฤษพาดทับเป็นชื่อ GREENPEACE พร้อมกับป้ายผ้าขนาดใหญ่ที่เขียนว่า “ฟื้นชีวิตทะเลไทยกับเรือเอสเพอรันซา”

The  Esperanza arrives in Samila Beach, Songkhla Province, Thailand, to kick off the second leg of the “Ocean Defenders Tour, Southeast Asia." The Greenpeace ship is in the region to celebrate Southeast Asia’s rich marine biodiversity.
เรือเอสเพอรันซาแล่นมาถึงหาดสมิหลา จังหวัดสงขลา เพื่อร่วมรณรงค์ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทะเลไทยร่วมกับเครือข่ายประมงพื้นบ้าน รวมทั้งนำเสนอความอุดมสมบูรณ์ของทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ © Athit Perawongmetha / Greenpeace

เรือลำนี้คือเรือเอสเพอรันซาของกรีนพีซที่เดินทางไปในหลายน่านน้ำเพื่อเปิดโปงอาชญากรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการล่าวาฬ อุตสาหกรรมประมงทำลายล้าง การขนส่งน้ำมันปาล์มดิบที่มาจากการทำลายผืนป่าฝนเขตร้อน และรณรงค์เปลี่ยนผ่านการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ในปีนั้น เป็นครั้งแรกที่เรือเอสเพอรันซามีโอกาสมาเยี่ยมเมืองไทยในส่วนหนึ่งของภารกิจรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ครั้งนั้น เรือเอสเพอรันซาเดินทางมาร่วมรณรงค์เพื่อปกป้องให้มหาสมุทรยังคงอุดมสมบูรณ์กับชุมชนเรือประมงพื้นบ้านจังหวัดสงขลา และภาคีเครือข่าย เพื่อเรียกร้องรัฐบาลฟื้นฟูทะเลให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง พร้อมปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการประมงให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต และสิทธิชุมชน เพราะสงขลาเป็นจังหวัดที่ต้องพึ่งพิงทะเล จำเป็นจะต้องดูแลปกปักรักษาทะเลไว้ให้มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ไปถึงคนรุ่นหลัง เพราะนอกจากทะเลจะเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญแล้ว ยังมีความสำคัญกับผู้คนริมชายฝั่งอีกด้วย

สงขลา ประจวบคีรีขันธ์ และกรุงเทพมหานคร ถือเป็น 3 จังหวัดที่เอสเพอรันซามาเยี่ยมเยือนในฐานะเรือรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมของกรีนพีซที่เดินทางมาเพื่อสนับสนุนชุมชนชาวประมงพื้นบ้านในไทย ร่วมเรียกร้องให้ภาครัฐปรับปรุงกฎหมายประมงไทยให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น 

เป็นเวลามากกว่า 20 ปีแล้วที่เรือเอสเพอรันซา (Esperanza) ร่วมรณรงค์เพื่อต่อสู้และปกป้องสิ่งแวดล้อม ชื่อเอสเพอรันซาของเรือเป็นภาษาสเปน ซึ่งมีความหมายว่า ‘ความหวัง’  และแม้ว่าในปีนี้การเดินทางของเอสเพอรันซาก็มาถึงจุดสิ้นสุด แต่เรือลำนี้ได้ให้มรดกที่เต็มไปด้วยความภูมิใจและแรงบันดาลใจมากมายต่อผู้คนในการต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม ในบทความนี้เรารวบรวมช่วงเวลาที่น่าจดจำของเรือเอสเพอรันซากับการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมตลอดสองทศวรรษ

เรื่องราวของเอสเพอรันซา (พ.ศ.2543 – 2565)

พวกเรามักเรียกเรือลำนี้ด้วยชื่อเล่นว่า ‘เอสพี’ (Espy) เรือลำนี้พานักกิจกรรมของเราเดินทางไปยังหลายพื้นที่ของโลกที่ยากแก่การเดินทางไปเยือน พื้นที่เหล่านี้มักจะเป็นพื้นที่ที่เกิดอาชญากรรมด้านสิ่งแวดล้อมและการละเมิดสิทธิมนุษยชน เรือเอสเพอรันซายังนำความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเฮติ เมื่อปี 2553 และเหตุการณ์ไต้ฝุ่นโบพา (Typhoon Bopha) เมื่อช่วงปี 2555 ที่พัดถล่มฟิลิปปินส์อย่างหนัก

