ในวันที่ 9 สิงหาคม 2564 เป็นวันดีเดย์ที่คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC จะเผยแพร่รายงานการประเมินครั้งที่ 6 (The Sixth Assessment Report หรือ AR6) ของคณะทำงานกลุ่มที่ 1 (Working Group 1) ว่าด้วย “พื้นฐานวิทยาศาสตร์กายภาพ( Physical Science Basis)” ออกสู่สายตาสาธารณะชน

รายงานนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า The Working Group I contribution to the IPCC Sixth Assessment Report : The Physical Science Basis ซึ่งเป็นส่วนแรกของรายงานการประเมินครั้งที่ 6 (The Sixth Assessment Report หรือ AR6)

รายงานที่น่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับมากที่สุดของ IPCC นี้ คือสารที่ส่งตรงจากนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศชั้นนำของโลกถึงรัฐบาลประเทศต่างๆ ในเรื่องความเข้าใจล่าสุดว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบสภาพภูมิอากาศของโลก ปัจจัยเหล่านั้นคืออะไร การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยมีมาก่อนและไม่อาจย้อนกลับได้นั้นจะเป็นอย่างไร การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันที่อาจจะเกิดขึ้นคืออะไร เราต้องตระหนักอะไรบ้าง และเรากำลังมุ่งหน้าไป ณ ที่ใด ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ขึ้นอยู่กับแนวทางที่เราเลือก

An inflatable globe is among protesters in Mexico City. 
Millions of people around the world strike from school or work to demand urgent measures to stop the climate crisis.

นี่คือข้อมูลสำคัญจากชุมชนวิทยาศาสตร์นานาชาติถึงผู้นำโลกทั้งหลาย ก่อนที่จะมีการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ ในเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้ โดยประเทศต่างๆ ควรจะต้องนำเสนอแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจก(Nationally Determined Contribution Roadmap)ที่แก้ไขปรับปรุง ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วเพียงพอที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทั้งโลกลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2573

นอกจากนี้ ยังมีรายงาน “ผลกระทบ การปรับตัวและความล่อแหลม (Impacts, Adaptation and Vulnerability)” ของคณะทำงานกลุ่มที่ 2 และรายงาน “การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก(Mitigation of Climate Change)” ของคณะทำงานกลุ่มที่ 3 รวมถึงรายงานสังเคราะห์ (Synthesis Report) จะเผยแพร่ในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม และตุลาคม 2565 ตามลำดับ

รู้จัก IPCC

IPCC เป็นองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วยสมาชิกจาก 195 ประเทศ ทำหน้าที่ป้อนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่าด้วยสภาพภูมิอากาศให้กับผู้กำหนดนโยบายในรัฐบาลทุกระดับ

IPCC ไม่ได้ทำงานวิจัยของตนเอง แต่จะทำการประเมินงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่และที่ได้รับการตีพิมพ์ นักวิทยาศาสตร์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะทำงานแบบอาสาสมัคร และรายงานแต่ละฉบับจะมีทีมประสานงาน ผู้เขียนนำ และบรรณาธิการของตนเองซึ่งผ่านกระบวนการคัดสรรที่เข้มงวด  โดยมีการตรวจสอบจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ(รวมถึงผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาล) ในวงที่กว้างขึ้น

IPCC ทำการเผยแพร่รายงานการประเมินทางวิทยาศาสตร์ทุกๆ 6-7 ปี  รายงานการประเมินครั้งที่ 5 (The Fifth Assessment Report หรือ AR5) เสร็จสมบูรณ์ในปี 2557 และเป็นฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญต่อความตกลงปารีส(the Paris Agreement) รายงานการประเมินครั้งที่ 6 ซึ่งจะสรุปผลรวมในปี 2564-2565 จะป้อนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ต่อการประเมินสถานการณ์ดำเนินงานระดับโลก(Global Stocktake) ภายใต้ความตกลงปารีส (พ.ศ.2565-2566) ที่จะนำไปสู่พันธะกรณีใหม่ว่าด้วยสภาพภูมิอากาศของประเทศต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายภายใต้ความตกลงปารีสที่จำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เกิน ขีดจำกัดที่ 1.5 องศาเซลเซียส

An activist holds a banner reading "Climate Crisis" on the banks of the Elbe river in Dresden, currently with a low water mark of 54cm.

รายงาน IPCC จัดทำขึ้นโดยรัฐบาลและรับรองโดยรัฐบาล  รัฐบาลมีส่วนร่วมในกระบวนการโดยการเห็นชอบต่อโครงร่างของรายงาน แสดงความคิดเห็นต่อร่างรายงานโดยผู้เชี่ยวชาญ และอนุมัติบทสรุปสำหรับผู้กำหนดนโยบายทุกบรรทัด เพื่อให้แน่ใจว่ารัฐบาลเข้าใจสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์บอก และ  บทสรุปดังกล่าวสะท้อนถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้กำหนดนโยบาย  นี่หมายถึงว่านักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศชั้นนำของโลกและผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาลได้ทำงานร่วมกัน โดยที่นักวิทยาศาสตร์รับรองว่าวิทยาศาสตร์จะไม่ถูกต่อรอง ในขณะที่ ผู้กำหนดนโยบายก็แน่ใจว่าพวกเขาได้รับข้อมูลที่ต้องการในรูปแบบที่เข้าใจได้

กระบวนการนี้ทำให้รายงานของ IPCC มีความน่าเชื่อถือและ “เป็นทางการ” จึงมีความแตกต่างจากรายงานที่ตีพิมพ์เผยแพร่โดยสถาบันวิจัยหรือองค์กรต่างๆ

