ในช่วงเวลาแบบนี้ เราแสดงความห่วงใยซึ่งกันและกันด้วยการรักษาระยะห่างทางกายภาพให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพื่อความปลอดภัยและต่อสู้กับโรคระบาด

ย้อนมองกลับในเมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ.2562) นับว่าเป็นปีที่ยิ่งใหญ่เลยทีเดียว โลกของเรามีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย อย่างเช่น การรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์ของเยาวชนทั่วโลกที่ออกมาประท้วงเพื่ออนาคตของพวกเขา การประท้วงถูกขับเคลื่อนด้วยพลังของคนรุ่นใหม่และทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริง เพราะโลกได้ยินเสียงของพวกเขา

Hundreds of young people in Bangkok stage a die-in protest in front of the Ministry of Natural Resources and Environment during Climate strikes in Bangkok. They carry an open letter demanding that the Thai Government declares a climate emergency, makes a commitment to completely phase-out coal and moves towards a 50% renewable energy share by 2025.

และในตอนนี้ การรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมจะยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าเราจะต้องเผชิญกับโรคระบาดก็ตาม

แม้ว่าจะต้องอยู่แต่ในบ้าน แต่เราก็สามารถเพิ่มการรณรงค์ด้านสภาพภูมิอากาศเข้ามาในชีวิตประจำวันของเราได้ มาลองดูกันดีกว่าว่ามีวิธีเจ๋ง ๆ อะไรบ้างที่เราสามารถรณรงค์ได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

1.ใช้พื้นที่บนโต๊ะอาหารพูดคุยเรื่องสิ่งแวดล้อมหลังอาหารมื้อเย็น

ใช้โอกาสนี้เริ่มบทสนทนาเรื่องวิกฤตสภาพภูมิอากาศ หรือประเด็นอื่น ๆ ที่สนใจกับคนในครอบครัว (จะพูดคุยกันที่บ้าน หรือคุยกับครอบครัวระหว่างมื้อเย็นก็ได้) ใช้ช่วงเวลานี้ทำความเข้าใจว่าคนอื่น ๆ มีความเห็นต่อปัญหานี้อย่างไร มีประเด็นอะไรที่พวกเขารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งสำคัญต่อตัวเอง คนที่เขารัก หรือต่อชุมชน และรับฟังความเห็นเกี่ยวกับทางออกของปัญหา หลายคนอาจจะงงว่าเพียงแค่พูดคุยกันจะกลายเป็นการรณรงค์แบบหนึ่งได้อย่างไร แต่เชื่อเถอะว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจะทำให้เรามองเรื่องนั้น ๆ ในหลายมุมขึ้น และคนรอบข้างของเราตระหนักถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากขึ้น และอย่าลืมสูตรลับ 70/30 คือรับฟัง 70% แสดงความเห็น 30% หลังจากนั้นอย่าลืมจดใจความสำคัญของการพูดคุย สุดท้ายก็อย่าลืมแชร์วิธีรณรงค์แบบนี้กับเพื่อน ๆ

On December 7th, Seoul office had an end of year party with 50 volunteers. At the warehouse, volunteers made a Korean-traditional dish-Kimchi- with a vegan recipe, as a way of building intimacy and relationships between people.

ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มการพูดคุยยังไง เรามีทิปส์ง่าย ๆ มาแชร์ด้วยนะ โดยเราอาจเปิดบทสนทนาด้วยคำถามง่าย ๆ เช่น “หากคุณได้เป็นนายกเทศมนตรี 1 สัปดาห์ อะไรคือ 3 สิ่งแรกที่คุณอยากเปลี่ยนให้กับจังหวัดของคุณ?”

