ข่าวดีสำหรับชนพื้นเมืองในนิวซีแลนด์ “ชาวกีวี” ซึ่งคัดค้านการทำเหมืองใต้ทะเล (KASM) และกรีนพีซ เมื่อศาลอุทธรณ์นิวซีแลนด์ยืนยันคำตัดสินไม่ต่อใบอนุญาตให้บริษัททรานส์-ทัสมัน รีซอร์เซส (TTR) เพื่อทำเหมืองในทางตอนใต้ของอ่าวทารานากิไบรท์ นับเป็นชัยชนะอีกครั้งสำหรับคนรักมหาสมุทร

ศาลอุทธรณ์ยืนยันไม่ให้โครงการเหมืองใต้ทะเล ที่ต้องการจะขุดลอกพื้นที่ก้นทะเลเป็นบริเวณกว่า 66 ตารางกิโลเมตรเพื่อนำทรายทีมีแร่ธาตุเหล็กผสมขึ้นมา ซึ่งทรายเหล่านี้จะถูกนำไปสกัดและแปรรูปเป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ โดยศาลมีความเห็นว่าโครงการดังกล่าวไม่ผ่านหลักการทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและข้อสนธิสัญญาไวทังกิ* ทำให้บริษัทจะไม่สามารถดำเนินโครงการได้อีกต่อไปได้ 

Crew display a banner reading 'No Deep Sea Mining'  on the Greenpeace ship Esperanza, in Kingston, Jamaica.
The ship is in Jamaica as part of the Protect Our Oceans tour, an almost year-long voyage – to highlight the many threats facing the oceans and to campaign for a Global Ocean Treaty covering all seas outside of national waters.

คำตัดสินในครั้งนี้เป็นเหมือนข้อความที่ประกาศว่า นิวซีแลนด์ไม่อนุญาตให้โครงการเหมืองใต้ทะเลเข้ามาปล้นทรัพยากรออกไปได้อีก ซินดี แบกซ์เตอร์ ประธานชุมชนชาวกีวีต่อต้านการทำเหมืองก้นทะเล ตั้งข้อสังเกตว่า ในอนาคตคงไม่มีนักลงทุนคนไหนสนใจมาลงทุนกับอุตสาหกรรมที่เห็นได้ชัดว่าจะต้องขาดทุน

การต่อสู่กันมายาวนานตลอด 3 ปีในชั้นศาล  ฝ่ายคัดค้านไม่เคยยอมแพ้หรือถอนตัวออกจากกระบวนการทางกฎหมายเพื่อเน้นย้ำว่าการทำเหมืองใต้ทะเลจะต้องไม่เกิดขึ้น และแม้ว่านี่เป็นการอุทธรณ์ครั้งที่ 3 แล้วแต่กลุ่มทุนก็ยังคงแพ้คดีต่อกลุ่มคนท้องถิ่น ชุมชนรอบข้างและสิ่งแวดล้อม เธอกล่าว

นอกจากนี้ซินดีบอกอีกว่า ถึงเวลาที่เราต้องยอมรับแล้วว่า หากยังปล่อยให้มีการทำเหมืองใต้ทะเลต่อไปนั้น จะส่งผลกระทบอย่างใหญหลวงต่อทรัพยากรทางทะเล ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศในมหาสมุทรที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะมหาสมุทรนั้นมีความซับซ้อนค่อนข้างมาก แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าผลกระทบจากการทำเหมืองใต้ทะเลนั้นจะเป็นไปในทางลบมากกว่าด้านบวก 

Hydrozoan Jellyfish.

A selection of deep sea creatures that are found in the Arctic. The animals were documented by marine biologist, explorer and underwater photographer Alexander Semenov, head of the divers’ team at Moscow State University’s White Sea biological station.

เจสสิกา เดสมอนด์ นักรณรงค์เพื่อมหาสมุทรของกรีนพีซ นิวซีแลนด์ กล่าวว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ใครจะแสวงหาผลประโยชน์จากมหาสมุทร

โครงการเหมืองใต้ทะเลนี้จะทำให้โลมาเฮคเตอร์ วาฬสีน้ำเงินและนกทะเลตกอยู่ในอันตราย รวมทั้งสร้างความเสี่ยงให้กับปะการังซึ่งเปรียบเสมือนบ้านของสัตว์ทะเลอีกหลากชนิด ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เราไม่สามารถยอมรับได้

มหาสมุทรมีความสำคัญต่อมนุษยชาติ ตั้งแต่เป็นแหล่งอาหารเลี้ยงผู้คนไปจนถึงสร้างความก้าวหน้าในวิทยาศาสตร์และวงการการแพทย์ นี่เป็นช่วงเวลาที่เราจะช่วยกันปกป้องมหาสมุทรจากกิจกรรมที่เป็นภัยทั้งหลาย

Dolphins follow Greenpeace NZ's crowdfunded boat MV Taitu on its maiden voyage from Wellington to Napier, on the way to confront the seismic blasting ship Amazon Warrior.

ในช่วงที่ผ่าน กลุ่มอุตสาหกรรมหลายบริษัทแสดงความสนใจในการลงทุนทำเหมืองใต้ทะเล ซึ่งการตัดสินคดีในวันนี้จะเป็นตัวอย่างให้กับชุมชนอื่นๆทั่วโลกที่กำลังต่อสู้กับโครงการเหมืองใต้ทะเล หรือโครงการขนาดใหญ่อื่นๆ ที่จะสร้างความเสียหายให้กับมหาสมุทรว่า ความหวังในการปกป้องมหาสมุทรและทรัพยากรยังคงมีอยู่เสมอ

*ข้อสนธิสัญญาไวทังกิ เป็นเป็นเอกสารทางการที่ก่อตั้งประเทศนิวซีแลนด์ว่าเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นระหว่างเผ่า Hapūและ Māoriและตัวแทนของเครือจักรภพ สนธิสัญญานี้ได้รับการตั้งชื่อตาม “ Waitangi” สถานที่ที่มีการลงนามครั้งแรกในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1840  เนื้อหาหลักของสนธิสัญญาฉบับนี้คือ ชาวเมารีจะให้สิทธิพิเศษแก่ชาวอังกฤษในการซื้อที่ดินที่พวกเขาต้องการจะขายและในทางกลับกันชาวเมารีจะได้รับสิทธิและกรรมสิทธิ์ในที่ดินการประมงป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดในนิวซีแลนด์ 

ผู้แปล : ศิริวรรณ ชีวธนากรณ์กุล

สามารถอ่านบทความภาษาอังกฤษได้ ที่นี่

Humpback Whale in the Indian Ocean. © Paul Hilton / Greenpeace
ร่วมผลักดันเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลในมหาสมุทรโลก

ด้วยวิกฤตหลายๆด้านที่กำลังคุกคามมหาสมุทร เราจึงจำเป็นต้องปกป้องมหาสมุทรโลกอย่างน้อย 1 ใน 3 ส่วนภายในปี พ.ศ.2573 

มีส่วนร่วม