รายงานการประเมินครั้งที่ 6 ของคณะทำงานกลุ่มที่ 1 ของ IPCC นี้ จะแสดงให้เห็นว่า

  • สภาพภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรจนถึงปัจจุบัน และจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอนาคตภายใต้ฉากทัศน์(scenarios)ต่างๆ  ตัวอย่างเช่น รายงานจะอัพเดตการคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจนถึงปี 2643 และอนาคตหลังจากนั้น (ปี 2843)
  • ระบบสภาพภูมิอากาศโลกมีความอ่อนไหวต่อการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกอย่างไร และเน้นถึงความเข้าใจที่มีมากขึ้นของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว(extreme events) และความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์เหล่านี้กับกิจกรรมของมนุษย์
  • เน้นมากขึ้นถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับภูมิภาค ข้อมูลที่สัมพันธ์กับการประเมินความเสี่ยงในระดับภูมิภาคโดยมีระบบแผนที่ออนไลน์( interactive online regional atlas)เป็นเครื่องมือ
  • เป็นครั้งแรกที่รายงานประเมินของ IPCC ให้ความสำคัญมากกับภาพฉายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (emission scenario) ที่เจาะลึกไปที่การจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เกิน 1.5°C ที่เรียกว่า Shared Socioeconomic Pathways (SSP1-1.9) ซึ่งเพิ่มเติมเข้ามาหลังจากมีการรับรองเป้าหมายขีดจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกภายใต้ความตกลงปารีส

สิ่งที่ไม่มีในรายงานนี้คือการอธิบายอย่างละเอียดถึงสิ่งที่เราเผชิญในแง่ของผลกระทบและความเสี่ยงของวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่มีต่อมนุษย์ และเราจะหลีกเลี่ยงได้อย่างไร  และจะไม่อภิปรายถึงแนวทางเพื่อบรรลุเป้าหมายของความตกลงปารีสเพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกที่ 1.5 องศาเซลเซียส  ประเด็นเหล่านี้จะมีอย่างละเอียดรายงานการประเมินครั้งที่ 6 ส่วนที่จะเผยแพร่ในปี 2565

รายงานของ IPCC ทำการประเมินการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์แล้ว  ดังนั้น สิ่งที่รายงานนำเสนอไม่มีอะไรน่าประหลาดใจสำหรับผู้ที่ติดตามพัฒนาการวิทยาศาสตร์สภาพภูมิอากาศ ท้ายที่สุด นี่คือรายงานการประเมินครั้งที่ 6 ของชุมชนวิจัยสภาพภูมิอากาศ และยังมีรายงานพิเศษสามฉบับที่เผยแพร่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาว่าด้วยวิกฤตโลกร้อน 1.5°C, มหาสมุทรและหิมะ/น้ำแข็งที่อยู่ใต้ผิวโลกและบนผิวโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและแผ่นดิน ซึ่งเป็นฐานสำคัญต่อรายงานการประเมินครั้งที่ 6 

More than one hundred people including youth and tourists have participated in the Climate Strike in Bangkok, marching around Lumpini park to call on Thai government to urgently tackle the climate emergency crisis.
They also perform a die-in.
The activity is part of the 4th Global Climate Strike.

ในทางปฏิบัติ รายงานของ Working Group 1 ฉบับเต็มจะมีทั้งหมด 12 บท และหนามากกว่าพันหน้าซึ่งครอบคลุมมิติที่หลากหลายของพื้นฐานวิทยาศาสตร์กายภาพ  ส่วนของรายงานที่จะมีการสรุปสุดท้ายและมีการรับรองแต่ละบรรทัดในการประชุมออนไลน์ (ช่วงวันที่ 26 กรกฎาคม – 6 สิงหาคม 2564) คือ บทสรุปสำหรับผู้กำหนดนโยบาย (the Summary For Policymakers) ทั้งหมด 40 รายการ ซึ่งเป็นส่วนของรายงานที่มักจะได้รับความสนใจมากที่สุด


เมื่อมีการเผยแพร่ออกมาแล้วในวันที่ 9 สิงหาคม 2564 รายงานนี้ในฐานะสาส์นที่เชื่อถือได้ล่าสุดจากชุมชนวิจัยสภาพภูมิอากาศจะสร้างผลสะเทือนต่อการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 (COP26) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม – 12 พฤศจิกายนที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ คาดว่าคณะเจรจาจากประเทศต่างๆ จะปรากฎตัวพร้อมกับแผนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศจนถึงปี 2573 ที่ปรับแก้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียสของความตกลงปารีส

โดยสรุป ในระดับประเทศ นักวิทยาศาสตร์ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจที่ก้าวหน้า นายกเทศมนตรี ผู้นำในภาคการเงิน และภาคส่วนต่างๆ จำเป็นต้องศึกษารายงานนี้อย่างรอบคอบ และตรวจสอบให้แน่ใจว่ารัฐบาลของแต่ละประเทศตระหนักถึงบทสรุปสำหรับผู้กำหนดนโยบาย และเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ ครั้งที่ 26 (COP26) พร้อมกับแผนงานที่พร้อมลงมือทำ

สามารถดู Climate Change Performance Index ของประเทศไทยได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ต้องประกาศใช้ระบบ Net Metering

ร่วมเรียกร้องให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ออกมาตรการ net metering รับซื้อไฟฟ้าโซลาร์รูฟจากบ้านเรือนของประชาชนทั่วไป

มีส่วนร่วม