ถอดบทสัมภาษณ์ คุณเอิร์ธ ภัคณัฏฐ์ ศรีนิเวศน์ ครั้งแรกในฐานะผู้บริจาคกรีนพีซที่ได้เข้าร่วมอบรมการเล่นเกมรีโวลต้า ดิ เอเนอจี้รีนิว และครั้งที่สองในฐานะผู้นำเกม
ในบางครั้ง “การเปลี่ยนโลก” ไม่ได้เริ่มจากนโยบายขนาดใหญ่ หรือการเคลื่อนไหวระดับประเทศเสมอไปแต่อาจเริ่มจากโต๊ะเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง ที่มีคนไม่กี่คนนั่งล้อมวงเล่นบอร์ดเกมด้วยกัน สำหรับคุณเอิร์ธ การนั่งอยู่ตรงโต๊ะตัวนั้นไม่ได้เป็นแค่การเล่นเกม มันยังเป็นจุดที่ทำให้เห็นว่า “การเปลี่ยนแปลง” อาจไม่ได้เกิดขึ้นตรงหน้า แต่จะค่อย ๆ เกิดขึ้นในวิธีคิดของคน

โลกที่อยากเปลี่ยน กับความจริงที่ยังไปไม่ถึง
ในชีวิตประจำวันของ คุณเอิร์ธ ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ด้านบริหารจัดการความเสี่ยงในบริษัทประกันภัย แต่ในอีกมุมหนึ่ง คุณเอิร์ธเป็นคนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและพลังงานมาโดยตลอด
“จริง ๆ ก็อยากให้เป้าหมายอย่าง 1.5 องศามันเกิดขึ้นนะครับ แต่ตอนนี้ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว”
สิ่งที่เขาเห็น ไม่ใช่แค่ความพยายาม แต่เป็นช่องว่างระหว่างสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำจริง
รายงานคาร์บอน การวัด emission หรือกรอบนโยบายต่าง ๆ มีอยู่มาก—แต่สำหรับคุณเอิร์ธ มันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้โลกเปลี่ยนไปในระดับที่ควรจะเป็น

บางคนแค่อยากออกไปเที่ยว
บางคนแค่อยากลองทำอะไรใหม่ ๆ
แต่สุดท้าย พวกเขาอาจได้บางอย่างกลับไปมากกว่านั้น
ก่อนจะมารู้จัก รีโวลต้า คุณเอิร์ธเคยเข้าร่วมกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมหลายรูปแบบ
ตั้งแต่เวทีพูดคุยเชิงนโยบาย ไปจนถึงการเป็นอาสาสมัครปลูกป่าในสหราชอาณาจักร
มันเป็นงานเล็ก ๆ แต่เพียงพอจะทำให้เขารู้สึกว่า “อย่างน้อย เราได้เป็นส่วนหนึ่งของอะไรบางอย่าง” ที่สำคัญมันทำให้เขาเห็นว่าการทำกิจกรรมสิ่งแวดล้อม ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก “คนที่อินอยู่แล้ว”
เกมที่เชื่อมโลกสองใบไว้ด้วยกัน
รีโวลต้า เข้ามาในจังหวะที่พอดี สำหรับ คุณเอิร์ธ มันไม่ใช่แค่ “บอร์ดเกม” แต่เป็นเครื่องมือที่เชื่อมโลกสองใบเข้าด้วยกัน—โลกของความสนุก และโลกของความจริง
“มันไม่ใช่แค่เล่นแล้วสนุก แต่เราได้เห็นเรื่องพลังงาน เรื่องคาร์บอน ผ่านอะไรที่จับต้องได้”

