ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด Covid – 19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยเอง  เราได้เห็นข่าวผลกระทบต่อเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบด้านธุรกิจการบิน ธุรกิจด้านแฟชั่น หรือธุรกิจเล็ก ๆ ของประชาชนเองก็ต้องเผชิญวิกฤตไปด้วย แต่นอกจากจะต้องติดตามสถานการณ์โรคระบาดแล้ว สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลกในปีนี้เรียกได้ว่าหนักหนาพอ ๆ กับ Covid-19 เลยทีเดียว เราได้เห็น 5 สถานการณ์แรกจากบทความ 10 สถานการณ์สิ่งแวดล้อมรอบโลกท่ามกลางไวรัส Covid-19 (ตอนที่ 1) ไปแล้ว มาดูอีก 5 สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมรอบโลกที่เหลือกันดีกว่าว่าในครึ่งแรกของปี 2563 นี้ ยังมีสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมอะไรบ้างที่น่าสนใจเกิดขึ้นทั้งในไทยและทั่วโลก

6.สัมปทานเหมืองถ่านหินใน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่

ระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพึ่งพาถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงทั้งในภาคการผลิตไฟฟ้าและขยายตัวมากขึ้นในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ปิโตรเคมี อาหารและเยื่อกระดาษ และจากความต้องการถ่านหินในภาคอุตสาหกรรมนี้เองทำให้ อมก๋อยกลายเป็นหนึ่งเป้าหมายของบริษัทสัมปทานเหมืองแร่ที่พยายามจัดหาถ่านหินจากแหล่งสำรองถ่านหินเพื่อไปใช้ป้อนโรงงานปูนซีเมนต์ จ.ลำปาง เช่นเดียวกับหลาย ๆ โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม การทำมติประชาคมในปี พ.ศ.2552 เพื่อใช้ประกอบรายงาน EIA โครงการเหมืองถ่านหินอมก๋อย ไม่มีการชี้แจงถึงผลกระทบจากการทำเหมืองถ่านหินทั้งต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบ หากเป็นการประชาสัมพันธ์ว่าชาวบ้านจะมีไฟฟ้าและถนนเข้ามาในหมู่บ้าน

ในเดือนพฤษภาคม 2562 ชุมชนในพื้นที่อมก๋อยรวมตัวยื่นจดหมายและข้อเรียกร้องให้ยุติโครงการเหมืองถ่านหินถึงนายอำเภออมก๋อย โดยหยิบยกผลกระทบผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ผลกระทบด้านสุขภาพที่จะเกิดขึ้นจากมลพิษทางอากาศ การปนเปื้อนมลพิษในแหล่งน้ำ ตลอดจนการทำลายระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ 

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้นำศาสนา และชุมชนในอำเภออมก๋อยกว่า 500 คน ร่วมประกอบพิธีบวชป่า กิจกรรมทำแนวกันไฟ ฝังหมุดประกาศเขตพื้นที่ทางจิตวิญญาณบริเวณพื้นที่ป่าหมู่บ้านกะเบอะดิน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่า “ชาวอมก๋อยไม่ต้องการให้วิถีชีวิตและอัตลักษณ์จากสิ่งชั่วร้ายมาเอาไปซึ่งผืนดินและทรัพยากรชุมชน และยืนยันว่าจะปกป้องทรัพยากรของประเทศต่อไป” และล่าสุดในวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 วัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) สั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทบทวน EIA โครงการเหมืองแร่ถ่านหิน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพราะเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน

การต่อสู้ของชุมชนที่อมก๋อยคือหัวใจสำคัญของการยุติยุคถ่านหิน ต้นทุนผลกระทบภายนอกจากการนำถ่านหินมาผลิตไฟฟ้าและการผลิตทางอุตสาหกรรมทำความเสียหายให้กับสภาพภูมิอากาศโลกและชุมชนนั้นสูงเกินกว่าที่จะแบกรับ 

7.เกาหลีใต้สนับสนุนฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโรคระบาดโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก

หลังการระบาดอย่างหนักของไวรัสโควิด – 19 ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกถดถอยหนัก รวมถึงการเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่บ่อยและรุนแรงขึ้น จากนี้ไปคือการวางแผนเพื่อฟื้นฟูประเทศให้กลับมาดีดังเดิมอีกครั้ง ซึ่งหลายประเทศก็ได้มองเห็นถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ออกมาประกาศว่า รัฐบาลจะสนับสนุนในอุตสาหกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

On 21st September, over 4,000 number of citizens from more than 150 environment/farmers/women's NGOs are mobilized for the global climate strike in Korea under the name of Climate Crisis Emergency Action. People marched from Hyehwa to Jong-gak street of Seoul demanding Korean government to declare climate change emergency, and set up the carbon-emission-zero plan. Staff members and supporters of Greenpeace seoul office joined the climate strike with a hand-made giant puppet, symbolizing the burning earth and ecosystem in danger.

