ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID – 19 นี้ ใครหลาย ๆ คนอาจต้องเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์การทำงานจากการเดินทางไปทำงานที่ออฟฟิศ เปลี่ยนเป็นการทำงานที่บ้านแทนเพื่อสุขภาวะของตัวเราและครอบครัว และเราอาจจะต้องใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น เราจึงนำเสนอวิธีที่จะช่วยให้ชีวิตการทำงานที่บ้านของเราสนุกขึ้นและยังช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

เมื่อเราจำเป็นต้องใช้ช่องทางออนไลน์ เมื่อการนัดพบเพื่อนฝูงและปฏิทินการนัดหมายถูกยกเลิกเพราะไวรัส COVID – 19 ในช่วงเวลาวิกฤตนี้การทำงานอยู่ที่บ้านจะช่วยลดการแพร่กระจายของไวรัสและการติดเชื้อ รวมทั้งช่วยไม่ให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนัก และเป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะกิจกรรมหลาย ๆ อย่างที่จะช่วยให้ชีวิตของเราเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นแม้ว่าเราจะอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น

1.ทำอาหารเองบ้าง สั่งอาหารแบบ Delivery ให้น้อยลง

Today grade 5 and 6 Thai students from Phuket and Phang Nga show off their culinary skills in a vegetarian cooking competition in celebration of World Meat Free Day. 
The competition was among a series of activities organised by Greenpeace during the tour of their flagship, the Rainbow Warrior, in Thailand.

ชีวิตของเราอาจเคยเป็นชีวิตที่เร่งรีบ ต้องซื้ออาหารมากินที่บ้านหรือสั่งอาหารแบบ Delivery มากิน แต่ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ทำอาหารกินเองบ้างแล้วด้วยวัตถุดิบที่เลือกซื้อเอง รู้หรือไม่ว่าอาหารสำเร็จรูปใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อบรรจุอาหารเป็นจำนวนมาก และบรรจุภัณฑ์พลาสติกเหล่านี้ก็กลายเป็นมลพิษพลาสติกในสิ่งแวดล้อม ดังนั้นหากในหนึ่งวันเราลดการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ลง และทำอาหารมากขึ้นก็จะช่วยลดปัญหามลพิษพลาสติกได้ดีทีเดียว นอกจากนี้เรามีเมนูอาหารจานผักทำเองที่บ้านง่าย ๆ มาฝากทุก ๆ คนด้วยค่ะ ลองดูเมนูอาหารที่นี่ได้เลย

2.ใช้เวลาซ่อมแซมเสื้อผ้า หรือทำสิ่งของที่จำเป็นด้วยตัวเอง

Greenpeace volunteers organize the Make Smthng Day as a day of workshops, talks and work stations with a focus on swapping, upcycling, making, DIY (Do it yourself), veganism and minimalism.
The MAKE SMTHNG Week is a worldwide initiative by Greenpeace about taking action to minimize consume - instead of buying: make something!

เสื้อเชิ้ตตัวเก่งตัวนั้นที่คุณทำกระดุมหลุดหายไป ถุงเท้าคู่สวยที่ใส่บ่อยจนเป็นรู เก้าอี้ทำงานที่น็อตหลุดหายไป นี่เป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะมีเวลาว่างมาซ่อมแซมเสื้อผ้า เครื่องประดับ และของใช้ในบ้านแทนที่จะทิ้งไปและซื้อใหม่ การซ่อมแซมเสื้อผ้าและของใช้แบบนี้เรียกได้ว่าเป็นการลดขยะและสร้าง “แนวคิดการใช้ซ้ำ” ให้ของใช้ของเรามีอายุการใช้งานได้นานขึ้นและช่วยประหยัดเงินได้อีกด้วย 

3.หยุดชอปปิงของที่ไม่จำเป็นผ่านช่องทางออนไลน์

Hong Kong citizens buy far more than they need. 
This image shows a full girls’ wardrobe to symbolise the issue of overconsumption. 
According to a survey conducted by Greenpeace, a significant proportion of interviewed shoppers said that once the excitement of shopping has worn off, they often feel even hollowed by the experience of purchasing new items. 
Greenpeace urges Hong Kong population to reflect on their shopping habits and consumer mentality, in order to pursue a more sustainable shopping lifestyle.
ปัจจุบันชาวฮ่องกงกำลังเผชิญกับปัญหา การบริโภคที่ล้นเกิน ภาพนี้สื่อสารในเชิงสัญลักษณ์ว่า ผู้หญิงซื้อเสื้อผ้าจำนวนมากจนล้นตู้เสื้อผ้า