เอสเพอรันซาเป็นเรือที่เร็วที่สุดในบรรดาเรือรณรงค์ของกรีนพีซ ทำให้เอสเพอรันซาถูกใช้ในการไล่ล่าอาชญากรรมด้านสิ่งแวดล้อมในทะเล (ที่ปกติมักจะไม่มีใครไล่ตามทัน) อยู่บ่อยครั้ง ด้วยความสามารถของเอสเพอรันซาที่แล่นเข้าในจุดที่มีระดับน้ำแข็งได้ ทำให้เอสเพอรันซาสามารถเดินเรือเพื่อเผชิญหน้ากับอาชญากรรมด้านสิ่งแวดล้อมในเขตธารน้ำแข็งของแอนตาร์กติกและคอยสำรวจพื้นที่ขั้วโลกอยู่เสมอ

Esperanza in the sea ice.
The Esperanza and Arctic Sunrise are in Svalbard on the first leg of one of Greenpeace's biggest ever expeditions: an almost year-long pole to pole voyage from the Arctic to the Antarctic, to highlight the many threats facing the oceans and to campaign for a Global Ocean Treaty covering all seas outside of national waters.
ภาพมุมสูงของเรือเอสเพอรันซาที่กำลังแล่นอยู่รอบ ๆ เกาะสฟาลบาร์ในระหว่างการสำรวจมหาสมุทรจากขั้วโลกเหนือถึงขั้วโลกใต้ของกรีนพีซในช่วงปี 2562-2563 © Will Rose / Greenpeace

ไฮไลท์การรณรงค์ของเอสเพอรันซาที่น่าจดจำ

ปี 2546 ร่วมปกป้องการทำลายป่ากับชนพื้นเมือง เรือเอสเพอรันซาเดินทางไปยังป่าสงวนแห่งชาติ Tongass ในอลาสกา เพื่อสืบสวนการทำลายผืนป่าเป็นบริเวณกว้างทั่วสหรัฐอเมริกา การเดินทางครั้งนั้นได้รับการต้อนรับจากชุมชนท้องถิ่นรวมถึงกลุ่มชนพื้นเมืองทลิงกิต (Tlingit) ที่ให้ความช่วยเหลือด้านโลจิสติกส์ และในปีนั้นเองที่ลูกเรือของเอสเพอรันซาถูกจับกุมเป็นครั้งแรกที่อ่าวยิบรอลตาร์ ในขณะที่พวกเขากำลังทำกิจกรรมเผชิญหน้าอย่างสันติในประเด็นการนำเข้าน้ำมันผิดกฎหมาย

Greenpeace Ship MV Esperanza at anchor in Annan Cove, Tongass National Forest, Alaska.

ปี 2549 เดินทางปกป้องมหาสมุทร ตั้งแต่ภารกิจเปิดโปงการล่าวาฬในปี 2548 เรือเอสเพอรันซาจึงเริ่มภารกิจใหม่ในการเดินทางเพื่อปกป้องมหาสมุทรเป็นระยะเวลากว่า 18 เดือน ซึ่งเป็นการสำรวจมหาสมุทรที่ยาวนานที่สุดที่กรีนพีซเคยทำมา โดยมีประเด็นการเปิดโปงการทำประมงแบบกองโจรทางตอนเหนือของแอฟริกา ภูมิภาคเมดิเตอเรเนียน อินเดีย สิงคโปร์ หมู่เกาะแปซิฟิก ฟิลิปปินส์ สหรัฐ (ฮาวาย, แคลิฟอเนียร์) และเม็กซิโก

Greenpeace inflatables from the Greenpeace ships MY Arctic Sunrise and MY Esperanza try to hinder the transfer of a dead minke whale from the Japanese whaling fleet catcher ship Kyo Maru No.1 to the Nisshin Maru factory ship. Greenpeace is using every available means to bring the whaling hunt to an early end and make it the last time the Sanctuary is breached by the whalers.