โดยเกาหลีใต้มีแผนที่จะนำงบกว่า 114 ล้านล้านล้านวอน (ตีเป็นเงิน 94.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อลงทุนในอุตสาหกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจ้างงาน ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ภาคพลังงาน การจัดการสมาร์ทกริดเพื่อจัดการระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะลงทุนเพื่อยุติการใช้รถยนต์ที่ใช้ระบบการเผาไหม้ เปลี่ยนรถโดยสารประจำทางเป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า จัดตั้งสถานีชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2573 โดยโครงการดังกล่าวมีชื่อว่า กรีนนิวดีล (Green New Deal) 

8.ผู้เชี่ยวชาญพูดถึงความปลอดภัยในการใช้ภาชนะใช้ซ้ำ

แม้ว่าพลาสติกเป็นวัสดุที่จำเป็นสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสำหรับการป้องกันส่วนบุคคล (personal protective equipment: PPE) เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่สำหรับพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งในชีวิตประจำวันอย่างเช่น ถุงพลาสติก แก้วน้ำพลาสติก ยังเป็นวัสดุที่เราสามารถใช้ภาชนะใช้ซ้ำแทนได้ และอุตสาหกรรมพลาสติกก็ยังคงพยายามสร้างความเชื่อผิด ๆ ผ่านการประชาสัมพันธ์เพื่อทำให้พลาสติกที่ไม่จำเป็นเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยอมรับได้

A visitor is holding the tumblers at the festival where visitors are supposed not to use single-use plastic products.

Greenpeace joined Greenplugged Festival Seoul 2019, which is one of the popular music festivals in Korea. With a huge artwork standing for the whale in suffer and a display of reusable products, Greenpeace volunteers delivered our campaign message to reduce single-use plastic to festival-goers.

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกว่าร้อยคนจาก 19 ประเทศลงนามในแถลงการณ์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับร้านค้าปลีกและผู้บริโภคว่าการใช้ภาชนะและบรรจุภัณฑ์ใช้ซ้ำนั้นปลอดภัยแม้จะอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกันกับกรีนพีซ สหรัฐอเมริกา ผู้บริหารของ UPSTREAM และกลุ่ม Break Free From Plastic ที่ระบุว่า สารฆ่าเชื้อที่ใช้ในครัวเรือนได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอในการฆ่าเชื้อบนพื้นผิวหนา ๆ ได้ เท่ากับว่าการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ซ้ำนั้นสามารถใช้ได้  ส่วนใหญ่แล้วการติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นเป็นการติดต่อจากคนสู่คน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคในสหรัฐอเมริกาออกมาบอกว่าเป็นไปได้ยากมากที่เราติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจากการสัมผัสอาหารและบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ

ขณะนี้อุตสาหกรรมพลาสติกและปิโตรเคมีกำลังพยายามที่จะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมองว่าการให้บริการของพวกเขา “เป็นสิ่งจำเป็น” และขอความช่วยเหลือทางการเงินกับภาครัฐเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการทำให้กฎหมายทางสิ่งแวดล้อมมีความเข้มงวดลงด้วย ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นผู้คนทั่วโลกรวมตัวกันถอยห่างจากการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ด้วยการเลิกใช้ถุงพลาสติก หลอด ช้อนส้อม และอีกมากมาย แต่น่าเสียดายที่มลพิษพลาสติกยังคงเป็นวิกฤตทั่วโลกและมีผลกระทบอย่างมากต่อโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนที่มีรายได้ต่ำ วงจรชีวิตของพลาสติกส่งผลกระทบทั้งสิ้น ตั้งแต่การสกัดจากน้ำมัน ไปจนการทิ้งเป็นขยะ

9.การละเมิดสิทธิมนุษยชนและการประมงผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมประมงพาณิชย์

อุตสาหกรรมประมงพาณิชย์เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องจับตามองมาก เพราะรูปแบบด้วยการทำประมงแบบกวาดล้อมสัตว์ทุกชนิด ทุกวัย หลากสายพันธุ์ในปริมาณมาก ส่งผลกระทบหลายด้านต่อระบบนิเวศในมหาสมุทร รวมทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชนของลูกเรือชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่บนเรือประมง และล่าสุดกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนแบบนี้เกิดขึ้นบนเรือประมงของไต้หวัน 

A storage area on board longline fishing vessel Dong Yu 1518 in the South Pacific albacore tuna fishery.
Greenpeace travels into the Pacific to expose out of control tuna fisheries. Tuna fishing has been linked to shark finning, overfishing and human rights abuses.

