สรุปจากเสวนา ‘นายกฯ ไป COP26 = สภาพพ!!’ เสวนาที่ชวนตัวจริงในวงการมาแลกเปลี่ยนกันว่าเมื่อนายกฯ ไทย กำลังจะไปประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP26) จะบ้งไหมยังไง

COP26 เป็นการประชุมรัฐภาคีของความตกลงพหุภาคีระหว่างประเทศ(Multilateral Agreements)ต่างๆ ภายใต้การดำเนินงานขององค์การสหประชาชาติ Conference of Parties ที่เป็นรู้จักกันดีคือการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ(UNFCCC) ซึ่งเป็นเวทีเจรจาระหว่างประเทศที่ดำเนินสืบเนื่องมาเกือบ 3 ทศวรรษ และในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ จะมี COP26 ที่กลาสโกว์ ซึ่งทุกประเทศภายใต้ UNFCCC จะเข้าร่วมการเจรจาและให้คำมั่นต่อเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งแน่นอนว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยก็จะเข้าร่วมประชุมและแถลงเป้าหมาย Net Zero ที่เพิ่งหยิบยกขึ้นมาเมื่อเร็วๆ นี้

รู้จัก COP26

COP26 คืออะไร ทำไมทั่วโลกจึงให้ความสำคัญ ธีระพงศ์ แสงลาภเจริญกิจ ผู้ประสานงานการปฏิวัติเมืองยั่งยืน กรีนพีซ ประเทศไทย อธิบายเกี่ยวกับการประชุม COP26 ดังนี้

  • COP  ย่อมาจาก (Conference of Parties) โดยเป็นการประชุมรัฐภาคีของความตกลงพหุภาคีระหว่างประเทศ(Multilateral Agreements)ต่างๆ ภายใต้การดำเนินงานขององค์การสหประชาชาติ Conference of Parties ที่เป็นรู้จักกันดีคือการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(UNFCCC) ซึ่งเป็นเวทีเจรจาระหว่างประเทศที่ดำเนินสืบเนื่องมาเกือบ 3 ทศวรรษ
  • เวทีเจรจาว่าด้วยวิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ COP21 ซึ่งนำไปสู่ความตกลงปารีส(Paris Agreement)
  • ในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ จะมี COP26 ที่กลาสโกว์ ทุกประเทศภายใต้ UNFCCC จะเข้าร่วมการเจรจาและให้คำมั่นต่อเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งแน่นอนว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยก็จะเข้าร่วมประชุมและแถลงเป้าหมาย net zero ที่เพิ่งหยิบยกขึ้นมาเมื่อเร็วๆ นี้
  • การพูดคุยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวรายงานสำคัญของกรีนพีซ ประเทศไทย 2 ฉบับ “เบื้องหลังการนำเข้าถ่านหินและข้อเสนอการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยั่งยืนและเป็นธรรมในไทย” และ “ปลดระวางถ่านหินเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมในประเทศไทย” ซึ่งการพูดคุยครั้งนี้ได้กล่าวถึงแผนการเดินทางไปประชุม COP26 ของผู้นำไทยที่กลาสโกว์ต้นเดือนหน้านี้ ว่าจะมีแนวทางให้คำมั่นสัญญาสำคัญอย่างการลดการปลดปล่อยคาร์บอนจนสามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero และการประกาศเลิกใช้ถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้หรือไม่ รายงานทั้งสองฉบับนี้จะเป็นคำตอบว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยสามารถปลดระวางการใช้ถ่านหินได้จริงภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และชวนจับตามองท่าทีของผู้นำไทยในเวทีโลกในเรื่องนี้
Our planet is on fire and the leaders of the world are not putting out the fire. Just 37 days before the beginning of the United Nations Climate Summit (COP 26), young people from all over the world are joining in a new day of mobilizations to demand urgent attention to the climate and biodiversity crisis that our planet is experiencing. Greenpeace supports climate movements calling for urgent measures to mitigate and adapt to climate change. Time is up, you must act now.

