ประเด็นเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจกจากต้นทางของการผลิตภาคอุตสาหกรรมนั้นแม้ยังไม่ถูกพูดถึงมากในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (COP29) ณ เมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าที่สำคัญทางด้านระบบอาหารและการลดก๊าซเรือนกระจกมีเพียงแค่ประเด็นการลดขยะจากเศษอาหารเท่านั้น โดยมีการร่วมลงนามจาก 30 ประเทศที่มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซมีเทนจากเศษอาหารเกือบร้อยละ 50 ของโลก เพื่อประกาศปฏิญญาในการลดก๊าซมีเทนจากขยะอินทรีย์ และบรรจุใน NDCs  หรือข้อตกลงว่าด้วยสภาพภูมิอากาศที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions) 

Single-use plastic or coated paper packaging for takeaway food generates huge amounts of waste. Alternatives are reusable containers made of recyclable material, deposit systems and takeaway trays, cups, cans, glasses. Especially fast food chains like Mc Donalds, Burger King and KFC pack without a reusable system.
© Hannes Wichmann / Greenpeace

ใจความของปฏิญญาในการลดก๊าซมีเทนจากขยะอินทรีย์เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการลดก๊าซมีเทนลงอย่างน้อยร้อยละ 30 ในภาคการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล เกษตร และขยะ ภายในปี 2030 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ COP29 ระบุไว้ว่าสามารถช่วยลดอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกลง 0.2 องศาเซลเซียสภายในปี 2050 ได้ 

นอกจากเป็นการลดก๊าซมีเทนแล้ว การลดขยะอินทรีย์ยังช่วยองค์รวมด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามการลดขยะจากเศษอาหารแม้เป็นเรื่องที่ดี แต่ยังเป็นการแก้ปัญหาโลกเดือดจากปลายเหตุ 

ลดก๊าซมีเทนจากต้นเหตุ

ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่าในแต่ละปีมีขยะจากอาหารมากถึง 1.3 พันล้านตันทั่วโลก หรือ 1 ใน 3 ของการผลิตอาหารเพื่อการบริโภคของมนุษย์ โดยมีสัดส่วนของเนื้อสัตว์มากถึง 263 ล้านตัน และนม 29 ล้านตัน ตัวเลขการผลิตที่ล้นเกินและเหลือทิ้งเช่นนี้ไม่ได้เป็นระบบอาหารที่ตอบโจทย์การเลี้ยงประชากรโลก แต่เป็นการใช้ต้นทุนทรัพยากรโลกอย่างสิ้นเปลือง ทั้งป่าไม้ ดิน น้ำ และอากาศ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่เลี้ยงปศุสัตว์และพืชอาหารสัตว์เชิงอุตสาหกรรม ทำลายทั้งสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และอากาศสะอาดของคนในพื้นที่ 

การทำปศุสัตว์เป็นแหล่งผลิตก๊าซมีเทนจากมนุษย์รายใหญ่ที่สุด ซึ่งก๊าซมีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเร็วในระยะเวลาสั้น การเพิ่มขึ้นของการผลิตปศุสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญอันดับสองที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระบบอาหารโลก อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา

Banners read "Cool the heat stop big milk & dairy" and "Less methane less climate chaos". 
Greenpeace Nordic activists shroud the air at meat company Danish Crown headquarters with pink, natural-based smoke to visualise how methane looks on infrared camera. The activists are protesting against Danish Crowns’ large-scale meat production and the resulting emissions of methane.
The protest is part of a global pressure with similar actions against a number of the 29 big, global meat and dairy corporations being critisised in a new Greenpeace Nordic report, for putting the climate at risk.
Danish Crown is responsible for 83 percent of the methane emission from Denmarks’ livestock production.

รายงานฉบับใหม่ของกรีนพีซ นอร์ดิกวิเคราะห์การปล่อยก๊าซมีเทนจากบริษัทอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นม 29 แห่ง เทียบเคียงได้กับการปล่อยก๊าซมีเทนจากภาคอุตสาหกรรมฟอสซิล 100 อันดับแรกของโลก

บทที่ 2 ของรายงานของกรีนพีซ นอร์ดิกพบว่า ปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทนโดยประมาณของบริษัทอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นม 29 ราย ตามการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทเทียบได้กับปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทน 100 อันดับแรกในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล

อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ และรัฐบาลก็มองข้ามเรื่องนี้ แม้ว่าการผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์เกินขนาดจะมีบทบาทอย่างมากในการผลักดันให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นก็ตาม

ต่อให้กินจนพุงกาง ฟาดให้หมดจาน เลียจนหยดสุดท้ายยังไงก็ไม่ช่วยลดก๊าซมีเทนเท่าการลดการผลิตของอุตสาหกรรมอาหารและเนื้อสัตว์ เราต้องก้าวออกจากรูปแบบอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมที่มีแต่จะบ่อนทำลาย ทำให้โลกร้อนขึ้น และเอื้อประโยชน์ให้แค่กลุ่มผู้ผลิตอุตสาหกรรมรายใหญ่เท่านั้น การลดก๊าซมีเทนจากอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และนมจากการผลิตล้นเกินด้วยการเปลี่ยนผ่านการผลิตไปสู่ระบบอาหารที่เป็นธรรมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะเป็นแนวทางที่จะแก้ไขลดก๊าซมีเทนได้อย่างแท้จริงที่ต้นตอ 

Greenpeace Switzerland reveals new footage from conventional animal farms that supply meat to Migros and Coop. The footage and photos are shot in Switzerland in 2022 and show: there is indeed factory farming in the country and animal welfare is not guaranteed in the process. The pictures show thousands of chickens, some of them sick or immobile, carcasses on the floor and pigs crammed together without any access to the outdoors. Such animal husbandry is legal according to current legislation.
© Greenpeace

อ่านรายงาน ชะลอโลกเดือด: การยุติภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศด้วยอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และนม 


ร่วมสนับสนุนการทำงานของกรีนพีซ

เราทำงานรณรงค์เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชนหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การวิจัยข้อมูล รายงานทางวิทยาศาสตร์ และรณรงค์กับประชาชนด้วยข้อมูลเหล่านี้