ในฐานะคนที่อยู่ในชมรมบอร์ดเกมอยู่แล้ว เขาไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนจากผู้เล่น สู่การเป็น Game Master (ผู้นำเกม) เพื่อสอนให้ผู้เล่นใหม่เข้าใจเกมได้มากขึ้น
“มันก็ยังสนุกเหมือนเดิม แค่เราช่วยให้คนอื่นเข้าใจเกมมากขึ้น”
เมื่อ “โลกแตก” กลายเป็นบทเรียนที่จำไม่ลืม
หนึ่งในภาพที่ติดอยู่ในความทรงจำของเขา ไม่ได้เกิดขึ้นในโลกจริงแต่มันเกิดขึ้นบนกระดานเกมในรอบหนึ่งของการเล่นที่ มิวเซียม สยาม เกมจบลงด้วยสถานการณ์ที่ GHG ( Green House Gas) หรือ ก๊าซเรือนกระจกถูกปล่อยออกมาพู่งสูงถึงระดับสมมุติที่เกมกำหนด – GHG 50 ) จนเกิดผลกระทบที่นำไปสู่หนึ่งในจุดจบของเกมอย่าง “โลกแตก” ที่ไม่มีใครชนะ
มันทำให้เห็นเลยว่า ถ้าไม่มีใครสนใจภาพรวม ทุกคนก็แพ้หมด

เหตุการณ์นั้นไม่ได้สอนแค่กติกา แต่มันทำให้เห็นเขาว่าการเล่นร่วมกันและการมองภาพรวมไปพร้อมกันสำคัญแค่ไหน
เมื่อเล่นเป็นครั้งที่ 2 คุณเอิร์ธเริ่มเห็นรายละเอียดที่ลึกขึ้นไม่ใช่แค่การ์ดหรือกติกา แต่เป็นระบบของโลกที่แท้จริง คุณเอิร์ธเริ่มวางแผนมากขึ้น เริ่มคิดเรื่องจังหวะการลงทุน เริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมบางทางเลือกถึงถูกเลือกยากในโลกจริง
“มันเหมือนเป็นภาพสะท้อนว่า ทำไมโลกถึงยังเป็นแบบนี้อยู่”
เกมนี้ไม่ได้ให้คำตอบแบบตายตัว แต่มันทำให้เขาเข้าใจความซับซ้อนของระบบมากขึ้น
จากความเข้าใจ สู่การส่งต่อ
จุดเปลี่ยนสำคัญ ไม่ได้อยู่ตอนที่เล่นเก่งขึ้น แต่อยู่ตอนที่คุณเอิร์ธเริ่มอยากให้ “คนอื่นได้เล่น”
ในฐานะ ผู้บริจาคหน้าใหม่ของกรีนพีซ เขาใช้สิทธิในกิจกรรม “Back to school” เลือกส่งบอร์ดเกม Revolta เป็นของขวัญไปยังชมรมบอร์ดเกม มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยานุสรณ์ ในฐานะศิษย์เก่า
เหตุผลไม่ได้ซับซ้อน
อยากให้พวกเขาเล่นเป็น แล้วก็อยากให้เขารู้จักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

คุณเอิร์ธมองว่าในประเทศไทย คนที่อยากช่วยมีอยู่ไม่น้อยแต่สิ่งที่ขาด คือ “วิธี” และ “ช่องทาง” ในการเข้าถึง เกมจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดอย่างหนึ่ง คุณเอิร์ธ ไม่ได้มองโลกในแง่ลบต่อคนรุ่นเดียวกัน แต่เขาเข้าใจดีว่าทุกคนมี “ภาระ” ของตัวเอง
งาน
อนาคต
ความมั่นคงในชีวิต
สิ่งเหล่านี้ทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อม อาจไม่ใช่สิ่งแรกที่คนจะหยิบขึ้นมาคิด ซึ่งถ้ายัดเยียดมากไป คนจะไม่อยากทำ แต่ถ้ามาในรูปแบบของการเล่นเกมก็เปรียบเสมือนการเปิดประตูให้คนค่อย ๆ เข้ามาเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง
ก้าวต่อไปของ Revolta
คุณเอิร์ธเห็นด้วยว่า Revolta ไม่ควรหยุดอยู่แค่กิจกรรมครั้งเดียว แต่ควร “กระจายตัว” ไปตามมหาวิทยาลัย ชมรม คอมมูนิตี้หรือแม้แต่กลุ่มคนที่ไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่แรก
“ยิ่งคนเล่นเยอะ มันก็ยิ่งโต” ( หากคุณมีพื้นที่ และกลุ่มคนที่สนใจ สามารถติดต่อมาที่ไลน์ @greenpeacethailand เพื่อนำบอร์ดเกมไปเล่นได้ฟรี !)
และเมื่อฐานคนเล่นขยายออกไป การเปลี่ยนแปลงในระดับเล็กก็มีโอกาสเกิดมากขึ้นซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระดับใหญ่ ที่คุณเอิร์ธ มองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “คนไม่อยากรู้” แต่อยู่ที่ “วิธีการ” การเข้าถึงความรู้
เรื่องพลังงานยังซับซ้อน ข้อมูลยังไม่ชัด นโยบายยังไม่ถูกแปลงให้เข้าใจง่าย
คนไม่ได้ไม่อยากทำ แต่เขาไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง
ถ้าข้อมูลเข้าถึงง่ายขึ้น ?
ถ้าระบบสนับสนุนชัดเจนขึ้น ? วันนั้นประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ?