นอกจากการพูดคุยในประเด็นสิ่งแวดล้อมกับครอบครัวแล้ว เรายังสามารถชวนคนที่เรารักร่วมสำรวจประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการแนะนำหนังสือดี ๆ หรือภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

2.ร่วมสนับสนุนกลุ่มรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน

ได้เวลางัดสกิลการค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตแล้ว! สิ่งที่เราต้องทำนั้นง่าย ๆ เลยแค่ค้นหากลุ่มที่รณรงค์ประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในชุมชนที่เราอาศัยอยู่ หรือกลุ่มที่รณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเช่น ความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่กลุ่มคนเหล่านี้รณรงค์ แล้วสนับสนุนพวกเขาด้วยการร่วมแชร์งานรณรงค์ออกไป ใครจะไปรู้ บางทีการกดปุ่มแชร์ของเราแค่ครั้งเดียวอาจจะเป็นช่องทางพาให้งานรณรงค์นั้นสำเร็จก็ได้

นอกจากการแชร์งานรณรงค์ของชุมชนหรือองค์กรที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว การลงชื่อร่วมผลักดันงานรณรงค์บนเว็บไซต์ยังเป็นการใช้สิทธิ์ในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม และเป็นการแสดงพลังมวลชนผ่านช่องทางออนไลน์ได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นการลงชื่อร่วมรณรงค์ให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 ที่เป็นปัญหาสำคัญและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในประเทศ เป็นต้น ซึ่งนอกจากการร่วมลงชื่อผลักดันงานรณรงค์ในประเทศแล้ว เรายังสามารถร่วมลงชื่อในงานรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกอีกด้วย เช่น การร่วมลงชื่อสนับสนุน สนธิสัญญาทะเลหลวง ที่เป็นสนธิสัญญาคุ้มครองพื้นที่มหาสมุทร 1 ใน 3 ของโลก จำกัดการเข้าไปหาทรัพยากรของอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีผู้คนทั่วโลกร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้วกว่า 3 ล้านคน

Activists hold placards sending message to Thai government to tackle air pollution problem.

Greenpeace Thailand together with EnLaw, EARTH, BioThai, Foundation for Consumers, Friend Zone, Mayday, Climate Strike Thailand and civil society today call on Thai government to take urgent steps to combat the PM2.5 levels in Thailand’s air.
นักศึกษา บุคคลทั่วไปและเครือข่ายร่วมกับกรีนพีซ จัดกิจกรรม “พอกันที ขออากาศดีคืนมา” เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทย ค้นหาเครือข่ายหรือกลุ่มที่รณรงค์ในประเด็นที่เราสนใจ (เช่น ประเด็นมลพิษทางอากาศ) แล้วร่วมแชร์การรณรงค์ของพวกเขา
© Wason Wanichakorn / Greenpeace

3.ร่วมประชุมออนไลน์กับเพื่อน ๆ ทั่วโลกในประเด็นวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

เป็นส่วนหนึ่งในบทสนทนาในประเด็นภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศกับเพื่อนๆทั่วโลกผ่านการเสวนาออนไลน์ (หรือในชื่อภาษาอังเกฤษเก๋ๆ ที่กำลังมาแรงนั่นคือ ‘webinars’ ที่มาจากการผสมคำระหว่าง web กับ seminars) ช่องทางที่เปิดโอกาสให้เราได้ฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ และเราสามารถแชร์เสวนาออนไลน์ให้กับเพื่อนๆในโซเชียลมีเดีย แถมยังต่อยอดกับเพื่อน ๆ ได้ด้วยการเอาประเด็นในการสัมมนามาพูดคุยกันต่อได้อีกด้วยนะ

ตอนนี้ในไทยเองก็มีการเสวนาผ่านเว็บไซต์มากมาย ยกตัวอย่างเช่น Fashion Revolution Week 2020: What’s On Earth โลก(ใหม่)เป็นไงบ้าง ? หรือเสวนาออนไลน์เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศที่สร้างปัญหาให้กับประเทศไทยและหลายพื้นที่ในโลกมาเป็นเวลายาวนาน  ลองฟังเสวนาย้อนหลังในประเด็นที่เราสนใจได้เลย