สถานการณ์ถ่านหินทั่วโลกและของไทยเป็นอย่างไร ทำไมเราต้องพูดเรื่องการปลดระวางถ่านหิน

สรุปจาก รศ.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายได้ดังนี้

  • การปลดระวางถ่านหินคือการเลิกพึ่งพาการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหิน คนจึงกังวลว่าหากมีการเลิกใช้ถ่านหินจริงๆ สถานการณ์ไฟฟ้าและพลังงานในประเทศจะเป็นอย่างไร ในเมื่อรู้กันว่าพลังงานถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาถูก
  • ในความจริงการจะได้พลังงานถ่านหินมาเราต้องผ่านกระบวนการตัดต้นไม้ เปิดหน้าดิน ขุดทำเหมืองถ่านหินขึ้นมา และขนส่งทางทะเลเพื่อกลับมาใช้ในไทย แล้วจึงจะผลิตเป็นพลังงานได้ ใช้พลังงานเยอะมาก แต่สิ่งที่เราได้กลับมาเป็นไฟฟ้านั้นนับเป็นแค่ 1 ใน 3 ของพลังงานที่เสียไปเท่านั้น
  • นอกจากพลังงานที่ได้รับ ยังก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ ทางอากาศ และทางดินแถมมาด้วย
  • คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂ ) ที่ปลดปล่อยออกมาจากถ่านหินนั้นสูงกว่าเชื้อเพลิงอื่น ๆ ถึง 2 เท่า ในการผลิตไฟฟ้าหนึ่งหน่วยเท่า ๆ กัน เมื่อเทียบการเผาไหม้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติกับการเผาไหม้ถ่านหิน พบว่าถ่านหินจะปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา 1 กิโลกรัม แต่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากจากการเผาไหม้ของก๊าซธรรมชาติจะมีแค่ 400 กว่ากรัมเท่านั้น   
  • ถ่านหินเป็นตัวการสำคัญที่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  (CO₂) ออกมามากที่สุด ในปีที่ผ่าน ๆ มาปล่อยมากถึง 13.7 กิกะตัน  
  • เมื่อนับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทั้งต้นทุนภายนอกที่ต้องนำไปดูแลคนที่ได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพ การเยียวยาเรื่องที่ดินทำกิน จัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้นทุนที่แท้จริงของถ่านหินที่หลายคนคิดว่าราคาถูกจึงอาจไม่ได้ถูกอย่างที่คิด ดังนั้น ถ่านหินจึงไม่ใช่พลังงานราคาถูกอย่างที่คิด
  • แนวโน้มทั่วโลกเริ่มมีการถอนการลงทุนด้านถ่านหิน (Coal Divestment) แล้ว ยิ่งมีการพยายามแก้ไขปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศผ่าน ความตกลงปารีส ‘Paris Agreement’  โดยรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส เหนืออุณหภูมิในช่วงก่อนการพัฒนาอุตสาหกรรม และพยายามจำกัดให้อุณภูมิโลกต่ำกว่านั้นประมาณ 1.5 องศาเซลเซียสในช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม
  • หลาย ๆ ประเทศจึงเริ่มมีการประกาศเป้าหมายสู่ Net Zero Carbon แล้ว ส่วนของประเทศไทยประกาศไว้ว่าจะทำให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2070 (พ.ศ. 2613) แต่ยังไม่มีแผนการว่าจะไปสู่จุดนั้นได้อย่างไร
Greenpeace activists demonstrate at the Climate Strike 2021 in Berlin. The environmental activists are protesting for more climate-friendly policies to avoid a growing global climate crisis. The strike is taking place two days before the federal election.

In Germany alone, demonstrations are taking place in about 500 cities. Greenpeace is supporting "Fridays For Future" and Greenpeace volunteers are participating in many cities in Germany.

