4 ปีมาแล้ว ที่คนไทยยังต้องเจอฝุ่นพิษ PM2.5 เราเคยสงสัยไหมว่าทำไมกฎหมายอากาศสะอาดที่จะมาแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ของไทย ถึงไม่เกิดเสียที ทั้งที่ประชาชนต้องการ และพรรคการเมืองต่างๆ สนับสนุน จนเกิดร่างกฎหมายสะอาดและกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการมลพิษกว่า 5 ฉบับเข้าไปแล้ว สาเหตุอาจน่าเจ็บใจกว่าที่คิด นั่นคือเรายังคงใช้แนวคิดของ “กฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน” เมื่อ 75 ปีก่อน มาปัดตกกฎหมายที่จะมาปกป้องชีวิตผู้คนในยุคปัจจุบันทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

Activists hold placards sending message to Thai government to tackle air pollution problem.

Greenpeace Thailand together with EnLaw, EARTH, BioThai, Foundation for Consumers, Friend Zone, Mayday, Climate Strike Thailand and civil society today call on Thai government to take urgent steps to combat the PM2.5 levels in Thailand’s air.

กฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินคืออะไร ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2489  หรือสมัยที่เรายังมี นายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีกฎหมายฉบับหนึ่งชื่อว่า “ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน”  ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีปัดตกร่างกฎหมายใดๆ ก็ตามที่เข้าข่ายว่าส่งผลต่อการเงินการคลังของประเทศ (แต่กฎหมายสำคัญ ๆ ทุกฉบับก็ต้องเกี่ยวกับการเงินหรือเปล่านะ?)  ได้ตั้งแต่ร่างกฎหมายฉบับนั้นยังไม่ผ่านเข้าสภาฯ  

เหตุผลหนึ่งที่ต้องมีกฎหมายฉบับนี้ ปรากฎในรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2491 ซึ่งพระยาอรรถการีย์นิพนธ์ได้อภิปรายรับรองอำนาจนายกรัฐมนตรีในนามรัฐบาลว่า  “…รัฐบาลเป็นผู้คุมกระเป๋าเงินของประเทศจึงทราบว่าตนมีกำลังทรัพย์ที่จะบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ รัฐบาลจึงควรต้องรู้ก่อน…”

กฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินมีชีวิตต่อมาหลายยุคหลายสมัย แต่ถูกยกเลิกไปหลังเรามีรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่เปิดให้ร่างกฎหมายใด ๆ ก็ตามที่เสนอโดยประชาชน 50,000 รายชื่อ ไม่ต้องให้นายกฯ รับรองว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินและเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภาฯ ได้เลย (ซึ่งถ้าประชาชนชนเสนอร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดในยุคนั้น ก็จะถูกพิจารณาในสภาฯ และเราจะได้เห็นในการอภิปรายว่า ส.ส.คนไหนสนับสนุนหรือคัดค้าน) แต่รัฐธรรมนูญปี 2550 และปี 2560 ได้ขยายขอบเขตอำนาจให้กฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินกลายเป็นเครื่องมือที่นายกรัฐมนตรีใช้ปัดตกกฎหมายที่ไม่ต้องการให้เข้าสู่สภาฯ อีกครั้ง ซึ่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้อำนาจนี้ปัดตกร่างกฎหมายที่จะมาแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่เสนอจากทั้งประชาชนและพรรคการเมืองไปแล้ว 3 ฉบับ 

ควรหรือไม่ที่หลักการเมื่อ 75 ปีก่อนยังคงถูกใช้ในยุคปัจจุบัน?

“…นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นผู้ใช้เงินงบประมาณ จึงมีความรู้สถานะทางการเงินการคลังของประเทศเป็นอย่างดี โดยเหตุนี้กฎหมายใดที่จะส่งผลต่อสถานะการเงินการคลังของรัฐ จึงต้องให้นายกรัฐมนตรีรับรองเสียก่อน…”  

ข้อความข้างต้นนี้อยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 133 หรือใน พ.ร.บ.เนื่องด้วยการเงินฯ ฉบับล่าสุด ที่ทำให้กฎหมายอากาศสะอาดของไทยไม่เคยผ่านเข้าสู่สภาฯ เลยสักฉบับ ซึ่งถ้าเราอ่านดูดีๆ จะคุ้นๆ เพราะสาระหลักแทบไม่ต่างจากที่พระยาอรรถการีย์นิพนธ์กล่าวไว้เมื่อปี พ.ศ. 2491 

แต่จริงหรือไม่ที่ “นายกรัฐมนตรีมีความรู้สถานะการเงินของประเทศเป็นอย่างดี” ควรเป็นคำตอบเดียวในการบริหารประเทศ? หากเรานำตัวเลขทางเศรษฐกิจที่เกิดจากฝุ่นพิษ PM 2.5 มารวมกัน ทั้งภาระทางสุขภาพที่ประชาชนและภาคสาธารณสุขต้องแบกรับ การเสียโอกาสแข่งขันในธุรกิจท่องเที่ยว และการที่จังหวัดใหญ่ๆ ของไทยติดอันดับเมืองคุณภาพแย่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก สิ่งเหล่านี้ควรถูกคิดคำนวณและให้ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนประชาชนมีส่วนร่วมอภิปรายด้วยหรือไม่ ?