4.ใช้โซเชียลมีเดียที่อยู่ในมือของเรา

ใช้โซเชียลมีเดียที่เรามีอยู่เป็นช่องทางในการขับเคลื่อนงานรณรงค์ด้วยความครีเอทีฟ

  • Instagram Filter! : ใครถนัดวาดภาพไม่ควรพลาดเพราะฟิลเตอร์ในไอจีสตอรี่ก็กลายเป็นเครื่องมือสำหรับการรณรงค์ของเราได้ ยกตัวอย่างฟิลเตอร์จากการรณรงค์ปกป้องมหาสมุทร ซึ่งเราสามารถเล่นฟิลเตอร์แล้วแชร์ให้กับเพื่อน ๆได้
  • ใช้ # ในทวิตเตอร์ : ชวนชาวเน็ตให้รับรู้ถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมได้ด้วยเทรนด์ทวิตเตอร์ ยิ่งติดแฮชแท็ก คนก็ยิ่งเห็นเรื่องราวนั้นมากขึ้น และถ้าเรารู้จักใครที่ทวิตเตอร์ของเขามีผู้ติดตามจำนวนมาก อย่าลืมขอให้เขาแชร์เรื่องราวนี้ให้เพื่อนจำนวนมากได้ทราบ
  • สายชอบทำคลิป ลองทำ challenge เกี่ยวกับงานรณรงค์ลงในแอพฯ Tik Tok ดูสิ แล้วแท็กเพื่อนๆต่อเลย

ยังมีช่องทาางโซเชียลมีเดียอีกมากที่พร้อมให้เราเข้าไปแชร์สิ่งที่เราอยากบอก เราสามารถแชร์ข่าว คลิปวิดีโอ และไอเดียสร้างสรรค์ของตัวเองเกี่ยวกับผลกระทบของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ถ้าคุณเจอข่าวที่ทำให้คุณรู้สึกกังวลต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลก เช่น การทำลายป่า สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ มลพิษทางอากาศ และในประเด็นอื่น ๆ ก็สามารถแชร์ข่าวเหล่านี้ให้กับเพื่อน ๆ สิ่งหนึ่งที่ต้องเช็คให้แน่ใจนั่นคือแหล่งที่มาของข่าว อย่าลืมเช็คทุกครั้งว่าข่าวหรือข้อมูลนั้นมาจากองค์กรที่น่าเชื่อถือหรือมาจากสำนักข่าว (ระวังเฟคนิวส์ด้วยนะจ้ะ) เพียงเท่านี้ก็จะสร้างการพูดคุยในโซเชียลมีเดียได้

5.‘คิดก่อนใช้’ ระมัดระวังพฤติกรรมการบริโภคของตัวเอง

อย่าลืมทบทวนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของตัวเองทุก ๆ วัน เพราะการทำแบบนี้จะช่วยให้เราเห็นว่าพฤติกรรมเล็กน้อยบางอย่างของเราสามารถช่วยบรรเทาวิกฤตสภาพภูมิอากาศได้