ถ้าปลดระวางถ่านหินได้จริง ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร

  • แม้จะเอาสัดส่วนถ่านหินออกไปจากแผน PDP ก็ไม่ได้กระเทือนความมั่นคงทางพลังงานทางไฟฟ้าของไทย ที่ปกติก็เพียงพอแล้ว ทั่วโลกตั้งกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองตามมาตรฐานสากลจะกำหนดไว้ราว 15% ของความต้องการไฟฟ้าสูงสุดก็เพียงพอแล้ว
  • ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองสูงถึง 43-48% จากการจำลองว่าในปี 2570 เราสามารถปลดระวางถ่านหินได้จริง กำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศไทยก็ยังสูงกว่ามาตรฐานสากลที่กำหนดไว้ที่ 15% หรือแม้ว่าจะเลิกในปี 2580 ประเทศไทยก็ยังมีความมั่นคงทางพลังงานอยู่ดี 
  • ประเทศไทยมีพลังงานทางเลือกหลายประเภท ทั้งพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงแดด พลังงานน้ำ และก๊าซชีวภาพ ซึ่งหลายๆ แหล่งพลังงานมีประสิทธิภาพสูงมาก ทำให้สามารถกระจายแหล่งพลังงานให้สมดุลได้
  • กำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยมีแค่ 30,000 เมกะวัตต์ก็เพียงพอแล้ว แต่เรากลับมีมากถึง 45,000 เมกะวัตต์ ทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าส่วนที่เราสร้างโรงไฟฟ้าสำรองเอาไว้ กลายเป็นต้นทุนที่สำคัญของค่าไฟฟ้าในประเทศไทย 
  • ที่ผ่านมาแม้โรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่จะไม่มีการเดินเครื่องเลย แต่รัฐก็ต้องจ่ายค่าความพร้อมจ่ายให้เอกชน (ประมาณการว่าค่าความพร้อมจ่ายอยู่ที่ 33,000 ล้านบาทต่อปี) ซึ่งค่าความพร้อมจ่ายเหล่านี้ถูกบวกรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าของพวกเรา ค่าไฟฟ้าจึงแพงกว่าที่ควรจะเป็น
  • การตัดโรงไฟฟ้าถ่านหินออกไปก็เหมือนลดค่าความพร้อมจ่าย แม้ช่วงแรกหลังจากตัดค่าไฟฟ้าอาจจะแพงขึ้นเพราะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ในระยะยาวค่าไฟในประเทศจะดีขึ้นเรื่อย ๆ

ประโยชน์สำคัญหากเลิกใช้ถ่านหินได้จริง

สิ่งที่เกิดทันทีคือการลดปริมาณสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษทางอากาศ และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตามมา คือ

  • หากสามารถยกเลิกถ่านหินได้ในปี 2570 จะทำให้เราลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ มากถึง 38,200 ล้านตัน แต่หากไม่ทำอะไรเลยอย่างในปัจจุบัน และมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เรามีผู้ป่วยจากมลพิษทางอากาศมากถึง 8,000-9,000 รายต่อปี 
  • เพราะถ่านหินสร้างคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าฟอสซิลอื่น ๆ ถึงเราจะใช้พลังงานไฟฟ้าเท่าเดิม ก็สามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 2 เท่าถ้าเลิกใช้ถ่านหิน กรณีที่เรายกเลิกการใช้ถ่านหินทันทีจะลดคาร์บอนไดออกไซด์ไปได้ปีละ 37-47 ล้านตัน (ปริมาณเทียบเท่ากับการดูดซับคาร์บอนของป่าที่มีใหญ่ขนาด 4 เท่าของกรุงเทพฯ) ซึ่งจะทำให้ไทยก้าวไปสู่ Net Zero Carbon ได้เร็วขึ้นด้วย 
  • นอกจากนั้นยังมีประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ เพราะสามารถนำเงินที่จ่ายเป็นค่าความพร้อมจ่ายให้โรงไฟฟ้าต่าง ๆ ไปลงทุนอย่างอื่นได้ หรือลดค่าไฟฟ้าให้ไม่ต้องจ่ายค่าความพร้อมจ่ายที่ไม่จำเป็นได้