รายงานการสืบสวนล่าสุดของกรีนพีซเอเชียตะวันออกพบการละเมิดสิทธิแรงงานและสิทธิมนุษชน ในกองเรือประมงของไต้หวัน โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะมีบริษัทผู้ค้าอาหารทะเลอันดับต้นของโลกเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การล่าหูฉลาม การบังคับใช้แรงงาน และการใช้เรือขนถ่ายสินค้าที่ผิดกฎหมาย  จากข้อมูลลูกเรือประมงซึ่งเป็นเหยื่อของการใช้แรงงานบังคับพบว่า มีความเชื่อมโยงกับมีเรืออย่างน้อยสองลำที่หาปลาส่งให้กับบริษัท ฟงชุนฟอร์โมซ่า หรือเอฟซีเอฟ (FCF)  โดยล่าสุด บริษัทดังกล่าวเพิ่งซื้อกิจการบัมเบิลบี (Bumble Bee) บริษัทอาหารทะเลอันดับต้นในสหรัฐอเมริกา

Shark tail fins in the freezer hold of Taiwanese longliner, Sing Man Yi 6, in the Pacific Ocean. The vessel's catch log lists blue sharks as the only shark species retained on board, however identification on the basis of detached fins is extremely difficult. Greenpeace travels into the Pacific to expose out of control tuna fisheries. Tuna fishing has been linked to shark finning, overfishing and human rights abuses.

ในรายงานเรื่อง “ทะเลนอกน่านน้ำ: แรงงานบังคับและการประมงที่ผิดกฎหมายในไต้หวัน” เจ้าหน้าที่ของกรีนพีซเอเชียตะวันออกได้สัมภาษณ์ลูกเรือประมงต่างชาติ ซึ่ง ทั้งหมดเป็นชาวอินโดนีเซีย ที่ทำงานอยู่บนเรือประมงซึ่งชักธงประเทศไต้หวัน  รวมถึงได้รวบรวมเอกสารสัญญาจ้างงานและค่าตอบแทนของลูกเรือประมงมาประกอบการวิเคราะห์ร่วมกับการใช้ระบบการระบุตัวตนแบบอัตโนมัติ (Automatic Identification System -AIS) เพื่อระบุเรือประมง เพื่อสร้างแผนที่ความเชื่อมโยงถึงท่าเทียบเรือและจุดที่มีแนวโน้มว่าจะมีการขนถ่ายสินค้ากลางทะเล (Transshipment) ขึ้น

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กรีนพีซเอเชียตะวันออก เรียกร้องให้บริษัทเอฟซีเอฟ ปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินทำธุรกิจให้เป็นในเชิงรุกและสร้างสรรค์มากขึ้น โดยเน้นที่การสร้างกลไกลด้านการตรวจสอบย้อนกลับห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลที่โปร่งใส ปราศจากวัตถุดิบที่มาจากการขนถ่ายสินค้ากลางทะเล และยึดถือมาตรฐานสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน อย่างเคร่งครัด

10.ไฟป่าในภาคเหนือของไทย ออสเตรเลียและบราซิล

ในปีนี้เรียกได้ว่าเกิดไฟป่าเกือบทั่วทุกมุมโลกรวมถึงในประเทศไทยด้วย ช่วงมีนาคมที่ผ่านมาถือเป็นช่วงวิกฤตของไฟป่าในเชียงใหม่และเชียงราย สถานการณ์ฝุ่นควัน PM2.5 ในปริมาณที่สูงทำให้ เชียงใหม่กลายเป็นเมืองที่มลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก 