Activists hold placards sending message to Thai government to tackle air pollution problem.

Greenpeace Thailand together with EnLaw, EARTH, BioThai, Foundation for Consumers, Friend Zone, Mayday, Climate Strike Thailand and civil society today call on Thai government to take urgent steps to combat the PM2.5 levels in Thailand’s air.
© Wason Wanichakorn / Greenpeace

ปัดตกได้แบบงงๆ ไม่ต้องบอกเหตุผล?

กฎหมายหลายฉบับที่เสนอเข้าสภาฯ มาจากการระดมรายชื่อเพื่อเสนอกฎหมายอย่างยากลำบากของประชาชน แต่ด้วยอำนาจที่ได้จากกฎหมายเกี่ยวเนื่องด้วยการเงิน นายกฯ สามารถปัดตกร่างกฎหมายเหล่านั้นโดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลและไม่ต้องถูกตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมามีความพยายามทวงถามเหตุผลจากนายกรัฐมนตรีว่าเพราะเหตุใดถึงปัดตกกฎหมายที่มีประโยชน์ต่อประชาชนหลายฉบับแต่ไม่ได้รับการชี้แจงแต่อย่างใด 

อย่างไรก็ตาม แม้เราจะไม่รู้ว่าในอนาคตยังจะมีกฎหมายการเงินคอยสกัดกั้นกฎหมายที่มีประโยชน์ต่อประชาชนอยู่หรือไม่ แต่หากเราไม่เสนอกฎหมายใหม่ ๆ เลยโอกาสที่เราจะมีกฎหมายที่จะมาดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนก็นับว่าเป็นศูนย์เช่นกัน

ขณะนี้มีร่างกฎหมายเพื่อคุณภาพชีวิตประชาชนและสิ่งแวดล้อมอีกสองฉบับที่กำลังรอจะได้ไปต่อ คือพ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่เสนอโดยเครือข่ายอากาศสะอาด ลงชื่อสนับสนุนได้ที่นี่ ซึ่งกำลังอยู่ในการพิจารณาของนายกฯ และร่างกฎหมายว่าด้วยการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) ซึ่งกำลังเปิดรับลงรายชื่อจากประชาชน ทาง https://thaiprtr.com/ 

Representatives from EnLAWThai Foundation (EnLAW), Ecological Alert and Recovery - Thailand(EARTH), Greenpeace Thailand and civil society groups submit the proposed Pollutant Release and Transfer Register (PRTR) draft to the House of Representatives at the Parliament in Bangkok. 
According to the groups, the proposed law will give people’s right to know what chemical and hazardous substance have been released from factories and in what amount. The government will also have data of toxic chemicals inventories to prevent chemical accidents.
ตัวแทนจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม มูลนิธิบูรณะนิเวศ กรีนพีซ ประเทศไทย และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน เดินทางไปที่สัปปายะสภาสถาน เพื่อยื่นริเริ่มเสนอร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ…. (PRTR) ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดำเนินการรวบรายชื่อ 10,000 รายชื่อในการเสนอร่างกฎหมายภาคประชาชนเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภา

หากร่างกฎหมาย PRTR ไม่ถูกปัดตกและเราได้ใช้กันจริงๆ ผู้ปล่อยมลพิษต่างๆ จะต้องเปิดเผยชนิดและปริมาณของสารเคมีหรือสารมลพิษที่มีการปลดปล่อยจากแหล่งกำเนิดมลพิษสู่ตัวกลางสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศ ดิน น้ำ ฯลฯ  ต่อสาธารณชน ซึ่งสนับสนุนสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (Right to Know) ของประชาชน ซึ่งสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร นับเป็นสิทธิแรกๆ ที่เป็นรากฐานการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในทุกประเทศ

ร่วมสู้อีกครั้งหนึ่งผ่านการผลักดันร่างกฎหมาย PRTR ฉบับประชาชน ซึ่งเราหวังว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่ถูกปัดตกตั้งแต่ยังไม่ผ่านตาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกต่อไป

ร่วมผลักดันร่างกฎหมาย PRTR

ผู้ปล่อยมลพิษต่างๆ จะต้องเปิดเผยชนิดและปริมาณของสารเคมีหรือสารมลพิษที่มีการปลดปล่อยจากแหล่งกำเนิดมลพิษสู่ตัวกลางสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศ ดิน น้ำ ฯลฯ  ต่อสาธารณชน ซึ่งสนับสนุนสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (Right to Know) ของประชาชน

ลงชื่อ

#ThaiPRTR #OpenDataมลพิษ #RightToCleanAir