หากไม่ยอมปลดระวางถ่านหิน หรือเปลี่ยนผ่านพลังงานในไทย จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไร

ความเห็นจาก ภาคภูมิ โกเมศโสภา ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน ตัวแทนผู้ทำงานกับภาคธุรกิจด้านความยั่งยืน กล่าวว่า เป้าหมายระดับประเทศของไทยประกาศไว้ว่าตั้งใจจะลดก๊าซเรือนกระจกในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ.2573)ให้ได้ 20% ถือเป็นเป้าหมายที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ไม่เข้ากับสถานการณ์โลก ซึ่งได้แจกแจงเป็นประเด็น ดังนี้

  • หากเทียบตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เราสามารถปล่อยได้ใน 10 ปีต่อจากนี้ ต้องน้อยกว่าที่สัญญาไว้ถึงครึ่งหนึ่ง
  • ภาคธุรกิจในประเทศต้องรับแรงกดดันจากกลุ่มคู่ค้าต่างชาติหรือบริษัทต้นสังกัดที่อยู่ในประเทศที่มีนโยบายบังคับให้บริษัทตั้งเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกที่จริงจังตามหลักวิทยาศาสตร์ (SBTi) คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับที่ไม่ทำให้โลกมีอุณหภูมิเกิน 2 องศาเซลเซียสเป็นอย่างน้อย โดยจะมีการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่วัตถุดิบ ซึ่งประเทศไทยก็เป็นฐานการผลิตวัตถุดิบเช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงถือเป็นงานหนักสำหรับภาคธุรกิจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพราะในภาคการผลิตสินค้าและบริการใด ก็ยังต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งผลิตซึ่งมีที่มาจากถ่านหิน 
  • หรือแม้แต่กับคนทั่วไปที่อยากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของตัวเอง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย เพราะหนึ่งในรอยเท้าคาร์บอนคือการใช้ไฟฟ้า การจะลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก หรือการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่สามารถทำได้เพียงแค่การเริ่มที่ตัวเอง เพราะมันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทุกคนต้องใช้ไฟฟ้าที่เราไม่สามารถเลือกได้จากแหล่งฟอสซิล
  • ยกตัวอย่างเช่น การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) นั้นจะมีประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของพลังงานไฟฟ้า โดยประเทศในแถบยุโรปการใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 69% เพราะสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนสูง ในขณะที่ประสิทธิของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในจีนมีเพียง 20 – 45% เนื่องจากยังมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สูงอยู่
Due to the coronavirus (Covid-19) shutdown, public squares, parks, streets and restaurants and the international airport are almost deserted. People have to keep distance.

อะไรคืออุปสรรคในการเปลี่ยนผ่านพลังงานในไทย

สฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการ ด้านการพัฒนาความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด ให้ความเห็นว่า อุปสรรคในการเปลี่ยนผ่านพลังงานในไทยมี 3 เรื่องใหญ่คือ หนึ่ง-ไม่มีภาวะการรับผิด สอง-ปัญหาวิสัยทัศน์ของผู้กำหนดนโยบาย สาม-กลุ่มผลประโยชน์ที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมือง

  • การไม่มีภาวะรับผิดเห็นชัดจากเรื่องการวางแผนพลังงานของประเทศไทยที่มีการพยากรณ์ความต้องการการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูง และแม้จะไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ แต่เมื่อกลับมาพยากรณ์ใหม่อีกครั้งก็ยังพยากรณ์ไว้สูงอยู่ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าาสำรองเมื่อเทียบกับการใช้ไฟฟ้าจริงนั้นต่างกันเยอะมาก 
  • วิธีคิดว่าพลังงานต้องจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ต้องรวมศูนย์ ต้องคุมจากศูนย์กลางกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ทั้ง ๆ ที่หากส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างโซลาร์รูฟท็อปที่คนทุกคนสามารถผลิตไฟฟ้าได้เองและหากมีเหลือก็สามารถนำไฟฟ้าไปขายได้ ก็สอดคล้องกันกับแนวคิดเรื่องประชาธิปไตยพลังงาน และหลาย ๆ ประเทศเองก็เริ่มส่งเสริมโครงการนี้
  • การแข่งขันเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยผลักดันเรื่องธรรมาภิบาลในภาคพลังงาน แต่ประเทศไทยกลับไม่ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน หนำซ้ำยังปล่อยให้ธุรกิจฟอสซิลได้เงินอุดหนุน ได้สิทธิประโยชน์ เช่น การลดหย่อนภาษี มีอิทธิพลทางการเมือง

จุดยืนของประเทศไทยใน COP26

“แถลงไปเลยว่าเราจะเลิกใช้ถ่านหินในการผลิตพลังงานไฟฟ้า โดยเริ่มต้นแห่งแรกคือโรงไฟฟ้าของรัฐบาลเอง เพราะถ้าเกิดเราสามารถทำให้เห็นเป็นตัวอย่างได้ว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าประเทศไทยกำลังก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก และรับผิดชอบต่อสังคม” รศ.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ – นักวิชาการด้านวิศวกรรมไฟฟ้า

“ตั้งเป้าหมายที่อิงตามหลักวิทยาศาสตร์ ตั้งไปเลยว่าประเทศเราจะไม่ไปทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส และช่วยทำให้ตลาดการซื้อขายพลังงานหมุนเวียนสะดวกมากขึ้นหน่อย ช่วยทำนโยบายที่เปิดทางให้ภาคธุรกิจที่อยากได้แหล่งพลังงานหมุนเวียนมาลดก๊าซเรือนกระจกด้วย” ภาคภูมิ โกเมศโสภา – ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน ตัวแทนผู้ทำงานกับภาคธุรกิจด้านความยั่งยืน

“เห็นด้วยว่าควรประกาศเลิกใช้ถ่านหิน เพราะไม่ใช้ก็ไม่เป็นไร กำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศเรายังมีมโหฬารมาก และอยากให้ตั้งเป้าหมายอยู่บนฐานของความเป็นจริง มันดูตลกที่ประเทศอื่นจะ Net Zero Carbon ในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ.2593 )แล้วเราจะทำให้สำเร็จในปี ค.ศ 2070 (พ.ศ.2613 )เหมือนอยู่ดี ๆ ก็อยากขอเวลาเพิ่มจากคนอื่นโดยไม่มีเหตุผล เราควรจะไปในหมุดหมายเดียวกัน คือปี ค.ศ. 2050” (พ.ศ.2593 )

“นอกจากนี้สิ่งที่อยากเห็นคือเรื่องของการส่งเสริมการแข่งขัน ขจัดอำนาจผูกขาดในภาคพลังงาน ซึ่งสิ่งนี้คงจะเรียกร้องที่รัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเรียกร้องไปที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานด้วย เพราะการทลายอำนาจผูกขาด ส่งเสริมการแข่งขันเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ภาคธุรกิจเข้ามาอยู่ในสถานะที่ทำให้เขามีอำนาจต่อรองและช่วยขับเคลื่อนนโยบายไปสู่สังคม Low Carbon ได้” สฤณี อาชวานันทกุล – กรรมการผู้จัดการ ด้านการพัฒนาความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด

ย้อนฟังการบันทึกเสียง เสวนา ‘นายกไป COP 26 = สภาพพ!’

Air Pollution in Bangkok. © Chanklang  Kanthong / Greenpeace
ขออากาศดีคืนมา

กรีนพีซเสนอให้กรมควบคุมมลพิษยกร่างมาตรฐาน PM2.5 ในบรรยากาศสำหรับประเทศไทยขึ้นใหม่

มีส่วนร่วม