ปี 2551 เรือเอสเพอรันซาเผชิญหน้าอย่างสันติเพื่อคัดค้านการทำลายผืนป่าในอินโดนีเซีย กรีนพีซอินโดนีเซียและเรือเอสเพอรันซาขวางการเดินเรือของเรือ Gran Couva ซึ่งใช้ขนส่งน้ำมันปาล์มดิบ โดยลูกเรือเพนท์ข้อความข้าง ๆ เรือลำนั้นเป็นสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียปกป้องผืนป่าจากอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและเยื่อกระดาษที่กำลังทำลายผืนป่าอย่างรุนแรง

Dumai Harbor security along with police and immigration officials bring down a Greenpeace activist who climbed on the anchor chain of the tanker Gran Couva after crew from the Greenpeace ship MV Esperanza painted "Forest Crime" on the bow and occupied the tanker for 24 hours. The ship, carrying 27,000 metric tonnes of crude palm oil for the Wilmar Company, was held up from departing to its destination Rotterdam, Netherlands.
Greenpeace is protesting against the destruction of Kampar Peninsula's peatland forest by pulp and paper and palm oil industries and is calling for the Indonesian Government to implement a moratorium on deforestation.  Peatland forest is critical for maintaining biodiversity and its degradation releases vast stores of carbon thereby contributing to global climate change.

ปี 2556 ขยายการรณรงค์ปกป้องมหาสมุทรมายังมหาสมุทรแปซิฟิก เอสเพอรันซาเดินทางถึงมหาสมุทรแปซิฟิก สำรวจการประมงในศรีลังกา ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ หลังจากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังประเทศมอริเซียส โมซัมบิก และมาดาดัสกา เพื่อทำงานรณรงค์ในมหาสมุทรอินเดีย เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการขนส่งทูน่าและร่วมลาดตระเวนกับหน่วยงานรัฐ ทั้งนี้เรือยังมีภารกิจไปยังอ่าวควีนส์แลนด์เพื่อรณรงค์ปกป้องเกรท แบร์ริเออร์ รีฟ หลังจากที่รัฐบาลออสเตรเลียอนุมัติโครงการขุดลอกขนาดใหญ่ในท่าเรือถ่านหิน Abbot Point เพื่อให้เรือขนส่งถ่านหินสามารถเทียบท่าได้

Bulk carriers moored off Hay Point awaiting to be loaded with coal. Environment Minister Greg Hunt in Australia approves a massive and destructive dredging project at Abbot Point, just 50km north of the beautiful Whitsunday Islands. The approval is huge in both its size and impact. It would see some 3 million cubic metres of seabed ripped up at Abbot Point to make way for even more coal ships. The dredge spoil will then be dumped nearby inside the Great Barrier Reef World Heritage Area.

ปี 2556 เอสเพอรันซา เยือนประเทศไทยที่จังหวัดสงขลาและประจวบคีรีขันธ์ โดยจัดกิจกรรมร่วมกับกรีนพีซประเทศไทยในโครงการ “ฟื้นชีวิตทะเลไทยกับเรือเอสเพอรันซา” เรียกร้องรัฐบาลฟื้นฟูทะเลให้กลับมาสมบูรณ์ภายใน 5 ปี พร้อมปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการประมงให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต และสิทธิชุมชน

Greenpeace ship Esperanza joins around a hundred Songkhla fisherfolk  who declare "Stop Ocean Destruction" as they hold a protest at CEC oil platform, located 12 kilometers off the coast of Songkhla. They are calling attention to the threats brought by harmful industrial development on the coastal waters of the Gulf of Thailand. This action marks the start of the second leg of the "Ocean Defender Tour of Southeast Asia."