คุณเอิร์ธ ไม่ได้เชื่อว่าเกมหนึ่งเกมจะเปลี่ยนโลกได้ทันที
“มันไม่ได้ลดโลกร้อนตรง ๆ หรอกครับ แต่มันเปลี่ยนทัศนคติได้”
และบางครั้ง นั่นอาจเพียงพอแล้วสำหรับจุดเริ่มต้น
ถ้าคุณยังไม่เคยลองเล่น
คุณเอิร์ธทิ้งท้ายไว้แบบเรียบง่าย “ลองมาเล่นดูก่อนครับ มันสนุกกว่าที่คิด” (เราจัดอบรมการเล่นทุก ๆ เดือนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่กรีนพีซประเทศไทย สามารถติดตามได้ผ่านไลน์ @greenpeacethailand) ลงทะเบียนวันที่ 30 พฤษภาคม คลิก
เพราะบางทีคำตอบอาจไม่ได้อยู่ในบทความหรือเวทีเสวนา แต่กลับอยู่บนกระดานเกม เบื้องหน้าที่ค่อย ๆ ทำให้เราเริ่มมองโลกต่างออกไป

เกี่ยวกับผู้สัมภาษณ์ – เขียน
สวัสดีค่ะ สิริรัตน์ เลิศผดุงสุข หรือเรียกว่า พลอย ก็ได้ค่ะ นักศึกษาฝึกงานจากคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พลอยเชื่อว่า การเรียนรู้เรื่องพลังงานอาจเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็ก ๆ อย่างบอร์ดเกมที่สามารถต่อยอดความเข้าใจ และอาจก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยได้ในอนาคต
ภาพถ่ายบทความ : ©ธัชกร กิจไชยภณ/กรีนพีซ

ท่านสามารถมีส่วนร่วมกับเราผ่าน บอร์ดเกม “รีโวลต้า ดิ เอนเนอจี้ รีนิว” ได้โดยวิธีต่อไปนี้
- ร่วมบริจาค “เพิ่มเติม” โดยตรงผ่าน เว็บไซต์ หรือ บัญชีธนาคารกสิกรไทย 099-1-32624-3 มูลนิธิเพื่อสันติภาพเขียว และแนบสลิปในไลน์ของเรา โดยทุก ๆ 200 บาท ท่านสามารถเลือกมอบบอร์ดเกมให้กับโรงเรียน / สถาบันการศึกษาที่ท่านเลือกได้ 1 กล่อง
- ติดตามเราผ่านไลน์ @greenpeacethailand เพื่อไม่พลาดทุกข่าวสารการเล่น / อบรมที่จะจัดขึ้นตลอดปี ในครั้งถัด ๆ ไป (ครั้งถัดไปวันที่ 30 พฤษภาคม)
- ผู้บริจาคกรีนพีซ สามารถเลือกมอบบอร์ดเกม ไปยังโรงเรียนที่ท่านต้องการผ่านลิงก์นี้ได้ทันที กับกิจกรรม Back to school
ด้วยเงินสนับสนุนจากผู้บริจาคกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก เรายังคงสามารถยืนหยัดไม่รับเงินจากภาคเอกชน หรือ รัฐบาลใด ๆ เพื่อความเป็นอิสระอย่างแท้จริง
ขอบคุณที่ติดตามเรา และร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน – เรายังคงมีโอกาสได้ทำงานที่เรารักและสามารถยืนหยัดปกป้องโลกใบนี้อยู่ได้เพราะคุณ


