กรีนพีซร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมของกายา (Global Alliance for Incinerator Alternatives-GAIA) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรทั่วโลก เพื่อเรียกร้องให้การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(UNFCCC) ปฏิเสธแผนการแก้ปัญหาการชะลอวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ไม่ตรงจุด เช่น การเผาขยะเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน โดยรัฐภาคีของ UNFCCC จะเข้าร่วมประชุมสมัชชารัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP26) ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้

แถลงการณ์นี้กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้เกิดการยุติการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single-use-plastic) โดยเรียกร้องให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีภาระรับผิดต่อมลพิษพลาสติกรวมทั้งกิจกรรมของอุตสาหกรรมที่เป็นแรงขับให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกสูงขึ้น

ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ระบุว่า เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นทั่วโลก ซึ่งประกอบไปด้วยนโยบายการห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ หรือบริษัทเอกชนหันมาเลือกใช้ระบบการใช้ซ้ำและการเติม และการห้ามการนำเข้า-ส่งออกเศษขยะพลาสติก ทั่วโลกกำลังปฏิเสธการเผาขยะเพื่อเป็นพลังงานและกำลังหาวิธีแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ การลดใช้พลาสติก และทางออกที่สร้างสรรค์ในแบบอื่นๆ อีกทั้งแรงงานในอุตสาหกรรมรีไซเคิลและอุตสาหกรรมขยะได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์เพื่อรณรงค์ด้านความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศพร้อมกับการลดขยะและลดมลพิษ

As part of the campaign against single use plastics, Greenpeace in Croatia set up a 6 meter wide “Plastic Wave” structure at King Tomislav Square in Zagreb. Citizens took photos with the wave throughout the day, holding banners “#NoPlastic", "More Mediterranean, Less Plastic" and others.  This campaign was launched together with Spain, Italy, Greece and Bulgaria with the aim to fight single use plastics and the plastic pollution, with the focus on the Mediterranean Sea. The “Plastic Wave” was created by the Spanish office and was already set up in Valencia, Spain and then it traveled to Croatia.
© Nevio Smajic / Greenpeace

หลักการขยะเหลือศูนย์ (zero waste) ถูกนำมาปรับใช้ในระดับท้องถิ่นและชุมชน และได้พิสูจน์ว่าสามารถลดปริมาณขยะสะสมลงได้มาก ในขณะเดียวกันการเก็บ คัดแยกขยะและการรีไซเคิลช่วยสร้างอาชีพ ประหยัดเงิน รวมทั้งปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเมืองต่าง ๆ กำลังหยุดวงจรพลาสติกที่ไหลลงสู่มหาสมุทรด้วยการพัฒนาระบบที่เข้มงวดขึ้นโดยการแบนพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง และพลาสติกย่อยสลายได้

ตัวอย่างหลักการที่มาจากการร่วมมือจากฐานรากเหล่านี้เป็นกลยุทธ์ที่ดีที่จะนำมาปรับใช้กับเมืองใหญ่ๆเพื่อลดมลภาวะซึ่งจะเกิดกับสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งยังประหยัดพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงทำให้เข้าถึงโอกาสที่จะพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน

ข้อเรียกร้องขององค์กร Gaia และเครือข่ายที่ร่วมลงนาม :

  • ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อให้แน่ใจว่าอุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโลกจะไม่พุ่งสูงเกินไปกว่า 1.5 องศาเซลเซียส
  • ยกเลิกแผนการสร้างโรงไฟฟ้าขยะ(Waste-to-energy)ออกจากแผนที่นำทางลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ(NDCs)และแผนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศต่างๆ หยุดการขยายอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ลดการผลิตพลาสติก ยุติการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวในภาคส่วนต่างๆ และปล่อยให้แหล่งเชื่อเพลิงฟอสซิลอยู่ใต้ดิน 

ข้อเสนอแนะเพื่อการเปลี่ยนผ่าน :

  • ให้คำมั่นสัญญาถึงเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำได้จริง เพิ่มความมุ่งมั่นเพื่อรับประกันว่าการเปลี่ยนผ่านจะนำไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนที่ไร้ขยะได้จริง
  • ลงทุนกับมาตรการลดขยะและเพิ่มระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบไร้ขยะลงไปในแผนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งระบบการขนส่งผลิตภัณฑ์และระบบการนำมาใช้ใหม่
  • กำหนดให้อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและผู้ผลิตพลาสติกมีภาระรับผิดต่อการก่อมลพิษพลาสติกและมีส่วนสำคัญที่ทำให้โลกร้อนขึ้น ตามหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Producer Pays Principle – PPP)
  • จัดหาเงินทุนเพื่อสนับสนุนโมเดลการเปลี่ยนผ่านพร้อมกับให้การคุ้มครองด้านการเงินและสร้างรายได้ที่เหมาะสมกับแรงงานในภาคการรีไซเคิลในระหว่างการเปลี่ยนผ่านตามข้อเสนอเชิงนโยบาย 

อ่านแถลงการณ์และรายชื่อองค์กรที่ร่วมลงนาม

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ COP26 คืออะไร และทำไมจึงสำคัญกับสภาพภูมิอากาศของเรา

Global Climate Strike in Bangkok. © Chanklang  Kanthong / Greenpeace
รัฐบาลไทยต้องหยุดฟอกเขียว! เพื่อความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ

ไทยเป็นประเทศอันดับต้นๆของโลกที่มีความเสี่ยงสูงต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ รัฐสภาซึ่งเป็นที่ประชุมระดับชาติของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ต้องเป็นผู้นำประกาศ “ภาวะฉุกเฉินสภาพภูมิอากาศ (climate emergency declaration)”

มีส่วนร่วม