สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่าง “การมีชีวิต” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ในวันที่เราเห็นภาพหลายพื้นที่ทั่วโลกต้องเจอกับพายุ ฝนตกหนัก คลื่นความร้อน ภัยแล้ง น้ำท่วมรุนแรงและภัยธรรมชาติอีกมากมาย ซึ่งล้วนเป็นผลกระทบของวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าเราอย่างชัดเจนกว่าที่เคยเป็นมา หากมนุษยชาติและผู้มีอำนาจยังคงเพิกเฉย วิกฤตเหล่านี้ก็จะกระทบต่อสิทธิมนุษยชนในอีกหลายแง่มุมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

สิทธิมนุษยชนมีหลักการว่า ประชาชนจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาค มีความปลอดภัยและอิสรภาพในการดำรงชีวิตและได้รับการคุ้มครองจากรัฐ และสิทธิมนุษยชนสิทธิเหล่านี้กำลังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็น สิทธิในชีวิต สุขภาพ อาหาร และมาตรฐานที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต 

ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

On International Human Rights Day 2019, Greenpeace Spain activists project a video over the exterior of the Palace of the Senate of Spain from the Sabatini Gardens to thank activists, climate strikers, Indigenous Peoples and frontline leaders for their courageous actions to protect people and the planet in the year. The activists also challenge international UN Climate Summit delegates attending COP25 in Madrid, asking when was the last time they had taken serious, ambitious actions to address the climate emergency.
© Mikel Konate / Greenpeace

ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน พ.ศ.2491 จัดทำขึ้นตามเจตนารมณ์แห่งอุดมคติสูงสุดโดยมีหลักการที่ช่วยส่งเสริมให้มนุษย์ทุกคนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี อิสรภาพ ความเสมอภาค ความยุติธรรม และสันติภาพ โดยมิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2563 ขณะแถลงการณ์เปิดการประชุมสภาสิทธิมนุษยชนสมัยที่ 42 ไว้ว่า

“วิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงและส่งผลกระทบต่อทุกภูมิภาคของโลก การคาดการณ์ของระดับอุณหภูมิที่จะเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบันนั้นคือความหายนะ เกิดพายุมากขึ้น กระแสน้ำอาจท่วมทั้งประเทศที่เป็นเกาะและเมืองชายฝั่ง ไฟไหม้โหมกระหน่ำไปทั่วทั้งป่า น้ำแข็งกำลังละลาย และเรากำลังเผาผลาญอนาคตของเราเอง”

แน่นอนว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศมีผลกระทบในทางลบต่อสิทธิมนุษยชน แต่แทบไม่ได้ที่จะแจกแจงผลกระทบทั้งหมดที่เกิดขึ้น คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) และคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ได้เน้นว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศมีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนบางประการมากเป็นพิเศษ คือ สิทธิในการมีชีวิต สิทธิในการกำหนดชีวิต สิทธิในการพัฒนาตนเอง สิทธิในสุขภาพ สิทธิในการเข้าถึงอาหาร น้ำ สุขาภิบาล และที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม และสิทธิทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย

ในวันที่ ‘การมีชีวิต’ ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มา

สิทธิในการมีชีวิต ของเราทุกคนอาจได้รับผลกระทบ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าว่าระหว่างปี พ.ศ. 2573 ถึง 2593 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมประมาณ 250,000 คน ในแต่ละปีจากภาวะทุพโภชนาการ มาลาเรีย โรคท้องร่วง และความเครียดจากความร้อน 4

สิทธิในสุขภาพ การเข้าถึงอาหาร น้ำ สุขาภิบาล และที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ล้วนมีความเชื่อมโยงกับสภาพอากาศสุดขั้ว และหากเกิดภัยแล้ง น้ำท่วม และภัยพิบัติอื่น ๆ ก็จะทำให้ผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกไม่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมได้ ซึ่งองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่าคนจนเกือบร้อยละ 78 ของโลก หรือประมาณ 800 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทซึ่งหลายคนต้องพึ่งพาการเกษตร ป่าไม้ และการประมงเพื่อความอยู่รอดจะ ได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ

Hundreds of young people in Bangkok stage a die-in protest in front of the Ministry of Natural Resources and Environment during Climate strikes in Bangkok. They carry an open letter demanding that the Thai Government declares a climate emergency, makes a commitment to completely phase-out coal and moves towards a 50% renewable energy share by 2025.
© Tadchakorn Kitchaiphon / Greenpeace