Participants learn how to plant vegetables using natural compost produced from food waste during the MAKE SMTHNG week event at Bangkok Art and Culture Center, organised by Greenpeace Thailand. 
The event includes various workshops and aims to encourage people to buy less, live a plastic-free lifestyle and value what they already have by repairing, upcycling and transforming old stuff in order to reduce excess consumption.
  • พฤติกรรมการกินอาหารของตัวเราสำคัญมาก เพราะการบริโภคเนื้อสัตว์มีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศพอ ๆ กับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน ร้อยละ 14.5 ของก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศนั้นมาจากอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ การลดการกินเนื้อสัตว์และหันมาบริโภคอาหารจากพืชผัก ถือเป็นการรณรงค์เพื่อชะลอวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ดีที่เริ่มจากตัวเรา 
  • ใช้ช่วงเวลานี้ลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว เริ่มจากเช็คตัวเองในแต่ละวันว่าในวันนั้นเราใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวไปมากน้อยเท่าไหร่และจำเป็นต้องใช้หรือไม่ (ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่จำเป็น) รวมไปถึงการเช็คว่าพลาสติกเหล่านี้ย่อยสลายได้หรือไม่ (ถ้าไม่แน่ใจลองเช็คได้ที่ลิงก์นี้) เตือนตัวเองเกี่ยวกับการลดใช้พลาสติกอยู่เสมอหากเราต้องออกไปซื้อของในตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต วางแผนการซื้อเพื่อจะได้วางแผนอุปกรณ์ที่เราจะเอาไปใส่วัตถุดิบอาหารหรือสิ่งของที่ซื้อ
  • จัดตู้เย็นเพื่อลดขยะอาหาร (Food Waste) ที่เป็นตัวการก่อให้เกิดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การจัดตู้เย็นยังช่วยลดเวลาการวางแผนซื้ออาหารและลดการซื้ออาหารที่ไม่จำเป็นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การปลูกผักกินเองก็เป็นทางเลือกที่ดีที่ทำให้เราปลอดภัยจากการติดเชื้อโรคและลดการปล่อยรอยเท้าคาร์บอนจากการขนส่งอาหารอีกด้วย
  • หาวิธีการใช้ซ้ำ ด้วยภาชนะที่เรามีอยู่แล้ว ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราเช่น การใช้กล่องใส่อาหารที่ล้างสะอาด แต่ถ้าไม่สามารถใช้ซ้ำได้ก็ยังพอ ‘รีไซเคิลได้’ แยกขยะและค้นหาวิธีรีไซเคิล เราจะพบว่ามีร้านรับซื้อบรรจุภัณฑ์พลาสติกแล้วเอาไปรีไซเคิล อย่างไรก็ตามการใช้ซ้ำยังเป็นทางออกที่ดีที่จะป้องกันไม่ให้เราได้รับพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวจากการซื้อของ
Seoul office created ‘Plastic Zero Grocery store map’ with volunteers in April and ‘Mangwon market’ is one of the places in the Map. In this traditional market, people can purchase many items with their own carrier bags to avoid plastic package. Also, this market runs a campaign called ‘Almaeng’ meaning packaging free. The market tries to encourage people to shop without plastic bags in many ways such as rending eco-bags for free and providing discount coupons once customers bring their own containers.
© Jung Park / Greenpeace

นักกิจกรรมออนไลน์ทั้งหลายลองเอาไอเดียเหล่านี้ไปปรับใช้กับตัวเองกันนะคะ อย่าลืมใส่ความคิดสร้างสรรค์และไอเดียเจ๋ง ๆ ลงไปด้วยล่ะ โลกของเราในตอนนี้การต้องอยู่แต่ในบ้านสร้างความปั่นป่วนต่อกิจกรรมนอกบ้านไม่น้อย แต่มันไม่สามารถหยุดการรณรงค์เพื่อชะลอวิกฤตสภาพภูมิอากาศของเราได้

สุดท้ายแล้วก็อย่าลืม “การร่วมมือกัน” เพราะความเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อขับเคลื่อนการรณรงค์นั้นทรงพลังและมีความหมาย การร่วมมือกันจะช่วยให้เราชนะอุปสรรคไปได้ 

Brand Audit in Chonburi, Thailand. © Chanklang  Kanthong / Greenpeace
อาสาสมัครกรีนพีซ

ไม่ว่าคุณเป็นใครก็สามารถมีส่วนร่วมเป็นอาสาสมัครกรีนพีซได้ ซึ่งคุณสามารถเลือกประเภทของอาสาสมัครได้ตามความสนใจ อาทิ เยาวชนกรีนพีซ (Youth) นักพูดเพื่อสิ่งแวดล้อม (Greenspeaker) นักกิจกรรมเชิงออนไลน์ (Digital Activist) และนักกิจกรรมภาคสนาม (Activist)

มีส่วนร่วม