แม้ว่าการชอปปิงรองเท้าคอลเลคชั่นใหม่ หรือชอปปิงอุปกรณ์เสริมสำหรับโซฟาที่บ้าน หรือการซื้อเสื้อผ้าใหม่อาจเป็นการฆ่าเวลาได้ดีทีเดียว แต่ของเหล่านี้จะถูกขนส่งมาพร้อมกับกล่องบรรจุและวัสดุกันกระแทกจากพลาสติกในปริมาณมาก รวมทั้งยังเป็นการสร้างขยะที่เป็นมลพิษโดยที่เราไม่รู้ตัว จากรายงาน After the Binge the Hangover. Insights into the Minds of Clothing Consumers กล่าวว่า การตลาดแบบ Over Demand ทำให้การบริโภค “สินค้าแฟชั่น” ทั่วโลกนั้นล้นเกิน (Overconsumption) จนกลายเป็นปรากฎการณ์ เพราะพฤติกรรมของคนต่างชอปปิงสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋าและเครื่องประดับต่างๆ เยอะจนเกินกว่าความจำเป็นที่พวกเขาต้องใช้  และความนิยมซื้อสินค้าจากช่องทางออนไลน์ที่ยิ่งทำให้การซื้อง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ เรามาพยายามลดการชอปปิงออนไลน์สินค้าที่ไม่จำเป็น เป็นการลดขยะและประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้อีกด้วย

4.ส่งต่อของที่ไม่ใช้แล้ว และการ DIY

“น้อยแต่มาก” หรือที่เรารู้จักกันในอีกชื่อนั่นคือ มินิมัลลิสต์ (Minimalists) เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่หลายคนนำมาปรับใช้กับไลฟ์สไตล์ซึ่งก็คือการประหยัด ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก โดยซื้อเฉพาะของที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น ไลฟ์สไตล์แบบนี้จะช่วยให้เราเห็นว่าอะไรที่จำเป็นกับเราและอะไรไม่จำเป็น และจะช่วยให้เราได้ส่งต่อสิ่งจำเป็น (สภาพดี) เหล่านั้นให้กับคนอื่น ๆ ที่ต้องการมากกว่าเรา นอกจากนี้ยังจะช่วยให้เราได้เอาของใช้เก่า ๆ มาดัดแปลงเป็นสิ่งใหม่ที่จำเป็นกับเรามากกว่าเดิมอีกด้วย เช่น นำกระดาษเหลือใช้มาเย็บเป็นสมุดจด นำเศษผ้ามาเย็บเป็นกระเป๋า เป็นต้น หรือหากคิดไม่ออกให้ลองดูคลิปการสาธิตงาน DIY ต่างๆเพื่อช่วยสร้างชีวิตใหม่ให้กับของที่เราไม่ใช้แล้ว หรือร่วมแลกเปลี่ยนกับคนอื่น ๆ ได้ที่ Facebook group: สถานี DIY Make SMTHNG Buy Nothing

5. ลดขยะแล้วอย่าลืมแยกขยะ 

แยกขยะออกเป็นประเภทต่าง ๆ เช่น กระดาษ ขวดแก้ว พลาสติกใส พลาสติกขุ่น เศษอาหาร (นำไปทำปุ๋ยในบ้านได้ด้วยนะ ดูวิธีทำปุ๋ยจากเศษอาหารได้ที่นี่เลย) ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะติดเชื้อ (หน้ากากอนามัยที่เราใช้ทุกวันถือเป็นขยะติดเชื้อ) เราแนะนำให้แปะป้ายบอกประเภทขยะด้านหน้าถุงขยะ เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บและช่วยกันปกป้องสุขภาพของพี่ ๆ ที่เก็บขยะด้วย ส่วนกระดาษ หรือพลาสติกบางประเภท ยังสามารถนำไปขายได้ด้วย

บทความนี้แปลและเรียบเรียงจากบทความต้นฉบับ อ่านบทความต้นฉบับ