ปี 2558 เรือเอสเพอรันซาไล่ล่าอุตสาหกรรมฟอสซิลทั่วโลก ไม่ใช่เพียงแค่ประเด็นทะเลและมหาสมุทรเท่านั้น แต่เรือเอสเพอรันซา ลูกเรือ และนักกิจกรรมกรีนพีซยังได้รณรงค์เพื่อยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ในเดือนเมษายน มีการรณรงค์คัดค้านการสร้างแท่นขุดเจาะนำมันของเชลล์ตั้งแต่มาเลเซียไปจนถึงอลาสกา โดยร่วมกับกลุ่มนักกิจกรรมชนพื้นเมือง First Nations และชนพื้นเมืองอีกหลากหลายกลุ่ม ซึ่งการรณรงค์ดังกล่าวกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการรวมกลุ่มคายัคและเรืออื่นๆ ในเดือนพฤษภาคม พวกเขาร่วมทำกิจกรรมชื่อว่า ‘Paddle in Seattle’ เพื่อคัดค้านแผนการณ์ดำเนินงานของเชลล์ นอกจากนี้ในเดือนมิถุนายน กลุ่มนักปีนห้อยตัวเองลงมาจากสะพาน เซนท์ จอห์น เพื่อบล็อกเรือขุดเจาะของเชลล์ไม่ให้เข้าเทียบท่าอีกด้วย

Greenpeace activists hold a banner that reads 'The People vs. Shell' as they scaled the Polar Pioneer drill rig in the Pacific Ocean.

Six Greenpeace climbers have intercepted an Arctic-bound Shell oil rig in the middle of the Pacific Ocean, 750 miles north-west of Hawaii and have scaled the 38,000 tonne platform.

At dawn, the six from the USA, Germany, New Zealand, Australia, Sweden and Austria, sped towards the Polar Pioneer, which Shell intends to use to drill for oil in the Chukchi Sea, in inflatable boats launched from the Greenpeace ship Esperanza.

ปี 2560 เอสเพอรันซาสำรวจ แอมะซอน รีฟ และแอฟริกาตะวันตก การเดินทางครั้งนี้เรือเอสเพอรันซามีภารภิจเพื่อวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเปิดเผยภาพใต้น้ำภาพแรกของ แอมะซอน รีฟ พื้นที่อันเป็นเอกลักษณ์ด้านระบบนิเวศ พื้นที่ที่บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศสกำลังนำเงินมาประมูลเพื่อขอใบอนุญาตเพื่อสำรวจทรัพยากรน้ำมัน หลังจากแรงกดดันอย่างหนักและต่อเนื่อง ในที่สุดบริษัท Total ก็พ่ายแพ้ต่อความพยายามเข้าไปขุดเจาะพื้นที่ ตอนนั้นการเดินทางของเอสเพอรันซาในแอฟริกาตะวันตกได้เดินทางไปเยี่ยม 6 ประเทศ พร้อมการรณรงค์คัดค้านการประมงที่ผิดกฎหมายร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ และในการเดินทางครั้งนี้ คณะรัฐมนตรีจากประเทศมอริเตเนียและประธานาธิบดีของสาธารณรัฐกินี-บิสเซา ได้เยี่ยมเยือนเอสเพอรันซาเพื่อแสดงการสนับสนุนกรีนพีซในการทำงานรณรงค์กับการประมงในแอฟริกาตะวันตก

One of the first images of the Amazon Reef taken from a submarine launched from the MY Esperanza. The Greenpeace ship is currently in the region of the Amazon river mouth, Amapá State, for the “Defend the Amazon Reef” campaign.

ปี 2562-2563 การสำรวจจากขั้วโลกเหนือถึงขั้วโลกใต้ สำหรับภารกิจการสำรวจมหาสมุทรจากขั้วโลกเหนือลงมาสู่ขั้วโลกใต้นี้เป็นความร่วมมือของทั้งเรือเอสเพอรันซาและเรืออาร์กติกซันไรส์ ซึ่งเป็นภารกิจครั้งที่ใหญ่ที่สุดในช่วงปี 62-63 ของกรีนพีซ เราเดินเรือสำรวจอย่างยาวนานในครั้งนี้ก็เพื่อรณรงค์ผลักดันให้ผู้นำประเทศทั่วโลกลงนามใน ‘สนธิสัญญาหลวง’ ขององค์การสหประชาชาติ เป็นการรวมตัวของเหล่านักวิทยาศาสตร์ นักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม นักรณรงค์ และนักแสดงผู้มีชื่อเสียงจากฝรั่งเศสอย่างมารียง กอตียาร์ นักแสดงชาวอเมริกัน เชลีน วูดลีย์ และ กุสตาฟ สกาส์กอร์ด นักแสดงชาวสวีเดน ซึ่งทั้งหมดเดินทางมาเพื่อขึ้นเรือเอสเพอรันซา ร่วมรณรงค์ในแคมเปญสำรวจชื่อว่า ‘ปกป้องมหาสมุทร (Protect the Oceans)’ เพื่อแสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นในมหาสมุทรทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการประมงเกินขนาด มลพิษพลาสติก การทำเหมืองใต้ทะเลลึก การขุดเจาะน้ำมัน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