สิทธิในการกำหนดชีวิต และสิทธิในการพัฒนาตนเอง นอกจากการมีชีวิตแล้ว มนุษย์ยังต้องการชีวิตที่มีศักดิ์ศรี สามารถกำหนดวิถีทางในการใช้ชีวิต สามารถเข้าถึงทรัพยากรและโอกาสที่เท่าเทียมกันในการพัฒนาตนเองได้ แต่หากไม่มีการดำเนินการเร่งด่วน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจผลักดันให้มีคนยากจนเพิ่มขึ้นอีก 100 ล้านคนภายในปี พ.ศ. 2573 ตามรายงานของธนาคารโลก โดยเฉพาะอนาคตของเราอย่างเยาวชนจะได้รับผลกระทบนี้มากเป็นพิเศษ ตามที่ กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ประมาณการว่าภายในปี พ.ศ. 2583 เด็ก 1 ใน 4 หรือราว 600 ล้านคนจะอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำตึงเครียดสูงมาก

สิทธิทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย คนที่อยู่ในสังคม เศรษฐกิจ การเมือง สถาบันหรือกลุ่มคนชายขอบ เช่น ชนพื้นเมืองที่มีวิถีชีวิตแบบพึ่งพิงกับสิ่งแวดล้อม มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและจะได้รับผลกระทบมากกว่าคนอื่น ๆ นอกจากนั้น เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการพลัดถิ่นภายในของประชากร 28 ล้านคนในปี 2561 ตามรายงานของ Internal Displacement Monitoring Center อีกด้วย

ฐานคิดสิทธิมนุษยชนจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร?

วิธีมองวิกฤตสภาพภูมิอากาศบนฐานคิดสิทธิมนุษยชน (Rights-based approach) จะต้องประกอบด้วยหลักการสำคัญด้านสิทธิมนุษยชน เช่น ความเป็นสากลและไม่สามารถแบ่งแยกได้ การไม่เลือกปฏิบัติ ความเท่าเทียม การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และหลักนิติธรรม

More than one hundred people including youth and tourists have participated in the Climate Strike in Bangkok, marching around Lumpini park to call on Thai government to urgently tackle the climate emergency crisis.
The activity is part of the 4th Global Climate Strike.
© Chanklang Kanthong / Greenpeace

โดยเมื่อพูดถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศ จะเรียกร้องความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ ความเสมอภาค การเคารพสิทธิมนุษยชน ความร่วมมือระหว่างประเทศและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยมองว่าเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บุคคล กลุ่ม และประชาชนในสถานการณ์ที่เปราะบางต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิ เข้าถึงมาตรการในการปรับตัวและความยืดหยุ่น และได้รับการสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศ

กรีนพีซได้เข้าร่วมกันขบวนการความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน เราต้องการให้รัฐบาลและบริษัทร่วมรับผิดชอบในประเด็นนี้ เราต้องการให้ผู้คนโดยเฉพาะคนในกลุ่มเปราะบางได้รับการคุ้มครอง รวมถึงสิทธิมนุษยชนจะต้องได้รับการปกป้อง

เราต้องการแนวทางในการอาศัยอยู่ร่วมกับโลกอย่างกลมเกลียว นี่เป็นอนาคตที่ความยุติธรรมทางสภาพภูมิอากาศสามารถทำได้ เป็นอนาคตที่เราเชื่อและสร้างไปด้วยกัน

อ้างอิง

Report of the United Nations Conference on the Human Environment, Stockholm, 5–16 June 1972 (United Nations publication, Sales No. E.73.II.A.14), para. 1.

WHO, “Climate change and health”, 1 February 2018. Available at www.who.int/ news-room/fact-sheets/detail/climate-change-and-health.

 FAO, Agriculture and Climate Change: Challenges and Opportunities at the Global and Local Level – Collaboration on Climate-Smart Agriculture (Rome, 2019). Available at www.fao. org/3/CA3204EN/ca3204en.pdf.

 World Bank, “Rapid, climate-informed development needed to keep climate change from pushing more than 100 million people into poverty by 2030”, 8 November 2015. Available at www.worldbank.org/en/news/feature/2015/11/08/rapid-climate-informed-development- needed-to-keep-climate-change-from-pushing-more-than-100-million-people-into-poverty-by-2030.

 UN-Water, Sustainable Development Goal 6: Synthesis Report on Water and Sanitation 2018 (Geneva, 2018).

 Daisy Dune, “World population facing water stress could ‘double’ by 2050 as climate warms”, Carbon Brief, 2 June 2020. Available at www.carbonbrief.org/world-population- facing-water-stress-could-double-by-2050-as-climate-warms. See also Hafsa Ahmed Munia and others, “Future transboundary water stress and its drivers under climate change: a global study”, Earth’s Future, vol. 8, No. 7 (2020). Available at https://agupubs.onlinelibrary.wiley.com/ doi/10.1029/2019EF001321.

UNICEF, Thirsting for a Future: Water and Children in a Changing Climate (New York, 2017). Available at www.unicef.org/media/49621/file/UNICEF_Thirsting_for_a_Future_ENG.pdf.

Internal Displacement Monitoring Centre, Global Report on Internal Displacement 2019 (Geneva, 2019), p. 5.

https://www.ohchr.org/EN/Issues/HRAndClimateChange/Pages/HRClimateChangeIndex.aspx

https://www.greenpeace.org/thailand/story/1755/right-climate/