ส่วนไฟป่าครั้งใหญ่ในออสเตรเลียกลายเป็นประเด็นใหญ่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งมันสร้างความเสียหายให้กับออสเตรเลียรุนแรง มหาวิทยาลัยซิดนีย์ประเมินโดยรวมว่ามีสัตว์ป่า 480 ล้านตัวได้รับผลกระทบนับตั้งแต่เกิดไฟป่านับในรัฐนิวเซาท์เวลล์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 จนถึงเดือนธันวาคม 2562 ไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์กินบริเวณ 27,000 ตารางกิโลเมตร (10,000 ตารางไมล์) ขนาดราว 26 เท่าของเนื้อที่กรุงมหานคร รัฐบาลออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินในเดือนพฤศจิกายน 2562 เมื่อไฟป่าขยายลุกลามออกไป มีผู้เสียชีวิต 23 คน สูญหาย 6 คน นับตั้งแต่เกิดฤดูไฟป่าขึ้นในรัฐนิวเซาท์เวลส์และวิกตอเรีย เฉพาะในรัฐวิกตอเรีย บ้านเรือน 1,500 หลังหายไปในเปลวไฟ 

Aftermath of the bushfires that burnt large areas of the NSW South Coast over the summer of 2019/2020.

ควันไฟป่าและมลพิษทางอากาศเข้าปกคลุมพื้นที่ตามบริเวณชายฝั่งและเมืองต่าง ๆ เป็นบริเวณกว้างนานหลายสัปดาห์ จากการรายงานข่าว หลายส่วนของซิดนีย์ เมืองใหญ่ที่มีประชากร 5 ล้านคนต้องผจญกับมลพิษทางอากาศที่สูงกว่าระดับปลอดภัยหลายเท่า ดัชนีคุณภาพอากาศในออสเตรเลียตะวันตกเฉียงใต้และไปไกลจนถึงนิวซีแลนด์ 

หน่วยงานด้านภาวะฉุกเฉินต่าง ๆ (Australia’s emergency services) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครอยู่ในแนวหน้าของการรับมือกับวิกฤตนี้ต่างทำงานอย่างกล้าหาญ อดทน และอุทิศตน ขณะที่สภาว่าด้วยการประกันภัยแห่งออสเตรเลีย(the Insurance Council of Australia) ประกาศชัดเจนว่า “รัฐบาล (ออสเตรเลีย) ต้องลงทุนในมาตรการที่ยั่งยืนถาวรเพื่อลดผลกระทบและสร้างศักยภาพในการฟื้นคืนจากวิกฤตเพื่อปกป้องชุมชนที่ได้รับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ไม่ว่าจะเป็นพายุไซโคลน พายุฝน อุทกภัยหรือไฟป่า”

นอกจากนี้สถานการณ์ไฟป่าในแอมะซอนยังคงน่าเป็นห่วง เมื่อเร็วๆนี้ กรีนพีซบราซิลระบุว่าเกิดไฟป่าในแอมะซอนขึ้นอีกครั้งโดยผืนป่าฝนเขตร้อนแห่งนี้ถูกคุกคามจากอุตสาหกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาการเกิดไฟป่าในแอมะซอนเพิ่มมากขึ้นถึง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ไฟป่ากินพื้นที่เป็นวงกว้างกว่า 1,034 ตารางกิโลเมตร

Hotspot directly in the forest, next to a freshly deforested area, with Deter warning, in Alta Floresta, Mato Grosso state.
Every year, Greenpeace Brazil flies over the Amazon to monitor deforestation build up and forest fires. In July, 2020, flights were made over points with Deter (Real Time Deforestation Detection System) and fire warnings, made by Inpe (National Institute for Space Research), in Pará and Mato Grosso states.

การเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกและความเสี่ยงของเหตุการณ์ไฟป่าที่มากขึ้นเป็นความเชื่อมโยงที่ซับซ้อน แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ทำให้เกิดไฟป่าแต่สามารถทำให้ไฟป่าสร้างความหายนะมากขึ้น เงื่อนไขของความเสี่ยงการเกิดไฟป่าคืออุณหภูมิ เชื้อเพลิง(เศษชีวมวลในป่า) ความแห้ง ความเร็วลมและความชื้น

ปัจจัยสำคัญของการเกิดวิกฤตสภาพภูมิอาการศหรือแม้กระทั่งโรคอุบัติใหม่คือการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน  เช่น การทำลายป่า การแผ้วถางพื้นที่เพื่อการเกษตร การขุดเจาะน้ำมันและการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงการขยายการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ เราจำเป็นต้องชะลอการทำลายทรัพยากรแบบนี้เพื่อไม่ให้โลกของเราอยู่ยากขึ้น