A Chinstrap penguin colony on Elephant Island and Greenpeace ship the Esperanza in the background.
Greenpeace is in the Antarctic to investigate the impacts of the climate crisis as part of the Protect the Oceans Expedition, a year long pole to pole ship tour, campaigning for the establishment of ocean sanctuaries to safeguard this frozen region and its penguins, seals and whales, and to help address the climate emergency.

(This picture was taken in 2020 during the Antarctic leg of the Pole to Pole expedition under the Dutch permit number RWS-2019/40813)

สำหรับเรา เรือเอสเพอรันซาคือสัญลักษณ์ของความหวังตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ เอสเพอรันซาแล่นไปทั่วโลกพร้อมกับสนับสนุนผู้คนทั่วโลก เอสเพอรันซากลายเป็นด่านหน้าในการต่อสู้ให้กับผู้คนที่ตกอยู่ในความเสี่ยงจากความปลอดภัยและยืนหยัดต่อสู้กับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่บางครั้งก็ดูราวกับว่าเป็นไปไม่ได้ที่เราจะมีโอกาสได้รับชัยชนะ

ตอนนี้ เรือเอสเพอรันซาเดินทางไปถึงจุดหมายสุดท้ายในเมืองชายฝั่ง กิฆอน (Gijón) ประเทศสเปน และปลดระวางจากหน้าที่ของตัวเอง

ขณะที่โลกของเราเปลี่ยนแปลงไป กรีนพีซเองจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการทำงานในท้องทะเลตามเช่นกัน เพราะแม้ว่าเรือเอสเพอรันซาจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า แต่ถึงอย่างนั้นมันก็สร้างรอยเท้าคาร์บอนมากกว่าเรือลำอื่นๆของกรีนพีซ ถึงจะมีความพยายามและการสนับสนุนจากทั้งลูกเรือ ช่างเทคนิค อาสาสมัครหรือแม้กระทั่งผู้สนับสนุนกรีนพีซที่เข้ามาช่วยในด้านการพัฒนาปรับปรุงคุณสมบัติให้เรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ตาม แต่ด้วยพื้นฐานของเครื่องเรือลำนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อวิสัยทัศน์ของกรีนพีซที่ต้องการให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์

ที่ผ่านมา ลูกเรือของเอสเพอรันซา ทำหน้าที่เป็นเรือปล่อยยานบินจากพลังงานแสงอาทิตย์ เฮลิคอปเตอร์ และยานสำรวจใต้ทะเลจากดาดฟ้าของเอสเพอรันซา อีกทั้งยังช่วยพัฒนาให้เรือมีนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นตลอดการผจญภัยของเรือเอสเพอรันซา อย่างไรก็ตามท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศและอาชญากรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่ยังคงเกิดขึ้นทั่วโลก กรีนพีซจำเป็นต้องเป็นผู้นำในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขณะเดียวกันก็จะต้องหาเรือจากท้องถิ่นและทรัพยากรที่ยืดหยุ่นมากพอที่จะทำให้เรายังคงเดินทางไปเปิดโปงกับการทำลายสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทรซึ่งเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากได้

The Esperanza crew prepare for a search flight over the Indian Ocean. The Greenpeace ship Esperanza recovers the 6th FAD on an expedition in the Indian Ocean to peacefully tackle unsustainable fishing. The marine snare had recently placed by a Spanish vessel supplying Thai Union.

เอสเพอรันซาได้ฝากความหวังของอนาคตที่ยั่งยืนไว้มากมาย

ก่อนหน้าที่เอสเพอรันซาจะกลายเป็นหนึ่งในกองเรือที่ออกรณรงค์กับกรีนพีซในปี 2543 มันเคยเป็นเรือลำที่ 4 ในกองเรือดับเพลิงของรัฐบาลรัสเซีย มันเคยมีชื่อว่า ‘Echo Fighter’ ลูกเรือกรีนพีซเคยตั้งชื่อเล่นให้ในเอสเพอรันซาในช่วงแรกโดยตัดตัวอักษร h ออกกลายเป็น ‘Eco Fighter’ หลังจากนั้นองค์กรจึงเริ่มจัดอีเวนท์การโหวตชื่อเรืออย่างเป็นทางการให้กับเรือลำนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยจัดขึ้นผ่านระบบออนไลน์ 

นั่นทำให้นักกิจกรรมหลายพันคนจากอาร์เจนตินาและจากกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาหลักเห็นถึงโอกาสที่จะตั้งชื่อเรือกรีนพีซในภาษาสเปน ด้วยเอกลักษณ์ความกระตือรือร้นในการออกท่องทะเลเพื่อเผชิญหน้าของพวกเขากับการเกิดขึ้นของยุคการขับเคลื่อนงานรณรงค์แบบดิจิตอล นั่นทำให้พวกเขาเทผลโหวตไปที่ชื่อ เอสเพอรันซา ‘Esperanza’

และเป็นเวลากว่าสองทศวรรษที่เอสเพอรันซาเป็นสถานที่ที่รวบรวมเรื่องราวการทำกิจกรรมรณรงค์ของเหล่าลูกเรือที่เต็มไปด้วยความสามารถและพรสวรรค์ นักกิจกรรมที่กล้าหาญและอาสาสมัครที่มองว่าเรือลำนี้เป็นเหมือนบ้านอีกหลัง ทีมงานที่ช่วยขับเคลื่อนให้งานรณรงค์และกิจกรรมเกิดขึ้นจริง รวมทั้งผู้สนับสนุนทุกคนที่นำเรือเอสเพอรันซามาให้กรีนพีซ ช่วยตั้งชื่อ และเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางตลอดการเดินทาง 20 ปีของเรือเอสเพอรันซา

Paper fish messages hung during the Esperanza's open boat at the port in Bangkok. The Greenpeace ship Esperanza is in Thailand as part of a tour to celebrate Southeast Asia's rich marine biodiversity and to call for solutions to problems confronting the health of the oceans.

หากเอสเพอรันซาเป็นคน เธอเองก็คงอยากขอบคุณผู้คนอีกนับแสนนับล้านที่ช่วยตั้งชื่อเธอ เพราะมันช่างเหมาะเจาะเหลือเกินที่ตอนนี้เธอจะได้พักผ่อนอยู่ในสเปนกับชื่อของเธอเองที่เป็นภาษาสเปนเช่นกัน

จากนี้คือข้อความที่ส่งถึงคุณทุกคนที่มีแสงแห่งความหวังอยู่ในหัวใจ เราขอส่งคำว่า “กราเซียส – gracias ” (ขอบคุณ) ถึงแม้ว่าเราไม่อาจรู้ได้ว่าในอนาคตจะยังมีสถานที่ไหนที่ต้องการแสงแห่งความหวังแบบนี้อยู่หรือไม่ แต่เราต่างรู้ดีว่าแสงไฟนี้จะไม่มีวันดับลงและเราจะนำแสงไฟแห่งความหวังนี้ไปมอบให้กับใครก็ตามที่ต้องการมัน

เรามักได้ยินคำบอกเล่าบ่อยครั้งที่ว่า เรือ เป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่เรือได้รับพลังงานและจิตวิญญาณจากผู้คนที่ทำให้เรือแล่นออกไปได้ ดังที่นักเขียนชาวฝรั่งเศสเคยกล่าวไว้ว่า “หากคุณอยากจะสร้างเรือ อย่ามอบหมายแค่ให้เขาไปรวบรวมไม้หรือแค่ให้เขามาทำงาน แต่จงสอนให้พวกเขาเข้าใจถึงมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด”

The Greenpeace ship Esperanza in the Davis Strait off the coast of Greenland.

Greenpeace is in the Arctic attempting to prevent deep sea oil drilling in a bid to protect the pristine Arctic environment. The Leiv Eiriksson is operated by Cairn Energy and is the only rig in the world currently set to begin new deep sea drilling in the Arctic making it a clear and present danger to the arctic environment.